ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2564

เลิกอายได้แล้ว! น้องชายขอร้อง

12.70K 152
เลิกอายได้แล้ว! น้องชายขอร้อง

เพจเฟซบุ๊ก แพทยสภา แนะชายไทยควรเลิกอายที่จะพบแพทย์เพื่อปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะเพศ พร้อมเตือนไม่ควรฉีดสิ่งแปลกปลอมเข้าไปเพื่อขยายขนาดน้องชาย อันตรายอาจถึงขั้นถูกตัดน้องชายได้

โดยเพจเฟซบุ๊ก แพทยสภา ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "ไม่ว่าโลกจะล้ำไปไกลแค่ไหน เราก็ยังมีชายไทยที่ "ใจร้าย" และ "ใจดำ""ใจร้าย" เพราะไปฉีด"น้องชายตัวเอง" ให้ใหญ่ด้วยสารแปลกปลอมโดยหารู้ไม่ว่า อีกไม่นาน น้องจะต้องเน่า! "ใจดำ" เพราะปล่อยให้น้องชายป่วยคอตก! โดยไม่พาไปรักษา?คาดว่ามีชายไทย "ใจร้าย" นิยมฉีดสารเพิ่มขนาดอวัยวะเพศด้วยตัวเอง ปีละหลายพันคน ส่วนใหญ่อายุระหว่าง 20-30 ปี และนิยมฉีดกันในวงเหล้า แต่เพราะของเหลวที่ฉีดเข้าไปนั้นคือสิ่งแปลกปลอม ร่างกายจึงพยายามกำจัดออก ส่งผลให้อวัยวะเพศเป็นแผลพุพอง เป็นหนอง ติดเชื้อลุกลาม รูปร่างบิดเบี้ยว หงิก งอ จนอาจต้องเฉือนเนื้อส่วนที่เน่าทิ้ง!และบางรายอาจถึงขั้นถูกตัดน้องชาย!

วิธีรักษา คือการผ่าตัด!คุณหมอจะผ่าเลาะเอาเนื้อเยื่อส่วนที่เสียหายออก นึกๆ แล้วก็คล้ายกับการแกะพลาสติกที่พันรอบไส้กรอก จากนั้นก็รวบดึงเอาน้องชายเข้าไปเก็บไว้ในอัณฑะ เหลือส่วนหัวยาว 1 นิ้วแล้วเย็บปิด!! เพื่อรอให้น้องชายซ่อมแซมตัวเองต่อไปอีก 6 เดือน

จึงนัดมาผ่าตัดรอบสอง!! เพื่อเอาน้องชายกลับออกมาอยู่ข้างนอกเหมือนเดิม โดยในขั้นตอนนี้จะต้องใช้หนังจากส่วนอื่นของร่างกายมาแปะไว้และหลังการผ่าตัดความรู้สึกต่างๆ อาจไม่เหมือนเดิม!โอ้ว..แค่นึกก็เจ็บจี๊ด

นี่คือคำเตือนจากความห่วงใยของ ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ ผู้เชี่ยวชาญในการดูแลสุขภาพน้องชาย ที่รวมไปถึงการรักษาอาการและโรคต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับอวัยวะนี้ ทั้ง ปัสสาวะเป็นเลือด การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ต่อมลูกหมากโต นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งต่อมลูกหมาก การบาดเจ็บที่ไต ฯลฯความนิยมในการฉีดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ เกิดมาจากความเชื่อผิดๆ ที่ฝังรากลึกอยู่ในสมองของชายไทยว่า ขนาดยิ่งใหญ่ยิ่งให้ความสุขกับคู่นอนได้มาก ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่เกี่ยวกันเลย และขนาดมาตรฐานของชาวเอเชีย อยู่ที่ 3-5 นิ้ว


มาถึงเรื่องของชายไทย "ใจดำ" กันบ้าง??จากการศึกษาในชายไทยที่อายุ 40 - 70 ปี จำนวน 2,269 คนในปีพ.ศ. 2551 พบว่ามีปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือนกเขาไม่ขันถึง 42 เปอร์เซ็นต์ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจาก "ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย"

แต่เรื่องที่น่าตกใจกว่านั้นคือ มีแค่ 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ยอมมาพบแพทย์ที่เหลืออีกกว่า 97 เปอร์เซ็นต์ ยังยอมจำนนอยู่กับปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ทั้งจากความอายและความไม่รู้ จนปัญหาสุขภาพอาจลุกลามเป็นการทำลายความเชื่อมั่นในตนเอง เสียสุขภาพจิต และกระทบกระเทือนความสัมพันธ์กับคู่ครอง

#ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย นอกจากจะทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งตัวแล้ว ยังเป็นสัญญาณเตือนภัยถึงโรคอื่นๆ ทั้งเบาหวาน หัวใจ หากปล่อยทิ้งไว้นานๆจะมีความเสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน กระดูกพรุน และโรคคล้ายซึมเศร้า

ข่าวดีคือ อาการเหล่านี้รักษาได้ โดยศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ ที่มีอยู่ 500 คน ทั่วประเทศมีนวัตกรรมทางการรักษาที่ก้าวไกล อาจแค่การพูดคุยปรับทัศนคติ ใช้ยา ใช้อุปกรณ์ช่วยรักษา หรือแม้กระทั่งการผ่าตัดใส่แกนเทียมเข้าไปด้านในอวัยวะเพศ

หมอพร้อม ความรู้พร้อม เหลืออย่างเดียว ผู้ชายใจดำพร้อมหรือยังเลิกอายได้แล้ว น้องชายขอร้อง

ข้อมูลอ้างอิง: Increased prevalence of erectile dysfunction (ED): Results of the second epidemiological study on sexual activity and prevalence of ED in Thai malesSompol Permpongkosol, Apichat Kongkakand, Kirsada Ratana-Olarn, Anupan Tantiwong, Kavirach Tantiwongse & The Thai Erectile Dysfunction Epidemiological Study Group.Aging Male: Volume 11, 2008 - Issue 3. Pages 128-133หมายเหตุ : ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ เรียกตามความเข้าใจของคนไข้"

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย FB : แพทยสภา
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์