ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564

นมแม่คือรากฐานแห่งชีวิตสธ.ชูปี68ร้อยละ50กิน6เดือน

1.05K 2
นมแม่คือรากฐานแห่งชีวิตสธ.ชูปี68ร้อยละ50กิน6เดือน

นมแม่คือรากฐานแห่งชีวิตสธ.ชูปี68ร้อยละ50กิน6เดือน โดยในปี 2559 พบว่า มีทารกไทยเพียงร้อยละ 40 ได้กินนมแม่ภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด และเพียงร้อยละ 23 ที่ได้กินนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต - นพ.วชิระ เพ็งจันทร์

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับเครือข่ายตั้งเป้าปี 2568 เด็กไทยอย่างน้อยร้อยละ 50 กินนมแม่อย่างเดียวถึง 6 เดือน รณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในเดือนวันแม่แห่งชาติและสัปดาห์นมแม่โลก ภายใต้คำขวัญ "นมแม่คือรากฐานแห่งชีวิต" ตั้งเป้าในปี 2568 เด็กไทยกว่าร้อยละ 50 กินนมแม่อย่างเดียวนานถึง 6 เดือน 

นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ปีนี้กระทรวงสาธารณสุข และเครือข่ายได้ร่วมกันรณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และสัปดาห์นมแม่โลก หรือ World Breastfeeding Week ที่นานาประเทศได้ร่วมกันกำหนดไว้ในวันที่ 1-7 สิงหาคม ของทุกปี ภายใต้แนวคิด "นมแม่คือรากฐานแห่งชีวิต" Breastfeeding : Foundation of Life 

โดยมีนโยบายที่จะส่งเสริม สนับสนุน และปกป้องให้เด็ก ทุกคนได้กินนมแม่อย่างเต็มที่ ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก คือ กินนมแม่ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด กินนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต และกินนมแม่ต่อเนื่องควบคู่อาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้นหรือตามสูตร 1-6-2

"ประเทศไทยมีแนวโน้มการเกิดลดลง เราไม่สามารถตรึงการเกิดไม่ให้ลดลงได้ แต่เราสามารถทำให้ทุกการเกิดมีคุณภาพได้ โดยการเตรียมความพร้อมจากแม่ ปัจจุบันเรามีนโยบายส่งเสริมการเกิดและเติบโตอย่างมีคุณภาพ ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่ต้องเน้นตั้งแต่เริ่มก่อนตั้งครรภ์ คือการส่งเสริมให้แม่เข้าถึงบริการ ต้องได้รับสารอาหารเพียงพอจากแม่สู่ลูก หลังคลอด 6 เดือนต้องให้เด็กได้รับนมแม่อย่างเดียว" 

จากการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย จัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ ในปี 2559 พบว่า มีทารกไทยเพียงร้อยละ 40 ได้กินนมแม่ภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด และเพียงร้อยละ 23 ที่ได้กินนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต

ยิ่งไปกว่านั้น มีทารกเพียงร้อยละ 13 ที่ได้กินนมแม่ต่อเนื่องถึง 2 ปี สธ.ตั้งเป้าต้องเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนให้ได้ 50 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2568 โดยการทำเรื่อง "ปกป้อง สนับสนุน ส่งเสริม" ขณะนี้กฎหมายลูก 10 ฉบับออกมาเรียบร้อยแล้ว ภายในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ จะทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการอีกครั้ง และในเดือนกันยายนนี้ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย เรื่องการจัดสภาพแวดล้อม เอื้ออำนวยให้แม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เช่น การจัดมุมนมแม่ในสถานประกอบการ

ทั้งนี้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จะขับเคลื่อนทั้งงานปกป้อง สนับสนุน ส่งเสริม ได้แก่  การปกป้อง ส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การปกป้อง คือการบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 หรือ พ.ร.บ.นมผง เพื่อปกป้องสิทธิและสุขภาพของเด็กทุกคนไม่ให้เสียโอกาสในการกินนมแม่ ผ่านการควบคุมวิธีการโฆษณาและส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก

การส่งเสริม คือ การจัดระบบบริการสุขภาพ ที่สร้างความรอบรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แก่หญิงตั้งครรภ์และครอบครัว ตั้งแต่ฝากครรภ์ ต่อเนื่องถึงการจัดบริการห้องคลอดคุณภาพและการดูแลหลังคลอดที่ช่วยแม่ให้เริ่มให้นมลูกได้เร็วและ ตามต้องการ เชื่อมโยงถึงชุมชนที่มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเกือบ 1 ล้านคน คอยให้คำปรึกษา อย่างใกล้ชิดที่บ้าน

ส่วนการสนับสนุน คือการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยช่วยเหลือให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ โดยในระบบบริการสุขภาพมีการจัดตั้งคลินิกนมแม่เพื่อช่วยแก้ปัญหาและให้คำปรึกษาอย่างครบวงจรในสถานประกอบกิจการสำหรับแม่ทำงาน มีการผลักดันการจัดตั้งมุมนมแม่

ทั้งนี้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า ได้มีการสนับสนุนการนโยบาย สธ. ส่งเสริมให้เด็กได้กินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรก เพื่อส่งเสริมให้ลูกจ้างและนายจ้างเห็นความสำคัญ ซึ่งจะส่งผลให้เด็กมีภูมิต้านทานโรค สุขภาพแข็งแรง พัฒนาการสมวัย ประหยัดค่าใช้จ่ายของลูกจ้างในการซื้อนมผง ที่มีคุณค่าทางอาหารน้อย และมีการลงนามร่วมกับ 7 องค์กรที่ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 

ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2559-กรกฎาคม 2561 มีสถานประกอบกิจการจัดตั้งมุมนมแม่ จำนวน 1,745 แห่ง ลูกจ้างใช้บริการมุมนมแม่ จำนวน 11,159 คน ลูกจ้างเกี่ยวข้อง 999,882 คน ทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 334,770,000 บาท ขณะนี้กระทรวงการคลังได้ออกมาตรการลดหย่อนภาษีมาช่วยสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพื่อดึงดูดนายจ้างเข้าร่วมโครงการมากขึ้น โดยรูปแบบนายจ้างต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนทดแทน กำหนดไว้ว่าจะได้รับลดหย่อนเมื่อลูกจ้างปลอดภัย มีสุขภาพดี มีความสุขในการทำงาน ส่วนการขยายเวลาลาคลอดเป็น 6 เดือนนั้นเป็นเรื่องยาก ขณะนี้ขยายจาก 90 วัน 98 วัน ซึ่งจะนับวันที่ต้องไปตรวจครรภ์ด้วย"

ซึ่งการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นหนึ่งในการลงทุนที่ดีที่สุด สำหรับ 6 เดือนแรก เด็กกินนมแม่ เป็นวิธีที่ทั้งฉลาดและประหยัดเพื่อให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรง กินนมแม่มีผลอย่างมากกับการอยู่รอดปลอดภัย สุขภาพ ภาวะทางโภชนาการ และพัฒนาการของเด็ก เด็กทารกที่ได้กินนมแม่มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยน้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่ เด็กที่ไม่ได้รับนมแม่เมื่อโตขึ้นจะมีความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคอ้วน ภาวะไขมันในเส้นเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หอบหืดในเด็ก และโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และที่สำคัญกว่านั้น เด็กที่ได้กินนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกมีพัฒนาการด้านสติปัญญาและมีความสามารถในการเรียนรู้ได้ดีกว่า

ยกตัวอย่างที่ คลินิกนมแม่ โรงพยาบาลนครปฐม มี ปุณปวีร์ กิตติกุล พยาบาลผู้เชี่ยวชาญประจำคลินิกนมแม่ หรือที่ใครๆ ก็เรียกเธอว่า "แม่นก นมแม่" เป็นพยาบาลคุณแม่ลูก 2 ช่วยให้ความรู้ช่วยเหลือแม่และลูกที่มีปัญหาในการให้นมแม่ ตั้งแต่เริ่มต้นจนกว่าแม่จะสามารถให้นมลูกได้อย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่มือเก่า มือใหม่ มีปัญหาน้ำนมไม่พอ หัวนมแตก ท่อน้ำนมอุดตัน นวดประคบเต้านม อัลตร้าซาวนด์ เต้านมคัด เต้านมอักเสบ เต้านมเป็นฝี จุดขาวที่หัวนม หรือการช่วยแม่เริ่มต้นให้นมแม่ที่ถูกวิธี ท่าอุ้ม วิธีดูดนมของลูก แม้การแก้ไขปัญหาต่างๆ ของลูก เช่น ลูกปฏิเสธนมแม่รุนแรง ลูกติดขวดนม ลูกปากแหว่ง เพดานโหว่ ปรึกษาเรื่องนมแม่ได้ที่ https://www.facebook.com/kunnoknommae

 


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend