ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564

ชาวบ้านแจ้งฝ่ายปกครองตรวจสอบพระออกบิณฑบาตตี 1 ทุกวัน

4.41K 650
ชาวบ้านแจ้งฝ่ายปกครองตรวจสอบพระออกบิณฑบาตตี 1 ทุกวัน

ชาวบ้านสุดทนแจ้งฝ่ายปกครอง มีพระภิกษุรูปหนึ่งทำตัวแปลกๆ ชอบเดินทางออกจากวัดในยามวิกาล ตี 01.00-01.30 ทุกวัน เจ้าตัวสารภาพนั่งรถไฟฟรีไปกรุงเทพฯ เพื่อออกบิณฑบาตรในช่วงเช้าที่ซอยอารีย์ และแถวสะพานควาย ระบุมีคนทำบุญเยอะ

นายศักดิ์ชาย เสตานุช ผญบ. หมู่ที่ 1 ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง ลพบุรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ที่สำนักสงฆ์วัดสิงหล บ้านโคกขยาย ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง ลพบุรี มีพระภิกษุรูปหนึ่งทำตัวแปลกๆ ชอบเดินทางออกจากวัดในยามวิกาล ประมาณเวลา 01.00 -01.30 น.ทุกวัน ไม่ทราบว่าเดินทางไปไหน และจะกลับมาช่วงสายๆ หรือบ่าย ซึ่งเป็นเช่นนี้มานานนับเดือน ชาวบ้านสงสัยมากว่า พระรูปดังกล่าวไปไหน ขอให้เดินทางไปตรวจสอบให้หายสงสัยด้วย 

ผญบ.จึงได้เดินทางไปสอบถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าวกับพระที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ โดยได้คำตอบแบบไม่ชัดเจนว่า พระรูปดังกล่าวออกไปบิณฑบาต ผญบ.จึงได้เกิดความสงสัยขึ้นว่าไปบิณฑบาตที่ไหนแล้วเวลาแบบนี้ชาวบ้านทีไหนจะออกมาใส่บาตร ซึ่งก็ยังไม่พบพระรูปดังกล่าวอยู่ในสำนักสงฆ์ จึงได้เดินทางกลับ

วันนี้ (9 ส.ค.) มีชาวบ้านแจ้งมาว่าพระรูปดังกล่าวอยู่ในกุฏิชั้นสองของสำนักสงฆ์ ผญบ.จึงได้เดินทางไปเพื่อสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว พบว่าภายในกุฏิมีเครื่องอัฐบริขารครบ (เครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับพระ) มีอาหารคาวหวาน ขนม นมเนย ของกินมากมาย จนล้นห้อง จึงได้สอบถามถึงเรื่องที่ชาวบ้านคาใจ ก็ได้รับคำตอบแบบไม่สะทกสะท้านว่าออกจากปากพระว่าจริง ตนเองออกจากวัดเวลา 01.00 จริง แต่ไม่ได้ออกบิณฑบาต แต่นั่งรถไฟฟรีจากสถานีลพบุรีเพื่อไปบิณฑบาตที่กรุงเทพฯ ไปถึงกรุงเทพฯ ก็เวลาประมาณ 05.00-05.30 แล้วก็ออกเดินบิณฑบาต ที่ ซอยอารีย์ และแถวสะพานควาย ซึ่งย่านนี้มีประชาชน เด็ก และเยาวชนจำนวนมากชอบใส่บาตรตอนเช้า และมีคนทำบุญเยอะ

  


ผญบ. จึงได้ขอตรวจสอบใบสุทธิพระ หรือเอกสารที่แสดงความบริสุทธิ์ ของภิกษุที่ถูกต้องตามพระวินัย แต่กลับได้รับคำตอบว่าไม่มี ไม่เคยมี ไม่เคยใช้ พระสมัยนี้เขาไม่ใช้กันหรอกโยม ทำเอาหลายคน รวมถึงผู้สื่อข่าวถึงกับอึ้งในคำพูดที่ออกมาจากปากของพระภิกษุ 

ผู้สื่อข่าวถามว่าแล้วมาอยู่ที่วัดนี้ได้อย่างไรมาจากไหน ใครอนุญาต บวชเช่นไร มีพระอุปัชฌาย์ เหมือนพระทั่วไปหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่า มาจากจังหวัดลำปาง มาจากพระด้วยกันที่แนะนำให้มาจำวัดที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ เนื่องจากไม่มีการเข้มงวดกวดขันในการตรวจสอบ ตนเองและเพื่อนๆ หลายคนบวชกันเอง โกนหัวให้กันเอง ที่วัดแห่งหนึ่ง ที่คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตนเองบวชเรียนมาแล้ว 8 พรรษาแล้ว และยังกล่าวอีกว่าที่วัดแห่งนี้ไม่มีใครมีใบสุทธิพระหรอก ไม่เชื่อเถอะไปถามดูได้ และที่ได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ก็เพราะมีแนะนำและผู้อนุญาตให้มาอยู่ แต่ไม่ขอเอ่ยชื่อ 

เมื่อไม่มีใบสุทธิพระเจ้าหน้าที่จึงได้ขอดูบัตรประชาชน จนทราบชื่อว่าชื่อนายสง่า กลิ่นสด อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 282 หมู่ที่ 3 ต.บ้านขอ อ.เมืองปาน จ.ลำปาง ซึ่งทาง ผญบ. ได้กล่าวว่าแบบนี้มันผิดระเบียบวินัยของพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งไม่มีทั้งพระอุปัชฌาย์ที่บวชให้ และใบสุทธิพระหรือเอกสารที่แสดงความบริสุทธิ์ของพระภิกษุสงฆ์ที่ถูกต้องตามพระวินัย แล้วยังมาอาศัยอยู่แบบนี้มันผิด พระสง่า หรือนายสง่า ต้องยอมจำนนทุกอย่าง ยอมเก็บข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ รวมถึงอาหารทุกชนิดรวบรวมเก็บใส่ถุงเพื่อขอออกจากวัดไป โดยพระที่รักษาการณ์สำนักสงฆ์ แห่งนี้ และพระลูกวัดบางองค์ได้ออกปากไล่ให้ไปเสียจากที่นี่ แล้วไม่ต้องมาที่นี่อีก  

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวนายสง่า ไปให้เจ้าคณะตำบล ที่วัดป่าธรรมโสภณ ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง ลพบุรี พิจารณาถึงการลาสิกขา โดยเจ้าคณะตำบลกล่าวว่า นายสง่าไม่ได้บวชจากพระอุปัชฌาย์ และไม่ได้บวชถูกต้องตามประเพณี ถือว่าไม่ใช่พระ ให้ถอดจีวรออกได้เลย แล้วนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ข้อหาแต่งกายเลียนแบบพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งนายสง่าได้ยอมรับสารภาพแต่โดยดี เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไปสอบสวน ทำประวัติที่ฝ่ายปกครองป้องกัน อ.เมืองลพบุรี ก่อนที่จะส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมือง ลพบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือพิจารณาผลักดันนายสง่าให้ออกจากพื้นที่จังหวัดลพบุรีต่อไป 

เรื่องโดย ชัชวาลย์ แก้วกระจาย | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์