ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2564

เปิดยอดติดกำไล EM กว่า 1,800 รายหนี 49 ตามจับได้ 18 ราย

1.97K 102
เปิดยอดติดกำไล EM กว่า 1,800 รายหนี 49 ตามจับได้ 18 ราย

ผู้พิพากษากำกับดูแลศูนย์ EM เปิดยอดหลังเริ่มติดกำไลข้อเท้าผู้ประกันตัว มีสัญญาณหายต้องหมายจับตาม ก.ม.49 ราย ธ.ค.นี้ เตรียมประเมินผลใช้อุปกรณ์ได้ผลมาก-น้อย

1 ส.ค.61-หลังจากศาลยุติธรรม เริ่มนำร่องใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในรูปแบบกำไลข้อเท้า EM สำหรับการตรวจสอบและจำกัดการเดินทาง ในการการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยที่มีหลักทรัพย์ไม่เพียงพอ เพื่อลดจำนวนผู้ต้องขังและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ตามนโยบายของศาลยุติธรรม โดยเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.61 ที่ผ่านมานั้น

นายปุณณพัฒน์ มหาลี้ตระกูล" ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกา ในฐานะผู้กำกับดูแล "ศูนย์ควบคุมการปล่อยตัวชั่วคราวและการบังคับตามคำสั่งศาลโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยถึงผลการใช้กำไล EM ว่า จนถึงวันนี้ศาลยุติธรรมได้นำอุปกรณ์จำนวน 5,000 เครื่องกระจายไปยังระดับศาลจังหวัดและศาลแขวงทั่วประเทศแล้วรวม 163 ศาล ก็ได้ใช้แล้ว 1,638 เครื่อง กับส่วนที่ทำ MOU กับกรมคุมประพฤติในส่วนของศาลแขวงอีก 2 แห่ง คือศาลแขวงพระนครเหนือ และศาลแขวงดอนเมือง ใช้แล้ว 246 เครื่อง รวมอุปกรณ์ EM ที่ใช้ 1,884 เครื่อง

"นายปุณณพัฒน์" ในฐานะผู้กำกับดูแลศูนย์ควบคุมการปล่อยตัวชั่วคราวและการบังคับตามคำสั่งศาลโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กล่าวอีกว่า จากการติดตามการใช้อุปกรณ์กำไลข้อเท้า EM กับผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้ปล่อยตัวชั่วคราวแล้วนั้น เราได้รวบรวมข้อมูลตลอดขากศูนย์ฯ ที่จะมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเฝ้าติดตามดูสัญญาณแบบ Real time ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งหากมีอุปกรณ์รายใดของผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นสัญญาณขาดหายไปก็จะแจ้งเตือนทันที ซึ่งนับจากใช้อุปกรณ์ EM ตั้งแต่ต้นปี 2561 จนถึง 31 ก.ค.นี้ มีรายงานสรุปยอดอุปกรณ์ของผู้ต้องหาหรือจำเลยสัญญาณขาดหายรวม 49 ราย ซึ่งลักษณะนั้นพบว่าสัญญาณหายไปจากหน้าจอมอนิเตอร์ที่ศูนย์เฝ้าติดตาม โดยภายใน 2 นาทีเจ้าหน้าที่พยายามติดต่อจากหมายเลขโทรศัพท์แล้วติดต่อไม่ได้ และภายใน 1 ชั่วโมงก็ยังไม่สามารถติดตามเจอได้ ตามกฎหมายในการใช้อุปกรณ์ EM ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 117 วรรคท้าย ให้สันนิษฐานก่อนว่าผู้ติดอุปกรณ์ EM ไว้สัญญาณขาดหายแล้วอาจจะหลบหนี ซึ่งตามขั้นตอนเราต้องขอให้ศาลออกหมายจับเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวมาไต่สวนสอบถาม หากเป็นกรณีจงใจทำลายอุปกรณ์เพื่อจะหลบหนีคดี ก็ถือว่าขาดความน่าเชื่อถือแล้วก็จะต้องให้ปรับนายประกันตามที่กำหนดในสัญญาปล่อยตัว และถูกคุมขังไม่ได้รับการประกันตัวอีก ส่วนถ้าไต่สวนแล้วฟังได้ว่าเหตุสุดวิสัย ไม่มีเจตนา เช่น อยู่จุดอับสัญญาณ หรือไปอยู่จุดดำน้ำ ซึ่งปกติหากสัญญาณดับแบบสุดวิสัยก็จะไม่นานเกินช่วง 2 นาที ที่ระบบจะแจ้งเตือนไว้ หรือลืมชาร์จแบตซึ่งปกติใช้เวลาชาร์จประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ อย่างนี้ก็ยังจะได้จิดอุปกรณ์ต่อไปแต่ก็จะต้องเข้มงวด

โดยยอดอุปกรณ์ของผู้ต้องหาหรือจำเลยสัญญาณขาดหายรวม 49 ราย และได้ออกหมายจับตามกฎหมายกรณีสัญญานดับที่ให้สันนิษฐานว่าหลบหนีนั้น ติดตามจับตัวได้ 18 ราย ประกอบด้วย

ศาลจังหวัดมีนบุรี (ศาลแรกเริ่มติดรายแรก 3 มี.ค.61) ออกหมายจับ 10 ราย ติดตามตัวได้ 1 ราย

ศาลจังหวัดนครปฐม 6 ราย จับได้ 2 ราย

ศาลจังหวัดสงขลา 6 ราย จับได้ 2 ราย

ศาลอาญา 5 ราย จับได้ 3 ราย

ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช 3 ราย จับได้ 3 ราย

ศาลจังหวัดชุมแพ 2 ราย จับได้ 2 ราย

ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ 2 ราย จับได้ 1 ราย

ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี 1 ราย จับได้ 1 ราย

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 จำนวน 1 ราย จับได้ 1 ราย

ศาลจังหวัดศรีสะเกษ 2 ราย จับได้ 1 ราย

ศาลจังหวัดชัยภูมิ 1 ราย จับได้ 1 ราย

และศาลจังหวัดอุทัยธานี , ศาลจังหวัดเชียงใหม่ , ศาลจังหวัดลพบุรี , ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ , ศาลอาญากรุงเทพใต้ , ศาลจังหวัดภูเขียว , ศาลแขวงพิษณุโลก , ศาลจังหวัดสว่างแดนดิน , ศาลจังหวัดบัวใหญ่ ออกหมาจับศาลแห่งละ 1 ราย ยังติดตามตัวมาไม่ได้

ล่าสุดคือ ศาลจังหวัดตรัง ที่ออกหมายจับ 1 รายก็อยู่ระหว่างติดตามตัว

นายปุณณพัฒน์กล่าวว่า หลังจากที่มีการหลบหนีและออกหมายจับ ผู้หลบหนีต้องถูกส่งมาศาล ศาลจะฟังเหตุผลโดยไต่สวนก่อนจะใช้ดุลยพินิจว่าส่งเข้าเรือนจำเพราะเจตนาทำ หรือเหตุรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งบางคนอ้างว่ามันหลุดเอง บางคนรำคาญเพราะมันมีขนาดใหญ่เท่าซองบุหรี่ และเป็นของที่อยู่ติดกับตัวเวลาวิ่งอาจโดนข้อเท้า เมื่ออยู่ใกล้ตัวก็รำคาญทำลายเอง เพราะอยากจะตัดสายมันก็มีแต่ยังไม่มีรายงานว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพจิต หรือมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ดีสำหรับอุปกรณ์ EM นี้ ก็จะต้องมีการประเมินผลการใช้งานเมื่อครบ 3 ปีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาบัญญัติไว้ซึ่งจะครบกำหนดประเมินในเดือน ธ.ค.61 นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ป.วิ อาญา มาตรา 117นั้น ระบุ เมื่อผู้ต้องหาหรือจำเลยหนีหรือจะหลบหนี ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่พบการกระทำดังกล่าวมีอำนาจจับผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นได้ แต่ในกรณีที่บุคคลซึ่งทำสัญญาประกันหรือเป็นหลักประกันเป็นผู้พบเห็นการกระทำดังกล่าว อาจขอให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่ใกล้ที่สุดจับผู้ต้องหาหรือจำเลยได้ ถ้าไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากเจ้าพนักงานได้ทันท่วงที ก็ให้มีอำนาจจับผู้ต้องหาหรือจำเลยได้เอง แล้วส่งไปยังพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่ใกล้ที่สุด และให้เจ้าพนักงานนั้นรีบจัดส่งผู้ต้องหาหรือจำเลยไปยังเจ้าพนักงานหรือศาล โดยคิดค่าพาหนะจากบุคคลซึ่งทำสัญญาประกันหรือเป็นหลักประกันนั้น

ในกรณีที่มีคำสั่งให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นใด ตามมาตรา 108 วรรคสาม กับผู้ต้องหาหรือจำเลยใด ถ้าปรากฏว่าอุปกรณ์ดังกล่าวถูกทำลายหรือทำให้ใช้การไม่ได้ไม่ว่าโดยวิธีใด ให้สันนิษฐานว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นหนีหรือจะหลบหนี


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend