ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ช่วงชีวิตวัยรุ่นของ "ทรัมป์" ผู้เปิดฉากถล่มซีเรีย

5.89K 135
ช่วงชีวิตวัยรุ่นของ ทรัมป์ ผู้เปิดฉากถล่มซีเรีย

ตอนวัยรุ่น ผมชอบสร้างวีรกรรมแปลกๆ ชอบสร้างความปั่นป่วนและแกล้งคน ผมเล่นขว้างลูกโป่งน้ำ เล่นเบสบอลด้วยลูกที่เอาของเหนียวๆ มาทาไว้คำวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นทั่วไปในกลุ่มชน "ไม่เอาทรัมป์" หลังอเมริกาภายใต้การนำของ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ร่วมมือชาติเลิฟ ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส ตัดสินใจใช้ปฏิบัติการทหารโจมตีเป้าหมายในซีเรีย เมื่อคืนวันศุกร์ตามเวลาในสหรัฐ หรือเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมาตามเวลาในซีเรีย

          

          ส่งผลแม้แต่กลุ่มแฟนคลับทรัมป์เอง ยังเงิบไปตามๆ กัน ด้วยความผิดหวังชนิดจับกระแสได้อย่างชัดเจนว่า

          อดีตมหาเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ที่หันมาเล่นการเมืองผู้ซึ่งเคยหาเสียงว่า จะพาอภิมหาอำนาจถอยห่างจากกิจการโลก แต่วันนี้เขากลับกลืนน้ำลายตัวเอง (อ่านแฟนพันธุ์แท้ไม่ปลื้ม"ทรัมป์"ถล่มซีเรีย http://www.komchadluek.net/news/foreign/321199)

          ที่จริงไม่น่าแปลกใจ เพราะคนที่มานั่งบัญชาการชาติที่ห้องทำงานรูปไข่ ภายในทำเนียบขาว เหมือนมีภารกิจหลักอะไรบางอย่างที่ต้องทำ ซึ่งมักจะเป็นภารกิจที่ไม่ค่อยถูกใจชาวโลกผู้ไม่นิยมสงครามมากนัก

 

ภาพจาก www.pixabay.com          

หลายคนถึงกับถามไถ่ในท่วงทำนองที่ว่า หรือ โดนัลด์ ทรัมป์ จะกลายเป็นผู้นำชนิดที่คลั่งสงครามไปอีกคน!?

          ยิ่งหลังเสร็จปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าตัวออกยังมาทวีตข้อความชื่นชมปฏิบัติการของตนและพวก ที่ประสบผลสำเร็จ บรรลุเป้าหมาย เสมือนหนึ่งเกมเมอร์อวดว่าทำแต้มได้เป็นผู้ชนะ!          ปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายคือศูนย์วิจัยและคลังอาวุธเคมีในกรุงดามัสกัสและจังหวัดฮอมส์           แต่เอาเข้าจริงๆ ที่นี่เป็นแหล่งผลิตอาวุธเคมีจริงหรือไม่ ยังไม่มีใครฟันธง ซึ่งต้องรอดูกันว่า คณะตรวจสอบของ OPCW ที่เดินทางไปกรุงดามัสกัส เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบร่องรอยของอาวุธเคมีในเมืองดูมา จะรายงานออกมาว่าอย่างไร

                   อย่างไรก็ตาม มุมหนึ่งที่สัมผัสได้ทั่วไป คือภาพของความเป็นทรัมป์ในวันนี้ ก็คือภาพของทรัมป์ผู้ไม่เคยล้มเหลว!          เช่นเดียวกับช่วงชีวิตที่ผ่านมาของเขาก่อนจะยิ่งใหญ่ในทางธุรกิจและยิ่งคับฟ้ายิ่งขึ้นในทางการเมืองเหมือนกับที่เขาเคยกล่าวในการปราศรัยครบรอบ 100 วันของการเป็นผู้นำชาวสหรัฐว่า          "เขาพร้อมแล้วกับการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง และจะต้องชนะในทุกกรณี"          นั่นเพราะทรัมป์มีชีวิตที่เหมือนถูกวางไว้ว่าต้องเป็นที่ 1 ต้องได้ และต้องชนะ

 

           มุมหนึ่งของทรัมป์ที่เขาเล่าไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติ เรื่อง "เส้นทางชีวิตสู่ธุรกิจพันล้าน : Donald J. Trump"         แน่นอนในเล่มมีเนื้อหามากมายที่นักธุรกิจอาจต้องเก็บไว้อ่านเป็นคัมภีร์ประจำตัว แต่ก็ยังมีช่วงวัยเด็กจนถึงวัยรุ่นก่อนจะถึงวัยทำงานที่ทรัมป์ได้บอกเล่าเรื่องราวของตนเองไว้ อย่างสนุกสนาน

          โดนัลด์ ทรัมป์ เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ปัจจุบันอายุ 71 ปี ชื่อเต็มคือ โดนัลด์ จอห์น ทรัมป์          เขาเกิดและเติบโตในนครนิวยอร์ก เป็นบุตรคนที่ 4 ใน 5 คนของ "เฟรด ทรัมป์" เศรษฐีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในนครนิวยอร์ก          และที่หลายคนไม่แปลกใจคือ โดนัลด์ ทรัมป์ จะได้รับอิทธิพลอย่างมากจากผู้เป็นพ่อของเขาทั้งในเป้าหมายของอาชีพ และอาจรวมไปถึงทัศนคติ ความคิด และเนื้อแท้ในจิตใจก็เป็นได้          ดังที่เขาเล่าไว้ในหนังสือ เส้นทางชีวิตสู่ธุรกิจพันล้าน : Donald J. Trump ว่า

          "ผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งมีความสำคัญต่อผมมากที่สุดในขณะที่กำลังเติบโตคือ "เฟรด ทรัมป์ พ่อของผม ผมเรียนรู้อะไรจากพ่อมากมาย เรียนรู้ถึงความยากลำบากในธุรกิจที่โหดร้าย ผมได้เรียนรู้การจูงใจคน ศักยภาพและประสิทธิภาพในการทำงาน นั่นคือ ก้าวเข้ามา ลงมือทำให้สำเร็จอย่างถูกต้อง และถอยออกมา"         

          แต่กว่าจะเข้ารูปเข้ารอย บิดาของเขานี่แหละที่ต้องทั้งตบ ทั้งปั้น!! โดยทรัมป์ได้เล่าถึงชีวิตเฮี้ยวๆ ของตนเองช่วงวัยรุ่นว่า          "เมื่อตอนวัยรุ่น ผมชอบสร้างวีรกรรมแปลกๆ เพราะเหตุผลบางอย่าง ผมชอบสร้างความปั่นป่วนและแกล้งคน ผมเล่นขว้างลูกโป่งน้ำ เล่นเบสบอลด้วยลูกที่เอาของเหนียวๆ มาทาไว้ เช่น น้ำลาย น้ำมันใส่ผม หรือเนยถั่ว"          "และก่อเรื่องวุ่นวายในสนามของโรงเรียนเวลาที่มีงานวันเกิด มันไม่ใช่การสร้างความเสียหายอะไร แต่มันเป็นการกระทำที่ออกจะก้าวร้าว"          และสิ่งที่พอของทรัมป์รับมือกับลูกชายตัวแสบของเขาคนนี้คือ การส่งไปเรียนทหาร ตอนที่ทรัมป์มีอายุย่างเข้า 13 ปี หลังจากจบโรงเรียน The Kew-Forest School ในช่วงแรก 

 

          "ปรากฎว่าพ่อคิดถูก ผมเริ่มไปเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหารชื่อ New York Military Academy" ทางตอนเหนือของรัฐนิวยอรค์ ตอนเกรด 8 ผมเป็นนักเรียนประจำอยู่ที่นั้นจนถึงชั้นม.ปลาย และตลอดเวลานั้น ผมได้เรียนรู้มากมาย เกี่ยวกับการรักษาวินัย และเปลี่ยนแปลงความก้าวร้าวของผมให้กลายเป็นความสำเร็จ"

          และดูเหมือนว่า "ความสำเร็จแรก" ของทรัมป์ในการพิสูจน์คุณค่าที่ตนเองนิยามคือ ช่วงปีสุดท้ายเขาได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้านักเรียนนายทหาร!!

          จริงอยู่ที่เจ้าตัวบอกว่า ตนเองนั้นไม่ใช่นักเรียนที่หัวดีอะไร แต่ก็สามารถเรียนจบโรงเรียนเตรียมทหารออกมาได้ ในปี ค.ศ.1964          ที่น่าแปลกใจคือ หลังจากนั้นเขากลับไปสนใจในโลกภาพยนตร์ โดยลงเรียนที่โรงเรียนสอนการสร้างภาพยนตร์ที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย จนถึงขนาดใช้คำว่าตนเองนั้นต้องมนต์เสน่ห์ของโลกมายา!

 

           โดย หลุยส์ บี, เมเยอร์ เจ้าของสตูดิโอภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเวลานั้นคือ MGM 'สิงโตคำราม' คือผู้ที่ทรัมป์ ยกย่องว่าเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!

          อย่างไรก็ดีที่สุดแล้วทรัมป์ย้ายไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียในฟิลาเดลเฟีย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่สอนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เป็นแห่งแรกๆ ในสหรัฐอเมริกา

          และนั่นก็เหมือนจะเป็นบทพิสูจน์ว่า ทรัมป์ไม่สามารถหลีกหนีเงาของผู้เป็นบิดาไปได้ แม้ว่าตนเองจะเคยกล่าวไว้ในหนังสือเล่มเดียวกันนี้ว่า

          "ในขณะเดียวกัน ผมเรียนรู้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ว่า ผมไม่ต้องการจะทำธุรกิจแบบเดียวกับพ่อ พ่อเก่งในเรื่องควบคุมค่าเช่าอาคารและควบคุมให้ค่าเช่าอยู่ภายในกรอบของกฎหมายในเขตควีนส์และบรูกลิน แต่มันเป็นหนทางที่ได้กำไรยากเหลือเกิน"

          "ผมต้องการลองทำอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่า หรูเลิศกว่า และน่าตื่นเต้นมากกว่า ผมยังตระหนักอีกว่า หากผมต้องการเป็นที่รู้จักของใครต่อใครมากกว่าการเป็นลูกชายของ เฟรด ทรัมป์ แล้วล่ะก็ ผมควรจะต้องออกไปสร้างชื่อเสียงของตนเอง"

          แน่นอนแม้ว่าเขาจะมาในเส้นทางอสังหาริมทรัพย์ตามบิดา แต่สิ่งที่เห็น คือ ความยิ่งใหญ่ของทรัมป์มากเกินกว่าที่บิดาทำไว้ และมีเส้นทางที่มาไกลสุดๆ แม้อาจจะเคยประสบปัญหามาบ้างแต่ก็พลิกกลับคืนมาได้ 

           จนกลายเป็นผู้ชนะทั้งในทางธุรกิจหลากหลาย อสังหาริมทรัพย์ หรือเส้นทางในโลกบันเทิง ที่ชื่อเสียงอยู่ในระดับอภิมหาตำนานนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลแถวหน้า          และยังหมายถึงอำนาจที่เขามีอยู่ในมือขณะนี้ จนอาจเรียกว่าเขาเป็นที่ 1 ของห้องเรียนโลกก็ว่าได้!

         และนี่ก็เป็นเพียงมุมหนึ่ง เสี้ยวหนึ่ง ของชายที่ชื่อ โดนัลด์ ทรัมป์  จาก "วัยโจ๋"สู่ "วัยโต" จนคับฟ้าและผืนโลก

          ส่วนว่า การทิ้งบอมบ์ซีเรียหนนี้ จะพิสูจน์ความเป็นผู้ชนะของทรัมป์ในด้านไหน ตัวชี้วัดคืออะไร ชาวโลกกำลังสงสัยสุดๆ และอดจับตามองไม่ได้!!

/////////////ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก วิกิพีเดียwww.pixabay.comข้อมูลบางส่วนจากหนังสือ  เรื่อง "เส้นทางชีวิตสู่ธุรกิจพันล้าน : Donald J. Trump" 


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend