ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563

14 ปีกรือเซะ...แม่วัยชราที่นับวันรอลูกชายกลับบ้าน

1.45K 77

วันนี้เป็นวันครบรอบ 14 ปีของ "เหตุการณ์กรือเซะ" หรือเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547 เหตุการณ์กรือเซะเป็นเหตุรุนแรงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบ 14 ปีไฟใต้ คือ 109 ราย แน่นอนว่าวันที่ 28 เมษาฯได้กลายเป็น "วันสัญลักษณ์" วันหนึ่ง ที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรึงกำลังเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย แต่เหตุการณ์กรือเซะก็ยังมีเรื่องราวมุมอื่นๆ ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอุทาหรณ์ที่ว่าความรุนแรง ไม่เคยสร้างประโยชน์ให้กับใครเลย มีแต่บาดแผล ความเจ็บช้ำ และคราบน้ำตา ไปติดตามจากรายงานพิเศษ

"เหตุการณ์กรือเซะ" ที่คนสนใจปัญหาภาคใต้เรียกกันจนติดปากนั้น จริงๆ แล้วไม่ได้เกิดขึ้นที่มัสยิดกรือเซะ อำเภอเมืองปัตตานี เพียงแห่งเดียว พียงแต่ที่มัสยิดกรือเซะมีความสูญเสียมากที่สุด คือมีผู้เสียชีวิตมากถึง 32 ราย แต่ในวันเดียวกันนั้นยังมีความสูญเสียในจุดอื่นๆ อีก 10 จุด รวมทั้งสิ้น 11 จุดตั้งแต่เช้ามืดของวันที่ 28 เมษายน ปี 2547 หรือเมื่อ 14 ปีที่แล้ว มีกลุ่มวัยรุ่นและชายฉกรรจ์บุกโจมตีป้อมจุดตรวจของทหารและตำรวจ รวม 11 จุดใน 3 จังหวัด คือ จังหวัดปัตตานี ยะลา และสงขลาที่จุดตรวจบ้านกรือเซะ มีการยิงต่อสู้กัน ทำให้กลุ่มวัยรุ่นและชายฉกรรจ์ที่บุกโจมตี วิ่งหลบหนีเข้าไปในมัสยิดกรือเซะ ซึ่งน่าจะมีประชาชนปฏิบัติศาสนกิจด้านในอยู่แล้วจำนวนหนึ่ง ต่อมาเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ ได้นำกำลังไปล้อมมัสยิดเอาไว้ตั้งแต่เช้าจนถึงบ่าย ก่อนตัดสินใจใช้อาวุธหนักยิงถล่ม จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 32 ราย ส่วนจุดอื่นๆ ก็มีผู้เสียชีวิตทุกจุด รวมแล้ว 109 คนปลายปี 2555 รัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้จ่ายเงินเยียวยาในอัตราใหม่ให้กับครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุการณ์กรือเซะทั้งหมด 109 ราย ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 2 นาย รวมจ่ายเงินเยียวยาทั้งสิ้น 302 ล้านบาทหลังเหตุการณ์กรือเซะ มีการตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาไต่สวนข้อเท็จจริง ผลการไต่สวนสรุปว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติการในวันนั้น กระทำการเกินกว่าเหตุ


แต่ในทางคดีกลับไม่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีเจ้าหน้าที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมทั้งไม่มีการลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่แม้แต่คนเดียว แต่มีผู้ต้องหาซึ่งเป็นประชาชนถูกจับกุมและถูกดำเนินคดี 1 คน คือ นายอับดุลรอนิง เจ๊ะเลาะ โดยเขาถูกจับกุมได้ที่หน้า สภ.แม่ลาน จังหวัดปัตตานี หนึ่งในจุดที่มีการโจมตี เขาถูกฟ้องคดีต่อศาล และศาลมีคำพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต แม้เขาจะอ้างว่าไม่รู้เรื่องการโจมตีโรงพักแม่ลานเลยก็ตาม แต่สาเหตุที่ไปอยู่ในเหตุการณ์ เพราะมีคนว่าจ้างให้ขับรถไปส่งลูกจ้างกรีดยางที่อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา14 ปีที่อับดุลรอนิงต่อสู้คดีและใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำ บ้านของเขาที่ตำบลควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ต้องปิดร้าง ครอบครัวที่เคยอบอุ่น มีภรรยาและลูกๆ 3 คนต้องแตกสลาย ลูกคนโตเสียชีวิต วันนี้เขาเหลือเพียงแม่ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่บ้านอีกหลังหนึ่งใกล้ๆ กับบ้านร้างของเขา และแม่คนนี้เองที่คอยดูแล ส่งข้าวส่งน้ำให้อับดุลรอนิงที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดสงขลา

แม่ของอับดุลรอนิง คือ แอเสาะ ลาเต๊ะ ปีนี้อายุ 76 ปีแล้ว แต่เธอยังต้องลากสังขารเดินทางไปเยี่ยมลูกชายทุกวันจันทร์ ทั้งๆ ที่มีฐานะยากจน โดยทุกเช้าวันจันทร์ เธอจะขึ้นรถไฟที่สถานีโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ไปลงที่สถานีจะนะ จังหวัดสงขลาเพื่อต่อรถโดยสารไปที่เรือนจำจังหวัดสงขลา ใช้เวลาร่วมครึ่งวันถึงจะได้พบหน้าลูกแอเสาะ เล่าทั้งน้ำตาว่า ทุกๆ วันได้แต่นั่งมองปฏิทิน เพื่อรอวันที่ลูกจะได้อิสรภาพ เธอกลัวว่าจะเสียชีวิตไปเสียก่อนที่จะได้เห็นลูกชายออกจากคุก เพราะเธอแก่มากแล้ว ตอนที่ไปเยี่ยมลูกครั้งก่อนก็ลื่นหกล้มที่สถานีรถไฟ จนได้รับบาดเจ็บ ต้องนอนรักษาตัวนานเป็นสัปดาห์ จึงอยากขอวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยทำเรื่องขออภัยโทษให้ลูกชายด้วยแม่ของอับดุลรอนิง บอกด้วยว่า ตลอด 14 ปีที่เกิดเหตุรุนแรงขึ้นในพื้นที่ ชาวบ้านมีแต่ความเดือดร้อน ครอบครัวของเธอเองก็เดือดร้อน ความปลอดภัยก็ไม่มี พื้นที่ปลอดภัยที่หวังว่าจะมีการเจรจากันได้ระหว่างรัฐบาลกับผู้ก่อเหตุรุนแรง ก็ยังไม่เกิดขึ้นเสียที แล้วเมื่อไหร่สถานการณ์ในพื้นที่จะสงบลงได้จริงๆ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์