ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2563

บอนด์ยีลด์รัฐบาลสหรัฐ พุ่งขึ้นเฉียด 3.0% สูงสุดในรอบ 7 ปี

1.74K 56
บอนด์ยีลด์รัฐบาลสหรัฐ พุ่งขึ้นเฉียด 3.0% สูงสุดในรอบ 7 ปี

บอนด์ยีลด์รัฐบาลสหรัฐรั้งไม่อยู่พุ่งขึ้นเฉียด 3.0% สูงสุดในรอบ 7 ปี หลังนักลงทุนพากันเทขายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย และเงินเฟ้อดีดตัวเพิ่มขึ้น

ตลาดคาดการณ์ว่า หากผลอัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นเหนือระดับ 3.0% จะปรับตัวขึ้นไปถึง 3.25% ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ก่อนที่จะถูกแตะเบรกเหวี่ยงตัวลดลงมาที่ 2.70% ซึ่งเป็นระดับที่นักลงทุนอาจจะยอมรับได้ในระดับที่เป็นกลาง แต่ก็ยังคงความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุน

ขณะที่เฟดเตรียมเปิดประชุมครั้งที่ 3 รอบปีนี้ในวันที่ 2 พฤษภาคม ถกการปรับขึ้นดอกเบี้ย เหตุอัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้นทั้งกระดานทั้งระยะสั้นจนถึงระยะยาว

1. อัตราผลตอบแทนบอนด์ (บอนด์ยีลด์) รัฐบาลสหรัฐยังคงพุ่งขึ้นในวันจันทร์ โดยอัตราบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีพุ่งทะยานขึ้นแตะระดับ 2.99% ขณะที่อัตราบอนด์ยีลด์ระยะยาวประเภทอายุ 30 ปีพุ่งขึ้นที่ระดับ 3.175%

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เคยพุ่งขึ้นทะลุระดับ 2.90% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ปีนี้ แต่หากดีดตัวแรงยืนเหนือ 3.0% ที่ระดับ 3.04% ก็จะเป็นระดับสูงสุดนับตะเงแต่ปี 2011

ส่วนแรงกดดันในระยะยาวนั้น ก่อนหน้านี้อัตราผลตอบแทนบอนด์นะยะยาวอายุ 30 ปี ที่เคยปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.164% ก็สามารถพุ่งขึ้นยืนเหนือระดับ 3.175% ในวันนี้

2. เป็นเพราะนักลงทุนแห่เทขายบอนด์ ซึ่งสูญเสียความน่าดึงดูดในการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากที่ตลาดคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐซึ่งเชื่อว่าจะดีกว่าที่คาดไว้เดิม


ขณะที่เฟดเตรียมเปิดประชุมครั้งที่ 3 รอบปีนี้ในวันที่ 2 พฤษภาคม ถกการปรับขึ้นดอกเบี้ย เหตุอัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้นทั้งกระดานทั้งระยะสั้นจนถึงระยะยาว

3. คลาดหุ้นวอลล์สตรีททรงตัในทิศทางบวกและลบอย่างแคบๆ โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดวันจันทร์ที่ 24,448 ลดลง 14.25 จุด หรือ 0.06% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,128 ลดลง 17.52 จุด หรือ 0.25% ส่วนดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,670 เพิ่มขึ้น 0.15 จุด หรือ 0.01%

ขณะที่ตลาดจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจ ละอัตราเงินเฟ้อ รวมทั้งทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐในปีนี้ ซึ่งคาดว่าเฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไป เหตุบอนด์ยีลด์อายะ 2 ปีของรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ่นเข้าใกล้แตะ 2.5% จะยิ่งเป็นแรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเช่นกัน

4. ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์รัฐบาลสหรัฐ จะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินพุ่งขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะเป็นปัจจัยฉุดตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และตลาดหุ้นทั่วโลก และอัตราดอกเบี้ยของตราสารหนี้ โดยเฉพาะจะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นซึ่งจะกระทบต่อเครื่องมือทางการเงินต่างๆ ในระบบอีกด้วย

ตลาดคาดการณ์ว่า หากบอนด์ยีลด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นเหนือระดับ 3.0% จะปรับตัวขึ้นไปถึง 3.25% ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ก่อนที่จะถูกแตะเบรกเหวี่ยงตัวลดลงมาที่ 2.70% ซึ่งเป็นระดับที่นักลงทุนอาจจะยอมรับได้ในระดับที่เป็นกลาง แต่ก็ยังคงความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุน

5. แต่การที่ทิศทางของเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นชั่วคราว จนผลักดัยให้ดัชนีค่าเงิน หรือ Doller index พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องจนแตะระดับ 90.73 อาจจะเป็นการช่วยพยุงตลาดหุ้นวอลล์สตรีทไว้ในขณะนี้

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเทียบกับเงินเยนแตะ 108.64 เยน จากระดับ 107.57 เยน และแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโรที่ระดับ 1.2206 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2288 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ 1.3936 ดอลลาร์ จากระดับ 1.4031 ดอลลาร์

เรื่องโดย วัชรา จรูญสันติกุล | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend