ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564

"บิ๊กตู่" ตรวจน้ำเพชรบุรีกำชับให้ท่วมน้อยที่สุด-สั้นที่สุด

565 25
บิ๊กตู่ ตรวจน้ำเพชรบุรีกำชับให้ท่วมน้อยที่สุด-สั้นที่สุด

"บิ๊กตู่"ตรวจน้ำท่วมเพชรบุรีมั่นใจไม่หนัก กำชับท่วมน้อยที่สุด-เวลาสั้นที่สุด กรมชลฯเผยล้นสปิลเวย์สูงสุดศุกร์นี้ก่อนเข้าตัวเมือง คาดล้นตลิ่ง-ชุมชนสูง 30-50 ซม.

คืบหน้ามวลน้ำล้นสปิลเวย์ของเขื่อนแก่งกระจานไหลทะลักท่วมชุมชนและรีสอร์ตหลายแห่งบริเวณพื้นที่ท้ายเขื่อนเส้นทางน้ำไหลผ่านและมวลน้ำมุ่งหน้าไปทางเขื่อนเพชรและจะเข้าสู่ตัวเมืองเพชรบุรีซึ่งเจ้าหน้าที่และประชาชนได้เตรียมมาตรการรองรับเสริมคันกั้นน้ำและกั้นแนวกระสอบทรายในจุดพื้นที่เศรษฐกิจและมีการวางแผนตัดมวลน้ำก่อนเข้าเขื่อนเพชรให้ไปลงทางชลประทานและลำคลองธรรมชาติเพื่อลดผลกระทบตัวเมืองเพชรบุรีนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 08.50 น.วันที่ 8 สิงหาคมพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพพาคที่ 1ได้ลงพื้นที่ จ.เพชรบุรี หลังสถานการณ์ระดับน้ำในเขื่อนแก่งกระจาน อยู่ในขั้นวิกฤติน้ำล้นสปิลเวย์และมีแนวโน้มว่าจะไหลบ่าท่วมในพื้นที่5 อำเภอ โดยนายกฯ ได้เดินทางมายังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี(เขื่อนเพชร) ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง ด้วยรถยนต์ และเมื่อมาถึงได้กล่าวทักทายข้าราชการและเจ้าหน้าที่รอต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสว่า"เห็นรอยยิ้มแล้วก็โอเคนะ มาให้กำลังใจ ทุกคนทำได้ดีแล้ว สถานการณ์ไม่ได้หนักหนาสาหัสอย่างที่คิด"

ต่อมาพล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้ารับฟังสรุปสถานการณ์ระดับน้ำในเขื่อนแก่งกระจานและการวางแผนรับมือป้องกันว่า อยากฝากสื่อมวลชน 2 เรื่องว่าสถานการณ์ยังไม่ถึงขนาดนั้น แน่นอนมันต้องมีการท่วมขังบ้าง แต่ข้อสำคัญคือเราจะมีมาตราการและเตรียมการอย่างไร สิ่งที่เราทำวันนี่คือการป้องกัน การเก็บกักน้ำเพื่อใช้ไปถึงหน้าแล้งด้วย เพราะว่าการระบายน้ำหมดถือว่าไม่ใช่ นี่จึงถือเรียกว่าการบริหารจัดการน้ำ และทำอย่างไรจะมีน้ำเก็บไว้หน้าแล้ง ทำอย่างไรจะบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนให้ดีที่สุดและได้รับผลกระทบน้อยที่สุด นอกเหนือจากการบริหารจัดการน้ำก็จะเป็นมาตราช่วยเหลือผู้ประสบภัย จึงขอให้ทุกคนระมัดระวังการเสนอข่าวอย่าทำให้สถานการณ์ดูหนักมากเกินไป เราจะแก้ไขให้ดีที่สุดและต้องใช้เวลา

จากนั้นนายกฯพร้อมคณะไปตรวจดูการระบายน้ำบริเวณสันเขื่อนเพชรพร้อมสอบถามมาตรการและการป้องกันน้ำท่วมต่อมาเดินทางไปที่ประตูระบายน้ำคลอง D9 ต.ปึกเตียน อ.ท่ายาง เพื่อตรวจเยี่ยมการขยายคลองชลประทานทั้งนี้นายกฯ กล่าวระหว่างพบปะกับชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวที่มาคอยให้กำลังใจว่า ขอให้ทุกคนมั่นใจ อย่างไรก็ตามจะไม่ให้น้ำท่วมเลยก็จะลำบากแต่ต้องท่วมให้น้อยและท่วมในระยะเวลาอันสั้น รวมทั้งต้องมีผลกระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด โดยยืนยันว่ารัฐบาลดูทุกเรื่อง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการพร่องน้ำไปแล้ว 42 เปอร์เซ็นจึงสามารถรับน้ำไว้ได้ในตอนนี้ หากไม่มีการพร่องน้ำมาก่อนก็จะมีปัญหาอีกทั้งที่ผ่านมายังได้สั่งการให้ขุดคลองเพิ่มที่คลอง D9 ซึ่งยังต้องดำเนินการอีกหลายคลอง แต่บางจุดเป็นพื้นที่ของประชาชนไม่ใช่ของหลวงนั่นคือปัญหาถ้าประชาชนไม่ให้ขุดก็ขุดยากจึงต้องไปดูว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างไร และอะไรที่ต้องเสียสละกันบ้าง ซึ่งรัฐบาลก็จะมีการชดเชยและดูแลให้อยู่แล้ว นอกจากนี้ได้เชิญชวนให้ประชาชนดูรายการเดินหน้าประเทศไทยในเวลา 18.00 น.ถึงการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลด้วย

นายกฯกล่าวอีกว่าในพื้นที่อีสานและพื้นที่ภาคใต้ก็เจอสถานการณ์น้ำที่หนักกว่าตรงนี้อีก และช่วงนี้ก็จะมีมรสุมเข้ามาด้วย ขอให้ประชาชนอย่าตกใจให้ดูที่ข้อเท็จจริงเพราะสถานการณ์น้ำไม่ได้หนัก รัฐบาลได้เตรียมมาตรการดูแลไว้ทั้งหมดหากประชาชนมีทรัพย์สินที่มีค่าก็ให้ยกไว้ในที่สูงหนีน้ำไว้ และถ้าน้ำท่วมมากก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นก่อน ภาครัฐจะดูแลบ้านเรือนให้ ถ้าเราเตรียมความพร้อมกันไว้ตั้งแต่วันนี้ วันข้างหน้าถ้าเกิดอะไรขึ้น ก็จะรับมือได้ น้ำมาเดี๋ยวมันก็ไป

ลุ้นท่วมเมืองเพชร-บ้านแหลม

ด้านนายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทานเปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนแก่งกระจานว่า ขณะนี้มีน้ำ 730 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)ทำให้น้ำล้นสปิลเวย์สูงประมาณ 46ซม.โดยปริมาณน้ำดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่ท้ายเขื่อนยกเว้นรีสอร์ทที่มีตลิ่งต่ำจะได้รับผลกระทบอยู่บ้าง สำหรับเขื่อนเพชรปริมาณน้ำท้ายเขื่อน 95 ลบ.ม.ต่อวินาที จะไม่ส่งผลต่อ อ.ท่ายาง และ อ.เมืองเพชรบุรี ที่มีคนบอกน้ำจะท่วมเมื่อคืนยืนยันว่าในช่วงนี้ไม่มีผลกระทบ

อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำในเขื่อนแก่งกระจาน จะล้นสปิลเวย์ระดับสูงสุดในวันที่ 10 สิงหาคม คาดว่า อ.เมืองเพชรบุรี จะได้รับผลกระทบประมาณวันที่ 12 สิงหาคมนี้โดยปริมาณน้ำระบายท้ายเขื่อนแก่งกระจานในอัตรา 210 ลบ.ม.ต่อวินาทีและมีน้ำจากป่าด้านข้างเข้ามาเพิ่มอีก 40 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้ปริมาณน้ำหน้าเขื่อนเพชร รวมเป็น 250 ลบ.ม.ต่อวินาที จะทำการตัดยอดน้ำ 90 ลบ.ม.ต่อวินาที ใช้แนวคลองชลประทานฝั่งซ้าย-ขวา 4 สาย และคลอง D9 ที่กำลังขุดขยายลงสู่อ่าวไทยทำให้ลดน้ำเข้าตัวเมือง 160 ลบ.ม.ลำน้ำเพชรบุรีผ่านตัวเมืองมีช่วงแคบสามารถรับน้ำได้ 150 ลบ.ม.ต่อวินาทีจึงมีน้ำส่วนเกินท่วมล้นตลิ่งในส่วนตัวเมืองเพชรจะมีปริมาณน้ำขัง 30-50 ซม.จะอยู่ประมาณ 7-10 วันและอ.บ้านแหลม มีปริมาณน้ำสูงขึ้น50-80ซม.ซึ่งทางจังหวัดและหน่วยงานเกี่ยวจะป้องกันให้ดีที่สุด

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันบริเวณหน้าเขื่อนเพชรตรงคลองระบายน้ำ D9 ที่ยังไม่เสร็จร้อยเปอร์เซ็นต์คาดการณ์ว่าหากเสร็จแล้วจะรองรับน้ำได้ 35 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งจะเป็นตัวช่วยตัดน้ำไม่ให้เข้า อ.เมืองเพชรบุรีแต่อย่างไรก็ตามน้ำจะท่วมขังในพื้นที่อ.บ้านแหลม เป็นเดือน เพราะพื้นที่ติดกับทางออกของน้ำ ซึ่งเราจะใช้วิธีการผลักดันน้ำเพื่อลดระดับ โดยติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำกว่า 40 เครื่อง และตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยงหลายพื้นที่ อย่างไรก็ตามสถานการณ์น้ำปัจจุบันที่ไหลเข้าเขื่อนแก่งกระจานลดลงทุกวันซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี

เอ่อที่ลุ่มริมตลิ่ง-ชุมชน 30-50 ซม.

ขณะที่ นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในวันที่ 10 สิงหาคมระดับน้ำที่ล้นทางระบายน้ำล้น (Spill way)จะสูงสุดประมาณ 65 ซม. อัตราการไหลประมาณ 106 ลบ.ม.ต่อวินาที เมื่อรวมกับปริมาณน้ำที่ระบายผ่านอาคารชลประทาน อัตรา 224 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งยังไม่เกินความจุของแม่น้ำเพชรบุรีจะรับได้ แต่จะมีผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งบางแห่งที่จะมีระดับน้ำท่วมสูง 1020 ซม.และคาดว่าในวันที่ 11 สิงหาคมจะมีปริมาณน้ำสูงสุดที่ไหลมารวมกันบริเวณหน้าเขื่อนเพชรในเกณฑ์ 230250 ลบ.ม.ต่อวินาทีโดยกรมชลประทานจะจัดการน้ำด้วยวิธีหน่วงน้ำหน้าเขื่อนและตัดน้ำเข้าคลองระบบชลประทานฝั่งซ้ายขวาของแม่น้ำเพชรบุรีรวม 55 ลบ.ม.ต่อวินาที และผันเข้าคลองระบาย D9 ในอัตรา 35 ลบ.ม.ต่อวินาที รวมปริมาณน้ำที่ตัดเข้าระบบทั้งสิ้น 90 ลบ.มต่อวินาที พร้อมกับควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านท้ายเขื่อนเพชรในอัตรา 140160 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งปริมาณน้ำนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน ในเขต อ.ท่ายางและอ.บ้านลาด ก่อนปริมาณน้ำดังกล่าวจะไหลผ่านลงสู่เขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ในวันที่ 12 สิงหาคม ที่อาจส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งและพื้นที่ชุมชนบางแห่ง ระดับน้ำสูงเฉลี่ยประมาณ 3050 ซม.

"ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือโดยระบายน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี เดินเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยงที่อาจจะมีน้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่และชุมชน จำนวน 31 เครื่อง สำรอง 5 เครื่อง และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี เพื่อเร่งระบายน้ำในจุดที่มีการระบายน้ำได้ช้า จำนวน 38 เครื่อง สำรอง 8 เครื่อง นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนเรือผลักดันน้ำ จำนวน 20 ลำ ติดตั้งในแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณวัดคุ้งตำหนัก อ.บ้านแหลม ช่วยระบายน้ำลงสู่ทะเลได้เร็วขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมยานพาหนะและเครื่องจักรกลต่างๆ เช่น รถบรรทุก รถขุดตัก จำนวน 20 คัน ประจำในพื้นที่เพื่อขุดเปิดทางน้ำอีกด้วย"นายกฤษฏา กล่าว

วางมาตรการเยียวยาเกษตรกร

นายกฤษฎา กล่าวอีกว่าได้เตรียมมาตรการบรรเทาสาธารณภัยแก่เกษตรกรและประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่ลุ่มต่ำด้านเกษตรไว้แล้ว โดยประเมินพื้นที่เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย 1. ด้านพืช 5 อำเภอ 461 ครัวเรือน พื้นที่ 4,681 ไร่ 2. ด้านประมง 5 อำเภอ 587 ราย พื้นที่ 9,822 ไร่ และ 3. ด้านปศุสัตว์ 4 อำเภอ 2,948 ราย สัตว์ 151,769 ตัว ซึ่งจังหวัดได้ประกาศเขตความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว 2 อำเภอ 5 ตำบล 27 หมู่บ้าน ประกอบด้วย อ.ท่ายาง 2 ตำบล 17 หมู่บ้าน และ อ.แก่งกระจาน 3 ตำบล 10 หมู่บ้านโดยหากพื้นที่เกษตรได้รับความเสียหายจากสถานการณ์ดังกล่าว จะดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2556 ซึ่งหลักเกณฑ์การช่วยเหลือจะต้องเป็นเกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรฯ ไว้ก่อนเกิดภัย จึงขอให้เกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าวที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเกษตรกรได้ไปแจ้งเกษตรอำเภอหรือเกษตรตำบลที่อยู่ใกล้บ้านตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปด้วย

น้ำท่วมชุมชนพื้นที่เหนือเขื่อน

มีรายงานแจ้งว่า หลังจากเขื่อนแก่งกระจานระบายน้ำมีผลกระทบชุมชนและรีสอร์ตหลายแห่งบริเวณท้ายเขื่อนนั้น ในส่วนของชุมชนเหนือเขื่อนแก่งกระจานก็เกิดน้ำท่วมจากมวลน้ำโดยหมู่บ้านพุเข็ม ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน พื้นที่เหนือเขื่อนได้เกิดน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือน โรงเลี้ยงสัตว์ ที่ปลูกอยู่พื้นที่ลุ่มริมเขื่อนแก่งกระจาน บางจุดมีน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ท่วมบ้านเกินกว่าครึ่งหลัง บางหลังเกือบมิดหลังคา รวมถึงโรงเลี้ยงสัตว์ที่ถูกน้ำท่วมเช่นกัน มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 30 หลังคาเรือน

ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า ตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้(7ส.ค.)จนถึงเช้าวันนี้ ระดับน้ำขื้นเพิ่มมาอีก 30 ซม. ทำให้บ้านเรือนไร่สวนได้รับผลกระทบจำนวนมากจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ ส่วนปริมาณน้ำที่เข้าท่วมเป็นน้ำที่ลงมาจากบ้านโป่งลึก บางกลอย โดยน้ำมาเร็วมากและไม่คิดว่าจะมีระดับเพิ่มขนาดนี้และยังคงเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า มวลน้ำมาถึงด้านหลังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานแล้ว สำหรับในส่วนของอุทยานฯได้เตรียมความพร้อม โดยได้ประสานเจ้าหน้าที่ให้จัดเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นพร้อมจัดรถยนต์และรถกู้ภัยเตรียมเข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยและจัดชุดเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอดเวลาซึ่งพบว่าระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผบ.ทบ.มั่นใจรับสถานการณ์น้ำ

วันเดียวกันที่กรมยุทธศึกษาทหารบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือน้ำท่วม จ.เพรชบุรี ว่าในส่วนของกองทัพบกได้ส่งกำลังทางมณฑลทหารบกที่ 15 ไปช่วยดำเนินการเรื่องของการระบายน้ำออกจากเขื่อน พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมการ รวมถึงใช้กรมการทหารช่างเปิดพื้นที่ท้ายน้ำให้น้ำระบายออกสู่ทะเลอย่างรวดเร็วและสถานการณ์โดยรวมน่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่เราดูแลได้โดยต้องเร่งรัดระบายลงทะเลให้เร็วที่สุดให้สามารถทำได้ก็ใช้เครื่องไม้เครื่องมือทุกอย่างในทุกเหล่าทัพ ในส่วนของกองทัพเรือก็นำเรือผลักดันน้ำ 20 ลำไปช่วยผลักดันน้ำ สำหรับการดูแลประชาชนในกรอบที่ผ่านมาเป็นการทำงานร่วมกันกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)จังหวัดตั้งแต่การแจ้งเตือน การช่วยเหลือ สุดท้ายก็คือเรื่องการฟื้นฟู ขณะนี้คิดว่าพอรับมือได้ซึ่งจะมีประชาชนบางส่วนที่เดือดร้อนทั้งกองทัพบกและกระทรวงมหาดไทยก็เข้าไปดูแล

"ต้องยอมรับว่าปีนี้ปริมาณน้ำค่อนข้างมากกว่าปี 2560 น้ำในเขื่อนมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าปีที่แล้ว 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ละเขื่อนก็ได้เร่งระบายน้ำออกในจุดที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังติดตามปริมาณน้ำในส่วนที่ติดกับแม่น้ำโขง หน่วยงานเกี่ยวข้องพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อรับมือพายุที่จะเข้ามา ขณะนี้ทุกภาคส่วนของพื้นที่เพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาต่างๆ เชื่อว่าสถานการณ์ไม่เป็นเหมือนปี 2554" พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว

ผบ.ตร.สั่งตร.สนับสนุนทุกพื้นที่

ด้านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้สั่งการตำรวจทุกพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติทั้งน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม ลงไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกำลังตำรวจในพื้นที่และส่วนกลางต้องมีความพร้อมปฎิบัติการช่วยเหลือแบบอัตโนมัติหากขาดเหลือกำลังหรืออุปกรณ์อื่นๆส่วนกลางก็พร้อมนำกำลังเข้าไปสนับสนุนทันที

ส่วนสถานการณ์น้ำ จ.เพชรบุรี ที่กำลังประสบปัญหาวิกฤติและมีการแจ้งเตือนว่า 12 สิงหาคมนี้น้ำจะไหลเข้าท่วมถึงตัวเมืองเพชรบุรีนั้น เบื้องต้นเชื่อว่าชาวบ้านในพื้นที่มีการเตรียมพร้อมรับมือไว้แล้วส่วนหนึ่ง ส่วนการช่วยเหลือต่างๆจะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นผู้อำนวยการหากสั่งการอย่างไรตำรวจก็พร้อมจะเข้าไปสนับสนับสนุนช่วยเหลืออยู่แล้ว โดยเฉพาะหน่วยกู้ชีพฉุกเฉิน ตำรวจพลร่ม ของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) มีการเตรียมความพร้อมไว้อยู่แล้วเช่นกัน ส่วนการป้องกันอาชญากรรมต่างๆที่เป็นการซ้ำเติมประชาชนเป็นหน้าที่โดยตรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แล้วในการป้องกัน นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้เฝ้าระวังและตรวจสอบกรณีมีการกักตุนสินค้าเพื่อจำหน่ายในราคาที่สูงอันเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค เช่นเดียวกับในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหลือ หรืออีสาน ที่กำลังประสบภัย ให้กำลังตำรวจเตรียมพร้อมและปฎิบัติการช่วยเหลือเช่นเดียวกัน และหากมีโอกาสก็จะลงพื้นที่ไปให้การช่วยเหลือทันที

เขื่อนกาญจน์เพิ่มตรวจมั่นคง

วันเดียวกัน นายประเสริฐ อินทับ ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์(อขศ.) อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้สั่งการเพิ่มความถี่ในการตรวจความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อนหลังจากมีปริมาณน้ำไหลเข้าอย่างต่อเนื่องทุกวันทำให้ปริมาณน้ำมีมากถึง 87.09% หรือ15,453.63 ล้านลบ.ม. และระบายออก20 ล้านลบ.ม.อย่างไรก็ตามไม่มีแนวโน้มหรือบ่งชี้ว่ามีสิ่งผิดปกติแต่ประการใดโดยเขื่อนยังมีความแข็งแรงมั่นคงปลอดภัยและยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีก

ด้านนายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ(อขว.) อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในเขื่อน 7,522 ล้านลบ.ม.คิดเป็น 85% ของความจุโดยช่วง6-12 สิงหาคม ระบายน้ำเฉลี่ย 43 ล้านลบ.ม.ต่อวัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำแควใหญ่และแควน้อย รวมทั้งแม่น้ำแม่กลองในวันนี้สถานการณ์ยังทรงตัว ส่วนบริเวณท่าน้ำปากแซง หมู่ 3 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค ได้ลดปริมาณลงแล้ว แต่ทุกพื้นที่ที่น้ำเอ่อล้นตลิ่งขึ้นท่วมต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะเขื่อนวชิราลงกรณจำเป็นต้องพร่องน้ำออกจากเขื่อน

ระนองระดมช่วยน้ำป่าหลาก

ส่วนสถานการณ์ที่ จ.ระนอง หลังจากฝนตกต่อเนื่องนายเฉลิมพล ครุอำโพธิ์ นายอำเภอกะเปอร์ เปิดเผยว่า วันนี้หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ได้ระดมเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 3,000 คนใน 4 ตำบลของ อ.กะเปอร์ ประกอบด้วย ต.กะเปอร์ ต.เชี่ยวเหลียง ต.บ้านนา และ ต.บางหินซึ่งในส่วนของอำเภอได้ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง และหน่วยงานต่างๆ ลงพื้นที่หมู่ 2 ต.บางหิน พื้นที่ประสบภัยรุนแรงที่สุด โดยได้เข้าไปเร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยพร้อมนำน้ำดื่ม เสื้อผ้า อาหาร แจกจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นส่วนสถานการณ์ได้คลี่คลายลงแล้วน้ำป่าที่ไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนได้ไหลลงสู่ทะเลทำให้ระดับน้ำลดลงเกือบจะเป็นปกติ แต่จะมีบางพื้นที่ที่เป็นที่ลุ่มก็จะยังมีระดับน้ำท่วมขังในบ้าน ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ได้ทยอยกลับบ้านไปสำรวจทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย

ปภ.เฝ้าระวังอุทกภัยใน 46 จว.

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) ได้ติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่าหลายพื้นที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ปริมาณน้ำท่าเพิ่มสูงขึ้น และอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์สภาพอากาศในช่วงวันที่ 89 สิงหาคม ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน อีกทั้งมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้ทั่วทุกภาคมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักหลายพื้นที่โดยปริมาณฝนที่ตกสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลาดเชิงเขา นอกจากนี้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรง และคลื่นสูง 23 เมตร

ทั้งนี้มีจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังอุทกภัย 46 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร ตาก นครสวรรค์ และอุทัยธานีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ชัยภูมิ อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด ยโสธร ศรีสะเกษ และอุบลราชธานีภาคกลาง 13 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ส่วนภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สำหรับจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังคลื่นลมแรง 10 จังหวัดแยกเป็นภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราดภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ส่วนจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม 6 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง และพังงา จึงได้ประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตและจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยใกล้ชิดต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงและประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้มงวดเรือทุกประเภทให้ระมัดระวังและติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด

ฉบับ นสพ.คมชัดลึก


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend