ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

นายกฯ ชี้กรณี "13 หมูป่า" ติดถ้ำ ไม่ใช่ความผิดใคร

3.01K 1.71K
นายกฯ ชี้กรณี 13 หมูป่า ติดถ้ำ ไม่ใช่ความผิดใคร

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 24 ก.ค. 61 ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ถึงการจัดงานเลี้ยงขอบคุณผู้ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือ 13 ชีวิต ทีมหมูป่า อะคาเดมี แม่สาย ออกจากวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ว่า

งานดังกล่าวใช้ชื่อว่า "รวมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน United As One" จะมีขึ้นในวันที่ 1 ส.ค. นี้ ระหว่างเวลา 18.00 - 21.00 น. ที่ พระลานพระราชวังดุสิต ซึ่งเป็นการรับพระราชทานเลี้ยง โดยมีอาหารพระราชทานและการแสดงต่างๆ ที่มีความเหมาะสม ทั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ซึ่งตนคิดว่าทุกคนมีความภาคภูมิใจด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในการจัดงานดังกล่าวจะต้องดูเรื่องพยากรณ์อากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยาและการเตรียมจัดงานเพื่อรองรับคนจำนวนมากที่จะมาร่วมงาน ซึ่งรัฐบาลได้มอบหมายฝ่ายต่างๆ ไปดำเนินการ และกำลังประสานงานกันระหว่าง นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ หน่วยงานฝ่ายความมั่นคง รวมถึงมีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ รวมถึงคณะทูตต่างประเทศ มาร่วมงาน

นายกฯ กล่าวอีกว่า ตนได้กล่าวกับ ครม. และทุกคนว่า การช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ 13 คนนี้ เป็นเรื่องที่หลายประเทศชื่นชมประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งตนได้ฟังเสียงสะท้อนจากต่างประเทศที่กล่าวมาว่าไม่มีกิจการใดหรือการช่วยเหลือประชาชนครั้งใดในโลกที่มีความสำเร็จเท่ากับกรณีของประเทศเรา ซึ่งเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงการบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน ตั้งแต่พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การบริหารจัดการของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ความร่วมมือกันจากตำรวจ ทหาร ภาครัฐ ภาคเอกชน และต่างประเทศ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ตนอยากทำความเข้าใจกัน คือเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ความผิดของใครเลย เราทุกคนไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เยาวชนทั้ง 13 คน บริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความบังเอิญที่เกิดสภาวการณ์ทางธรรมชาติที่นำไปสู่การแก้ปัญหา ซึ่งการแก้ปัญหากรณีของการช่วยทั้ง 13 คนนี้ ต้องทำหลายอย่าง ทั้งการบูรณาการหน่วยงาน การตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัย การจัดชุดช่วยเหลือ การเข้าไปตรวจหาจนพบตัวแล้วนำตัวออกมา ทั้งหมดต้องอาศัยการทำงานที่มีความพร้อม 100%

โดยมีการซักซ้อมต่างๆ มากมาย เพราะไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน รวมถึงไม่ใช่อุโมงค์ที่น้ำไหลได้ตรง ต้องติดขัดเส้นทางหลายช่วงและมีระยะทางยาวหลายกิโลเมตร ส่งผลให้คนที่เข้าไปช่วยเหลือต้องเสี่ยงชีวิต นอกจากนี้ต้องอาศัยความร่วมมือ การบูรณาการ ขวัญกำลังใจ ความพร้อมของทุกหน่วยงานทั้งพลเรือน ตำรวจ และทหาร รวมถึงสิ่งสำคัญที่สุด คือข้อมูลที่เป็นไปตามข้อเท็จจริง และการตัดสินใจบนข้อมูลที่ถูกต้องและเวลาที่ถูกต้อง เพราะหากตัดสินใจผิด ทุกอย่างก็ล้มเหลวและไม่ประสบความสำเร็จอย่างดี ส่วนเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่งมีเพียงกรณีของ น.ต.สมาน กุนัน ที่เสียสละชีวิตในภารกิจนี้ เป็นวีรบุรุษของเราไปแล้ว ซึ่งเขาคงมองว่าจากการเสียชีวิตไปทำให้เกิดคุณค่าอะไรกับประเทศไทยบ้าง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สิ่งใดก็ตามที่จะทำให้เกิดผลกระทบตามมา ตนขอให้สื่อมวลชนมีความระมัดระวังต่อผู้ปกครองและเด็กทั้ง 13 คนด้วย ซึ่งบางครั้งผู้ปกครองของเด็กเหล่านี้รู้เท่าไม่ถึงการณ์จากการที่มีคนมาพูดคุยด้วยถึงเรื่องต่างๆ ที่อาจส่งผลไปถึงอนาคตได้ ดังนั้น เราต้องทำให้เด็กเหล่านี้คิดว่าเขาไม่ได้ทำผิดอะไร เป็นการที่เขาใช้ชีวิตปกติเหมือนกับคนอื่นๆ ในพื้นที่ รวมถึงเป็นการที่เขาเข้าไปเที่ยวพักผ่อน ไปฝึกในถ้ำดังกล่าว แต่บังเอิญเกิดเหตุการณ์ทางธรรมชาติจนทำให้ต้องไปเผชิญชะตากรรมดังกล่าวที่อาจเรียกว่าเป็นการผจญภัยก็ได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรัฐบาลต้องมีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อแก้ปัญหาอย่างนี้

"ผมขอฝากสิ่งเหล่านี้ไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ผมขอขอบคุณผู้ปกครองกับเด็กๆ ไม่มีใครโทษใครทั้งสิ้น เป็นเรื่องการสร้างเสริมประสบการณ์ของพวกเรา เป็นเรื่องการแก้ปัญหาภัยพิบัติของเราที่ทั้งโลกติดตาม 190 กว่าประเทศรู้เรื่องหมูป่า และนี่คือการทำงานโดยที่เราไม่ต้องประชาสัมพันธ์อะไรเลย เพราะปรากฏด้วยข้อเท็จจริงและภาพตามสื่อต่างๆ" นายกฯ กล่าว

นายกฯ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีบริษัทผลิตภาพยนตร์สนใจจะมาทำภาพยนตร์เกี่ยวกับการช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ ว่า ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลตรงนี้ซึ่งคงจะมีการพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์