ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564

พ่อโพสเฟสบุ๊ก "ลูกผมโดนลงโทษขนาดนี้เลยหรอครับ" หลังลูกโดนครูบิดหูจนห้อเลือดและช้ำ

3.08K 390
พ่อโพสเฟสบุ๊ก  ลูกผมโดนลงโทษขนาดนี้เลยหรอครับ หลังลูกโดนครูบิดหูจนห้อเลือดและช้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ ผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ "วัลลภ ธรรมสนธิเจริญ" โพสต์ข้อความว่า "ลูกผมโดนคุณครูลงโทษขนาดนี้เลยหรอคับ แถมไม่เคยถามลูกผมว่าเจ็บไหมไปรักษาที่ไหนหรือยัง ใจร้ายจริงๆ สงสารลูกมากๆคับ เด็กอนุบาล 2 ทำไมต้องมาเจอเรื่องโชคร้ายแบบนี้ด้วยคับ" พร้อมภาพประกอบ เป็นรูปใบหูทั้ง 2 ข้าง เป็นแผลยาวลักษณะแผลถูกบิดและจิก จนมีการแชร์ไปอย่างแพร่หลายนั้น

ล่าสุดเวลา 12.30 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 8 ม.4 ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท พบนายวัลลภ ธรรมสนธิเจริญ อายุ 29 ปี และ ด.ญ.ทิพวัลย์ ธรรมสนธิเจริญ หรือน้องเจล อายุ 4 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในชัยนาท กำลังนั่งเช็ดล้างบาดแผลที่หูให้น้องเกลอยู่

เนื่องจากแผลดังกล่าวนั้น เป็นแผลที่ถูกครูประจำชั้นของน้องเจล บิดหูทั้ง 2 ข้าง จนเป็นแผลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรดาญาติๆ ที่ไม่พอใจกับการกระทำของครูหวังเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เบื้องต้นได้ทำการลงบันทึกประจำวันไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท และได้พาน้องเจลไปทำการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทรไว้แล้ว

ด้านนายวัลลภ ธรรมสนธิเจริญ พ่อน้องเจล เปิดเผยว่า เมื่อเย็นของวันที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมาตนได้รับลูกที่โรงเรียนกลับบ้าน สังเกตเห็นลูกมีอาการซึมๆ ทีแรกไม่คิดว่าจะมีอะไรรุนแรงกับลูก ต่อมาเช้าวันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม แม่เขาอาบน้ำให้ลูก ลูกมีอาการงอแงไม่อยากไปโรงเรียน ช่วงที่แม่เขาถอดเสื้อให้ลูกเสื้อไปถูกที่ใบหูลูกร้องไห้อย่างดัง

จึงถามลูกว่าร้องไห้ทำไม ทำไมไม่อยากไปโรงเรียน จากนั้นได้ทำการมัดผมให้ลูก จึงพบว่ามีบาดแผลที่ใบหูของลูกเยอะมากที่ใบหูทั้ง 2 ข้าง ลักษณะห้อเลือดและช้ำ ทีแรกคิดว่าลูกเล่นกับเพื่อนๆ แต่เห็นเป็นรอยเล็บใหญ่มีรอยจิก ลักษณะลูกไม่มีทางสู้ ไม่น่าจะใช่เด็กเล่นกัน รู้สึกติดใจจึงเข้าไปหาครูที่โรงเรียน เขาเดินเข้ามาหาแล้วทำหน้าตกใจ ตนยังไม่ได้ถามอะไรเขาดิ่งไปดูที่หูของลูกทันที

จึงทำให้รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูก จึงถามเขาว่าครูบิดหูลูกผมจริงไหมครับ ซึ่งเขาก็ยอมรับ แต่เกิดบาดแผลรุนแรงนั้นไม่น่าใจใช่ แล้วตนถามไปว่าแล้วรอยเล็บล่ะ ครูตอบว่ารอยเล็บก็จะมีบ้าง จากนั้นเขาได้กล่าวขอโทษ และขอให้ลูกเรียนที่นี่ต่อ แต่สภาพจิตใจ ตนไม่อยากให้ลูกเรียนที่นี่อีกแล้ว

นายวัลลภ ธรรมสนธิเจริญ พ่อน้องเจล กล่าวต่ออีกว่า จากเหตุการณ์วันนั้นได้ติดต่อเพื่อขอคุยกับ ผอ.โรงเรียนเป็นการส่วนตัว โดย ผอ.ได้เสนอให้ 2 ช่องทางคือ ให้เด็กย้ายห้องเรียน ข้อเสนอนี้ตนไม่ยอมรับเพราะไม่อยากให้ลูกไปเรียนที่นี่อีกแล้ว แม้โรงเรียนนี้จะสอนดีก็จริง แต่เพื่อความปลอดภัยของลูก เขาได้เสนออีกทางคือ ให้ลูกลาออกจากโรงเรียน โดย ผอ.ให้มาลาออกในวันจันทร์นี้ได้เลย

แต่ทางโรงเรียนไม่มีนโยบายช่วยเหลือเยียวยาอะไรเลย หลังจากเกิดเหตุการณ์กับเด็ก การที่ตนตัดสินใจนำเรื่องราวลงเฟสบุ๊กเพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์กับคนอื่นๆอีก อยากให้เกิดกับลูกตนเป็นครั้งสุดท้าย และทำให้รู้ว่าครูคนดังกล่าวที่ทำร้ายลูก เคยตีเด็กจนเป็นไข้มาแล้ว

ด้านผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว เผยว่า ตนได้ทราบว่าเกิดเหตุเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และผู้ปกครองได้ประสานให้ไปพบที่บ้าน ตนได้เดินทางไปพบผู้ปกครองที่บ้าน ซึ่งเดิมได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ไม่มีอะไร ต่อมาเมื่อวานนี้ผู้ปกครองเด็กบอกว่าจะแจ้งความ ตนบอกว่าแจ้งได้เลย ซึ่งการกระทำของครูนั้นอาจจะลืมตัว ทางโรงเรียนได้ปฏิบัติตามระเบียบของโรงเรียน จึงให้ทางผู้ช่วยผู้อำนวยการดำเนินการสอบสวน และครูได้สารภาพกับทางโรงเรียน จึงได้ได้บันทึกทำทัณฑ์บน หากมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกจะดำเนินการให้ลาออกทันที


เรื่องโดย ธนพนธ์ แสงทอง | ภาพโดย ธนพนธ์ แสงทอง
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์