ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"อภิสิทธิ์" ชี้ อนาคต คสช. จะถึงจุดเสี่ยง หากคิดยื้อเลือกตั้งปี 62

1.86K 455
อภิสิทธิ์ ชี้ อนาคต คสช. จะถึงจุดเสี่ยง หากคิดยื้อเลือกตั้งปี 62

14 เมษายน 2561 - "อภิสิทธิ์" ชี้ อนาคต คสช. จะถึงจุดเสี่ยง หากคิดยื้อเลือกตั้งปี62 มอง ปัจจัยศาลรธน. ไม่กระทบโรดแม็พเลือกตั้ง พร้อมวิเคราะห์ "ประยุทธ์" คัมแบ็คนายกฯ ได้ทุกช่องทาง กังวลเสียง "ส.ว." ร่วมเลือกนายกฯ หากไม่เคารพเจตนารมณ์ ปชช. อาจเกิดวิกฤตขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 14 เมษายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านเฟซบุ๊คไลฟ์กับ นายสุทธิชัย หยุ่น โดยมั่นใจว่าการเลือกตั้งส.ส. ครั้งแรกหลังมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายในปี 2562 อย่างแน่นอน แม้ขณะนี้จะมีประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องตีความร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และหาผลการวินิจฉัยจะมีผลกระทบต่อโรดแม็พเลือกตั้งไม่เกิน 1-2 เดือน แต่หากรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องการยึดตามโรดแม็พเลือกตั้งตามที่ประกาศไว้ คนเสนอให้กลับไปแก้ไข ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ว่าด้วยการมีผลบังคับใช้ จากเดิมที่ให้มีผลหลังจากประกาศ ใน 90 วัน เป็นให้มีผลบังคับใช้ทันที ส่วนเงื่อนไขที่คำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 53/2560 ข้อ 8 ระบุว่าหลังการประกาศ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ให้ คสช. หารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.), ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณายกเลิกคำสั่งที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการของพรรคการเมืองและทำแผนขั้นตอนทางการเมืองเพื่อไปสู่การเลือกตั้ง ตนไม่เชื่อว่าจะเป็นประเด็นที่จะนำไปสู่การยื้อเลือกตั้ง ในปี 2562 และตนมองว่าเป็นเรื่องไม่สมควร เพราะจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยง ความกดดันให้กับรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.

นายอภิสิทธิ์ ยังวิเคราะห์ถึงแนวทางที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะกลับเข้ามาบริหารประเทศหลังการเลือกตั้ง ว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะหมดสิทธิ์ลงสมัคร ส.ส. ทั้งระบบเขตหรือระบบบัญชีรายชื่อ แต่รัฐธรรมนูญเปิดโอกาสไว้ทุกช่องทาง ทั้งการสนับสนุนผ่านพรรคการเมืองด้วยบัญชีรายชื่อนายกฯ ที่พรรคการเมืองจะสนับสนุน แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องให้ความยินยอม ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวตนมองว่าอาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกติกาในรัฐธรรมนูญระบุว่าพรรคการเมืองที่จะได้สิทธิเสนอชื่อบัญชีนายกฯของพรรค ต้องได้เสียง ส.ส. ในสภาฯ เกิน 25 เสียงขึ้นไป แม้ตัวเลขดังกล่าวจะเหมือนไม่มาก แต่ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่เรื่องง่าย และหากพรรคการเมืองที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธุ์ได้เสียงไม่ถึงเกณฑ์ และอยากจะกลับไปใช้แนวทางนายกฯ นอกบัญชีพรรคการเมืองแม้ไม่มีปัญหาทางกฎหมายแต่จะไม่สง่างาม ขณะที่แนวทางนายกฯ คนนอก ที่มาภายหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถลงมติ หรือให้ความเห็นชอบบุคคลในบัญชีของพรรคเป็นนายกฯ ตามเสียงข้างมาก จะเข้าสู่แนวทางการนายกฯ คนนอก ดังนั้นตนไม่ทราบความต้องการของพล.อ.ประยุทธ์ ว่าต้องการกลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบหรือไม่ แต่กติกาที่กำหนดไว้มีทางออกไว้ให้ทุกช่องทาง

"ผมอยากฝากด้วยว่ารัฐธรรมนูญให้สิทธิส.ว.เลือกนายกฯ ด้วย แต่การใช้สิทธิของส.ว. ทั้ง 250 คนควรเคารพเจตนารมณ์ และเคารพเสียงยข้างมากของประชาชน หากในสภาฯ สามารถเลือกนายกฯ ด้วยเสียงเกิน 250 เสียงได้ ส.ว.ไม่ควรขวาง ไม่เช่นนั้นส.ว.จะกลายเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชนทันที ผมมองด้วยว่าเหตุที่รัฐธรรมนูญเขียนสิทธิให้ส.ว.มีอำนาจเลือกนายกฯ เพื่อไม่ให้อยากให้เกิดทางตันทางการเมือง แต่หากส.ว.ตั้งตัวเองเป็นขั้วใดทางการเมือง แทนจะแก้ขัดแย้งจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งในที่สุด" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ ยังยืนยันถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ ที่สมาชิกพรรคควรสนับสนุนหัวหน้าพรรคให้เป็นนายกฯ ทั้งนี้ในเป้าหมายของพรรคประชาธิปัตย์คือการชนะเลือกตั้งและรวมเสียงข้างมากเป็นรัฐบาล แต่หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เสียงข้างมากจะตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองใดหรือไม่นั้น ต้องพิจารณา ใน 2 ปัจจัยสำคัญ คือ ทิศทาง นโยบายการบริหารประเทศที่ดีสำหรับประเทศ และสอดคล้องกับจุดยืนหรือแนวคิดที่ถูกต้องบนหลักของพรรค ไม่ใช่ยึดติดที่ตัวบุคคล ขณะที่การตั้งพรรค กปปส. ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรค และนายธานี เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นั้นส่วนตัวถือเป็นสิทธิที่ทำได้ และเชื่อว่าจะเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน ส่วนจะกระทบฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่นั้น ตนมองว่าเมื่อมีพรรคการเมืองเกิดขึ้นยิ่งมาก ต้องแย่งคะแนนเสียงเป็นปกติ

"ผมไม่ได้คุยกับคุณสุเทพ นานแล้ว แต่ผมยังรักและเคารพเหมือนเดิม แต่ในแนวคิดของคุณสุเทพระยะหลังๆ ไม่ตอบโจทย์ อย่างเรื่องท้ายๆ ที่คุยกัน คือ พรรคประชาธิปัตย์จะสนับสนุนคุณประยุทธ์เป็นนายกฯหรือไม่ ผมให้เหตุผลไปว่า พรรคคือสถาบัน ที่ต้องหนุนหัวหน้าพรรค และประชาธิปัตย์ไม่ยึดติดกับตัวบุคคล ไม่สามารถผูกจุดยืนที่ตัวบุคคลได้ และการบริหารของคุณประยุทธ์ในปัจจุบันไม่ใช่ทิศทางที่ดีที่สุดของประเทศ เพราะสร้างรัฐราชการ ที่ไม่ตอบโจทย์ประเทศและอนาคตของบ้านเมือง ทำให้กลายเป็นความแตกต่าง ดังนั้นหากคุณสุเทพ และพรรคกปปส. มองว่ามีทางที่ดีกว่าและสนับสนุนคุณประยุทธ์ ก็ชอบธรรมแล้วที่เขาจะไปตั้งพรรคการเมือง และลงแข่งขันอย่างสร้างสรรค์ ส่วนประชาธิปัตย์จะร่วมงานกับเขาได้หรือไม่ ต้องดูที่แนวทางบ้านเมือง หากไปด้วยกันได้ ก็ไป แต่หากไม่ได้ ก็ยืนกันคนละข้าง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว.


เรื่องโดย ขนิษฐา เทพจร | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend