ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2564

พบเพื่อพรากตลอดกาล งานรวมญาติใจสลายที่สุดในโลก

1.97K 14
พบเพื่อพรากตลอดกาล  งานรวมญาติใจสลายที่สุดในโลก

เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ นัดจัดงานรวมญาติ ที่พลัดพรากจากกันเพราะสงครามเกาหลี ที่รีสอร์ทแถบภูเขาคุมกัง ชายฝั่งตะวันออกของเกาหลีเหนือ โดยจัดเป็นสองรอบ ระหว่างวันที่ 20-22 กับ 24-25 สิงหาคม ซึ่งถือเป็นผลผลิตจับต้องได้จากความสัมพันธ์ที่ปรับปรุงดีขึ้นมาก นับจากการประชุมสุดยอดครั้งแรก ระหว่าง คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ กับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้เมื่อ 27 เมษายน และก็กำลังจะมีการประชุมสุดยอดครั้งที่สามในเดือนกันยายนที่กรุงเปียงยาง

นับจากปี 2543 สองเกาหลีจัดงานรวมญาติ 20 รอบ จัดได้หรือไม่ได้ บ่อยครั้งแค่ไหน ขึ้นอยู่กับบรรยากาศความสัมพันธ์ ครั้งล่าสุดนี้ จะเป็นการรวมญาติครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี ซึ่งช่วงที่เว้นวรรคไปก็เป็นช่วงเดียวกับที่เกาหลีเหนือเดินหน้าทดลองนิวเคลียร์ 3 ครั้ง และทดสอบขีปนาวุธนับครั้งไม่ถ้วน

มีชาวเกาหลีใต้ 93 คน ชาวเกาหลีเหนือ 88 คนเท่านั้นที่ได้รับเลือกมาเจอญาติพี่น้องครั้งแรกในรอบหลายสิบปี แต่ท่ามกลางความตื่นเต้นดีใจของหลายคน สำหรับคุณยาย คิม จองคยู ที่เคยได้พบพี่ชายจากเกาหลีเหนือเมื่อปี 2557 การรวมญาติที่กำลังจะจัดขึ้นอีกครั้ง กลับเป็นการปลุกความทรงจำขมขื่น

"ฉันรู้สึกโชคดีมากและมีความสุขมากที่ได้พบพี่ชายยังมีชีวิตอยู่ แต่การได้เจอเขาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังพรากจากกันหลายสิบปี มันทรมานมากจริงๆ มันสั้นเกินไปและใจสลายเกินไป" หญิงชราวัย 83 ปีกล่าว

คุณยายคิม เป็นหนึ่งในชาวเกาหลีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ ที่ผ่านประสบการณ์ครอบครัวแตกกระสานซ่านเซ็นจากสงครามช่วงปี 2493-2496 ที่ลงเอยด้วยการแยกคาบสมุทรเกาหลีเป็นสองฝ่าย


ชาวเกาหลีจำนวนมากเสียชีวิตไปโดยไม่มีโอกาสได้เจอบุคคลอันเป็นที่รักในเกาหลีเหนืออีกเลย ด้วยอุดมการณ์การเมืองแตกต่างกันสุดขั้ว ความเป็นศัตรูที่เลยไปถึงตัดขาดการติดต่อสื่อสารระหว่างพลเรือน

ข้อมูลกระทรวงรวมชาติเกาหลีระบุว่า ช่วงปี 2531 ถึงกรกฎาคม 2561 มีชาวเกาหลีใต้ 132,603 คน ลงทะเบียนไว้กับรัฐบาล จำนวนนี้เสียชีวิตแล้ว 75,741 คน ส่วนผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ 57,000 คน ที่รอความหวังพบญาติพี่น้องในเกาหลีเหนือ 62% คือผู้มีอายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไป

รัฐบาลคัดเลือกจากผู้ยื่นคำร้อง 500 คนผ่านจับสลาก ก่อนคัดออกเป็นรายชื่อสุดท้าย โดยพิจารณาจากหลายปัจจัย อาทิ อายุ และผ่านการตรวจสอบว่าญาติพี่น้องในฝั่งเกาหลีเหนือยังมีชีวิตอยู่ ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจึงถูกมองว่าเป็นผู้ที่โชคดีมาก กระนั้น งานรวมญาติจัดตามแบบแผนเคร่งครัด และให้เวลาไม่มาก

การพบปะกันแต่ละครั้ง ชาวเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ จะถูกจัดให้พักแยกกันในโรงแรม 2 แห่ง และให้พบกันเฉพาะมื้ออาหาร 2 ครั้ง กับอีกครั้งหนึ่งให้เวลา 2 ชั่วโมง รวมแล้วเวลาที่ได้ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบราว 6 ชั่วโมงเท่านั้น

เวลาที่ล่วงเลยกับสังขารที่ร่วงโรย การพูดคุยไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับหลายคน พ่อแม่หรือญาติพี่น้องวัยชรา หูตาฝ้าฟาง ตะโกนด้วยน้ำตานองหน้า "จำได้ไหม" นี่ฉันเองนะ บางคนแทบจะถอดใจเลิกพยายามสื่อสารกันอย่างขมขื่น

คุณยายคิม เล่าบรรยากาศงานรวมญาติ 3 ปีก่อน ว่าเธอเห็นเกาหลีเหนือหลายคนพูดสรรเสริญ "นายพลผู้ยิ่งใหญ่" และคนเกาหลีใต้ร้องเพลงสรรเสิรญพระเยซู ขณะหน้าตาของอีกฝ่ายดูอึดอัด นอกจากนี้ เธอเห็นสตรีเกาหลีใต้คนหนึ่งเข้าไปร้องไห้ในห้องน้ำ ตีอกชกตัว พูดพึมพำซ้ำไปซ้ำว่า "ไม่น่ามาเลย" สตรีคนนั้นดูเหมือนจะช็อกและเสียใจมาก ที่เห็นญาติเกาหลีเหนือของเธอ ซูบผอมและยากจน

คิม ฮุย-ยอง พี่ชายวัย 88 ปีของเธอเวลานั้น ร่างกายเป็นอัมพาตหนึ่งข้าง น้องสาวอย่างเธอมีเรื่องมากมายอยากถาม และอีกมากที่อยากจะเล่า แต่ต้องเลือกใช้คำแบบระวังและพูดเฉพาะเรื่องจำเป็นจริงๆ เท่านั้น เธอห่วงความปลอดภัยของพี่ชาย เพราะไม่รู้ว่าใครจะเจอปัญหาอะไรในเกาหลีเหนือเมื่อไหร่และอย่างไร

ในปี 2485 เธออายุ 6 ขวบ ส่วน ฮุย-ยอง ลูกชายคนโตสุดในพี่น้อง 6 คน อายุ 17 ปี ออกจากบ้านเกิดในยองจู เมืองชนบททางใต้เพื่อไปหางานทำทางเหนือของคาบสมุทรเกาหลีที่ร่ำรวยทรัพยากร และเจริญกว่าทางใต้ที่ยังเน้นทำการเกษตร ในที่สุด พี่ชายได้งานทำในโรงงานแห่งหนึ่ง ที่ปัจจุบัน คือเมืองฮุงนัม ของเกาหลีเหนือ ก่อนสงครามปะทุ

"พี่ชายของฉัน เป็นคนฉลาดหลักแหลมที่สุดในบรรดาพี่น้อง 6 คน การสูญเสียเขาคือการสูญเสียแสงสว่างในครอบครัว" คุณยายคิม ซึ่งไปงานรวมญาติ 3 ปีก่อนพร้อมกับน้องสาวอีก 2 คนที่ยังไม่เกิดตอนที่พี่ชายออกไปหางานทำ

คุณยายคิม กล่าวว่า พ่อแม่ของเธอ คิดถึงลูกชายคนนี้ตลอดชีวิต แม่มักตื่นกลางดึกเพื่อฟังเสียงรถไฟสถานีใกล้ๆ หวังว่าลูกชายอาจนั่งรถไฟสักขบวนหนึ่งกลับมาบ้าน แต่ในที่สุด ทั้งสองคน และน้องชายของเธออีก 2 คนจากไปโดยไม่ได้พบเจอกับเขา

"พวกเขาตายไปทีละคน ส่งต่อความฝันพบเจอพี่ชายคนโตไว้กับคนต่อไป แล้วก็ถึงคราวของฉัน ที่ได้เห็นความฝันของครอบครัวกลายเป็นจริง"สองพี่น้องร่ำไห้กล่าวคำอำลา แต่พี่ชายกล่าวกับเธอว่า "อาจมีสักวันที่เราจะพบกันอีก มาร่ำลากันแบบไม่ร้องไห้กันเถอะ"กลับบ้านที่ยองจู คุณยายคิมไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ เพื่อสวดภาวนาให้พี่ชายของเธอยังมีชีวิตอยู่และสุขภาพแข็งแรง และขอให้สองเกาหลีรวมกันเป็นหนึ่งเดียว" แม้ลึกๆ ยอมรับว่า จะไม่มีโอกาสนั้นอีก

"เวลานี้ เขาคงจากไปแล้ว แต่อย่างน้อย ฉันได้เจอเขาแล้วครั้งหนึ่ง แม้แค่ 6 ชั่วโมง ฉันรู้สึกว่าโชคดีแล้ว"

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์