ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ครม.สั่งเชือดปลัดพม. ให้ออกจากราชการ เซ่นโกงเงินคนจน

1.69K 150
ครม.สั่งเชือดปลัดพม. ให้ออกจากราชการ เซ่นโกงเงินคนจน

ครม.เชือด 3 บิ๊กพม. "ปลัด-รองปลัด-ผู้ตรวจ"ให้ออกจากราชการเซ่นปมโกงเงินคนจน ด้าน"บิ๊กตู่"แย้มรู้สมคิดจ่อตั้งพรรคไม่ปิดทางร่วมพรรคการเมืองแต่ขอดูก่อน

เมื่อวันที่ 10 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ออกจากราชการไว้ก่อนที่ก่อนหน้านี้มีคำสั่งให้มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของนายกรัฐมนตรี จากกรณีปัญหาทุจริตงบประมาณช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่งของกระทรวงพม.

นอกจากนี้ที่ประชุมครม.ยังมีมติมติย้ายนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ไปนั่งเลขาสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ แทนนายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสศช. โดยโยกนายปรเมธี ไปดำรงตำแหล่งปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แทนนายพุฒิพัฒน์ ที่ถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน

"บิ๊กโย่ง"แจงปลัดพม.ออกราชการ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้นายพุฒิพัฒน์ ออกจากราชการ ว่าเป็นให้ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างการสอบสวนวินัยร้ายแรง

ส่วนที่เลือกนายปรเมธี วิมลศิริ เลขาสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เป็นการพูดคุยหลายฝ่าย และนายปรเมธีถือว่าเป็นคนที่มีประสบการณ์เหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าว นายกฯจึงให้มาช่วยเตรียมการพัฒนาเรื่องสังคมในอนาคต ทั้งเรื่องผู้สูงอายุและเด็ก และการเอาคนนอกมานั่งตำแหน่งปลัดพม. นั้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน

เล็งทาบคนในนั่งรองปลัดพม.

ส่วนคนที่จะมาทำหน้าที่แทนนายณรงค์ คงคำ รองปลัดพม. ที่ถูกให้ออกจากราชการเช่นกันนั้นจะต้องนำชื่อเข้าครม.เพื่อพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งเราพยายามหาคนในกระทรวง โดยจะพิจารณาจากรองอธิบดีและผู้ตรวจราชการกระทรวง โดยจะเลือกคนเก่งคนดีโดยใช้หลักคนดี

เมื่อถามถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ส่งรายชื่อผู้เกี่ยวกับการทุจริตให้กระทรวงพม. 96 รายชื่อนั้นจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่ พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบรายชื่อที่ซ้ำกัน 14 คน ส่วนที่เหลือให้ป.ป.ท. ตั้งคณะกรรมการสอบ หากมีมูลก็ส่งมาให้ทางกระทรวงพม. แล้วจะดำเนินการลงโทษได้เลย ขณะนี้ถือว่าเร็วกว่าในอดีตที่มีกรอบเวลา 180 วัน เพราะตอนนี้มีกรอบระยะเวลาการพิจาณา 30 วัน และสามารถขอขยายเวลาได้อีก 30 วัน ไม่มีรัฐบาลไหนทำได้เร็วเท่านี้

พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการของการตรวจสอบวินัยร้ายแรงข้าราชการระดับสูงในกระทรวงนั้น คณะกรรมการได้ประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง และสงกรานต์ก็จะประชุมอีกไม่มีหยุด ซึ่งขณะนี้ชี้แล้วว่าผิดอย่างไรและจะดำเนินการอย่างไร หลังสงกรานต์จะมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ยังไม่รู้ถึงเส้นทางทางการเงิน เพราะหลักฐานการโอนเงินมีน้อย ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แต่พม.และป.ป.ท. สามารถประสานขอข้อมูลไปได้ และเมื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าวนี้เสร็จอาจจะมีการตรวจสอบย้อนกลับไปยังปีงบประมาณก่อนหน้านี้อีกด้วย หลังจากวันที่ 1 พฤษภาคม ก็จะเปลี่ยนการจ่ายเงินเป็นระบบอีเพย์เมนท์ของธนาคาร โดยไม่ต้องผ่านข้าราชการ ส่วนวงเงินการทุจริตนั้นเป็นเรื่องที่พิสูจน์ยาก เพราะไม่สามารถเข้าไปดูการโอนเงินทั้งหมดได้ และเป็นเพียงข้อกล่าวหา ขณะนี้กำลังดำเนินการพิสูจน์อยู่

รองปลัด-ผู้ตรวจพม.โดนเชือดด้วย

ด้านพล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า รมว.พม.ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการ 3 คน คือปลัดกระทรวงพม. รองปลัดกระทรวงพม. และน.ส.ยุพเรศ วงศ์บุญมี ผู้ตรวจราชการพม. ออกจากราชการไว้ก่อน

เมื่อถามว่าทำไมถึงให้นายปรเมธี มาเป็นปลัดพม. พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่ได้มีการอธิบายรายละเอียดเรื่องนี้ แต่คงเป็นผู้มีความรู้ความสามารถทางเศรษฐกิจมาโดยตลอดทั้งนายปรเมธีและนายสมชัยซึ่งตรงนี้เป็นของเสนอของกระทรวงพม. วันนี้รมว.พม.ได้รายงานเรื่องการทุจริตในที่ประชุมครม.ว่าจากที่มีข้อมูลข่าวสารในเบื้องต้นทางกระทรวงพม.ก็ตรวจสอบและได้ประสานงานกับป.ป.ท. สตง. เพื่อตรวจสอบข้อมูล ซึ่ง ณ เวลานี้ทราบข้อมูลจากป.ป.ท.พบผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 95 คน ส่วนพม.พบมีผู้เกี่ยวข้อง 171 คน ซึ่งข้อมูลยังไม่ตรงกัน แต่จะเอาข้อมูลจากป.ป.ท.เป็นหลักก่อน ซึ่งจากการตรวจสอบของทั้งสองหน่วยงานพบว่ามีทั้งข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และบุคคลภายนอกที่ไม่ได้อยู่ในสังกัดของกระทรวงพม.มาเกี่ยวข้อง

"ขณะที่นายกฯ ได้สั่งทุกกระทรวงให้อธิบายต่อประชาชนว่า เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่มารัฐบาลนี้แล้วโกง แต่เรื่องราวทั้งหลายเกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลนี้จะมา จะมีคนร้องเรียนก็ดี หรือเราตรวจสอบพบเองก็ดี เป็นสิ่งที่ทำให้สังคมต้องฉุกคิด ฉะนั้นประชาชนถ้ามีข้อมูลเรื่องนี้ต้องช่วยกัน ไม่ใช่แค่เพียงว่าวันนี้เราไม่โกง แต่เราต้องไม่ยอมให้คนอื่นโกงด้วย ซึ่งใครมีข้อมูลข่าวสารเรื่องการทุจริตสามารถส่งเรื่องมาที่สายด่วนของนายกฯ ได้"พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

แจงตั้ง"ปรเมธี"เพราะไว้ใจได้

วันเดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่เห็นชอบการแต่งตั้งโยกย้ายนายปรเมธี วิมลศิริ จากเลขาธิการคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แทนนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ซึ่งถูกสั่งย้ายไปเป็นที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของนายกฯ จากปัญหาการทุจริตงบประมาณอุดหนุนช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่งและผู้ป่วยโรคเอดส์ ว่า การแต่งตั้งนายปรเมธีไปเป็นปลัดกระทรวงพม. เป็นการเสนอชื่อโดยกระทรวงดังกล่าวเอง เมื่อเขาส่งเรื่องมา ก็พิจารณาว่าควรหาคนที่เหมาะสมและไว้วางใจได้ ซึ่งนายปรเมธีเป็นคนเก่ง มีความสามารถ และตนไว้วางใจเขา

ส่วนกรณีของนายพุฒิพัฒน์ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน และไม่ได้รับเงินเดือน แต่ถ้าผลการสอบสวนเสร็จสิ้นหมดแล้วพบว่าเขาไม่มีความผิดก็สามารถกลับมารับราชการได้ตามปกติ และเรียกคืนสิทธิประโยชน์ต่างๆกลับคืนมาได้ ส่วนคนอื่นๆที่เกี่ยวข้องในการทุจริตนี้ยังมีอีกหลายคนต้องถูกสอบสวนต่อ

ลั่นต้องตรวจสอบทุกกระทรวง

เมื่อถามว่ากรณีของนายณรงค์ คงคำ รองปลัดกระทรวงถูกดำเนินการเหมือนกับนายพุฒิพัฒน์ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับกระทรวงพม.เสนอมา ซึ่งพม.มีกลไกดำเนินการอยู่ โดยก่อนหน้านี้นายณรงค์ถูกโยกย้ายออกมาเหมือนกับนายพุฒิพัฒน์ ทั้งนี้มีคนที่ถูกคำสั่งให้ออกจากราชการมี 3 คน

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ทุกอย่างอยู่ที่การบริหาร เรื่องการจ่ายเงินและระเบียบเก่าก็ต้องถูกแก้ไข ซึ่งบางครั้งมีการตั้งอีกระบบขึ้นมาเพราะหวังดี อยากทำให้เร็วขึ้น แต่ปรากฏว่าเกิดการทุจริตขึ้นมา เมื่อมีปัญหานี้ก็ต้องทำให้เกิดความชัดเจน ทั้งนี้ต้องมีการตรวจสอบทุกกระทรวง แต่บางครั้งถ้าให้กระทรวงนั้นๆเป็นผู้ตรวจสอบเอง อาจล่าช้าเกินไป ตนจึงให้หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ไปเสริมการตรวจสอบด้วย ซึ่งป.ป.ท.มีอำนาจหน้าที่ของเขาและมีกฎหมายปกติใช้ดำเนินการได้อยู่แล้ว ไม่ต้องไปใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend