ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ประธานเฟด ยืนยันเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป

1.53K 25
ประธานเฟด ยืนยันเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ประธานเฟดกล่าวสุนทรพจน์ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาา ยีนยันเฟดจะยังคงเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังจากประเมินทิศทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง

ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทยังคงผันผวน และร่วงลงอย่างหนักจากความกังวลสงครามการค้าสหรัฐกับจีน นำโดยดาวโจนส์ปิดวันศุกร์ที่ 23,932 ดิ่งลง 572.46 จุด หรือ 2.34% ส่วนหุ้นเอเชียส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวกทั้งดัชนี HSI ฮ่องกงยืนเหนือ 30,371 พุ่งขึ้น 526.08 จุด หรือ 1.76% ดัชนี NIKKEI 225 ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 0.06% ดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต เพิ่มขึ้น 0.16% และหุ้นไทยเพิ่มขึ้น 10.43 หรือ 0.6% แตะ 1,750,35

ส่วนผลเซอร์เวย์สของ CNBC บ่งชี้ว่า นักลงทุนเชื่อปัจจัยเสี่ยงที่ส่งกระทยกดดันต่อตลาดหเนวอลล์สตรีทอันดับแรกคือ สงครามการค้า 36% นดับ 2 มาจากปัจจัยที่่เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย 21%

1. เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวสุนทรพจน์ที่ชิคาโกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เฟดจะยังคงเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังจากประเมินทิศทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง

ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่เฟดมีความเชื่อว่า เงินเฟ้อจะขยายตัวสู่ 2% ในปีนี้ตามเป้าหมาย ท่ามกลางรายงานของกระทรวงแรงงานสหรัฐชี้ว่า อัตราการว่างงานทรงตัวและต่ำกว่าตัวเลขประมาณการของเฟดที่ระดับ 4.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี และเป็นการทรงตัวมาเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน

โดยที่ตลาดการเงินจับตาคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เตรียมเปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 20-21 มีนาคมในวันพุธนี้

2. ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทยังคงผันผวน และร่วงลงอย่างหนักจากความกังวลสงครามการค้าสหรัฐกับจีน โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดวันศุกร์ที่ 23,932ดิ่งลง 572.46 จุด หรือ 2.34% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,604 ดิ่งลง 2.19% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,915 ดิ่งลง 2.28%

ขณะเดียวกันนักลงทุนยังจับตาเจอโรม เพาเวล ประธานเฟด ซึ่งยืนยัน ว่าเฟดอาจจำเป็นต้องเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไปเพื่อดูแลอัตราเงินเฟ้อ รวมทั้งตลาดยังผิดหวังจากตัวเลขจ้างงาน หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนมีนาคมที่เพิ่มขึ้นเพียง 103,000 ตำแหน่ง ต่ำที่สุดในรอบ 6 เดือน และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 193,000 ตำแหน่ง แตกต่างจากที่พุ่งขึ้น 326,000 ตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์

3. ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุในทวิตเตอร์ล่าสุดว่า จีนจะเป็นฝ่ายยกเลิกมาตรการกีดกันทางการค้า โดยที่สหรัฐกับจีนจะบรรลุข้อตกลงกันได้ในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงด้านภาษีที่จะเอื้อประโยชน์ต่อกันและยังเชื่อด้วยว่า เขาและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันด้วย

ทั้งนี้ สหรัฐและจีนได้กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ขอให้สำนักงานผู้แทนการค้าของสหรัฐ (USTR) พิจารณารายการสินค้านำเข้าจากจีนที่สหรัฐอาจเรียกเก็บภาษีเพิ่มอีก 100,000 ล้านดอลลาร์เพิ่มเติมจากรอบแรกที่ประกาศจะเรียกเก็บภาษี 50,000 ล้านดอลลาร์ ขฯขgxHo 150,000 ล้านดอลลาร์ โดยประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า เป็นเพราะต้องการตอบโต้การค้าที่เกิดขึ้นอย่างไม่เป็นธรรมของจีน

ขณะที่โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนประกาศว่า ทางการจีนจะตอบโต้สหรัฐไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม และจะใช้มาตรการอย่างครอบคลุม หากสหรัฐยังคงเดินหน้ากีดกันการค้าแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งจีนประกาศ

4. ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้นในวัยจันทร์ สวนทางหุ้นวอลล์สตรีท ขณะเดียวกับที่นักลงทุนยังคงกังวลกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยดัชนี HSI ฮ่องกงยืนเหนือ 30,371 พุ่งขึ้น 526.08 จุด หรือ 1.76% ดัชนี NIKKEI 225 ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 0.06% และหุ้นไทยเพิ่มขึ้น 10.43 หรือ 0.6% แตะ 1,750,35

ขณะที่ตลาดหุ้นจีนกลับมาเปิซื้อขายในวันนี้ ภายหลังจากที่ปิดทำการเนื่องในเทศกาลเชงเม้ง โดยที่นักลงทุนยังคงเฝ้ารอดูถ้อยแถลงของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการประชุมที่โป๋อ่าว ฟอรั่ม โดยที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต เพิ่มขึ้น 0.16%

5. อย่างไรก็ตาม ผลเซอร์เวย์สของ CNBC บ่งชี้ว่า นักลงทุนเชื่อปัจจัยเสี่ยงที่ส่งกระทยกดดันต่อตลาดหเนวอลล์สตรีทอันดับแรกคือ สงครามการค้า 36% อันดับ 2 มาจากปัจจัยที่่เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย 21% แต่สำหรับน้ำหนักของผลกระทบนั้น นักลงทุนเชื่อว่า ผลจากสงครามกรค้าจะประทบตลาดหุ้นราว 36% แลัไม่ส่งผลกระทบ 64%

ส่วนการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดนั้น พบว่า หากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นนั้นส่งผลให้อัตราบอนด์ยีลด์ 10 ปีของบอนด์รัฐบาลสหรัฐพุ่งขึ้นที่ระดับ 3.0-3.25% จะส่งผลต่อการซื้อขายในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทราว 20-30% แต่หากว่าบอนด์ยีลด์พุ่งขึ้นที่ 3.5% ก็ตะส่งผลค่อตลาดหุ้นถึง 70% ทั้งนี้ ปัจจุบันบอนด์ยัลด์ 10 ปีของบอนด์รัฐบาลาหรัฐยืนอยู่ที่ 2.801%


เรื่องโดย วัชรา จรูญสันติกุล | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend