ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2564

แม่ถูกโจรเอาปืนจ่อหน้า แต่ "เพลิง พลภัคค์" กลับช่วยไม่ได้

6.23K 565
แม่ถูกโจรเอาปืนจ่อหน้า แต่ เพลิง พลภัคค์ กลับช่วยไม่ได้

คำสารภาพจากลูกผู้ชายที่ชื่อ "เพลิง" พลภัคค์ วัชรพงศ์หิรัญ เผยความทรงจำที่เจ็บปวด หลังเห็นภาพแม่ถูกโจรเอาปืนจ่อหน้าแต่ไม่สามารถช่วยได้

ทุกคนย่อมมีความทรงจำในอดีตที่ไม่สามารถลบเลื่อนได้ หากความทรงจำนั้นเป็นเรื่องราวที่ดีก็จะส่งผลให้จิตใจมีความสุขยามได้หวนรำลึกถึง ทว่าหากความทรงจำนั้นสร้างความเจ็บปวดแล้วล่ะก็ จะกลับกลายเป็มปมในใจ ที่ฝังรากลึกสร้างความร้าวร้าน เช่นเดียวกับนักแสดงหนุ่มดาวรุ่งคนนี้ "เพลิง" พลภัคค์ วัชรพงศ์หิรัญ ซึ่งหลายคนคงจำเขาได้ดีจากบทบทของ "เต๋า" ในเรืื่อง "ล่า" ตอนนี้เขามีผลงานแสดงเรื่องกาหลมหรทึก โดยเจ้าตัวได้บอกเล่าเรื่องราวที่เป็นปมสำคัญในชีวิตและถือว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เขาหันมาเรียนศิลปะป้องกันตัว อาทิมวย เทควันโด และเรียนกังฟู ให้กับ "บันเทิงคมชัดลึก" ฟังดังนี้ แม่ถูกโจรเอาปืนจ่อหน้า แต่ เพลิง พลภัคค์ กลับช่วยไม่ได้ !!

"ที่มาของการฝึกกังฟู คือผมชอบดูหนังจีนและก็สนใจพวกนี้อยู่แล้ว ส่วนจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมอยากจะฝึกมันอย่างจริงจังคือ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมและคุณแม่คือมีอยู่ครั้งหนึ่งผมกับคุณแม่โดนปล้น ตอนนั้นเราก็เด็กมาก อายุประมาณ 11 ปี วันนั้นคือเดินไปทางข้าวกับคุณแม่ อยู่ดีๆ ก็มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งมาจอดตรงหน้าของแม่เรา ตอนนั้นเราก็คิดว่าเขาจะมากลับรถหรือเปล่า แต่เขามาจอดตรงหน้าคุณแม่เราและคนที่ซ้อนก็เอาปืนมาจ่อหน้าของคุณแม่เรา เหมือนในหนังเลยแต่มันคือเหตุการณ์จริงๆ เลยนะ และตอนนั้นมันเวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ ก็ไม่ค่อยมีรถวิ่งแล้ว มันก็จะเงียบๆ หน่อย ซึ่งห่างจากหน้าบ้านประมาณแค่ 500 เมตรเองพอเขาเอาปืนมาจ่อหน้าแม่ผม ผมก็จิตหลุดเลย ตอนนั้นหูอื้อ ก็เลยวิ่งไปได้ประมาณ 5 ก้าว ก็นึกขึ้นได้ว่าแม่ไม่ได้วิ่งมาด้วย แม่ยังยืนอยู่ที่เดิมและภาพที่หันกลับไป แม่ผมกำลังโดนกระชากสร้อยอยู่ ตอนนั้นผมกลัวมากเลย ผมไม่มีสติ และยังจำทะเบียนรถไม่ได้เลย แม่ผมก็ไม่ร้อง กลัวว่าโจรจะหันปืนมาทางผม มันเลยกลายมาเป็นปมว่าทำไมเราไม่สามารถปกป้องแม่ของเราได้เลย (ตาเริ่มแดง) และตั้งแต่วันนั้นมันเหมือนมีปมอยู่ในใจ ที่ไม่สามารถปกป้องใครได้ หลังจากวันนั้นผมก็ทำทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะไปหัดต่อยมวย ซ้อมเตะต้นกล้วยอยู่ที่บ้าน"

แม่ถูกโจรเอาปืนจ่อหน้า แต่ เพลิง พลภัคค์ กลับช่วยไม่ได้ !!

ความรู้สึกในวันนั้นจนถึงวันนี้ล่ะ

"ซึ่งในใจตอนนั้นผมโทษตัวองว่ามันคือของจริงมันเกิดขึ้นจริง คือเราจะพูดกับคนอื่นยังไงก็ได้ว่าเราเก่ง แต่นี่มันคือของจริง มันคือสิ่งที่เราต้องเผชิญ และพอเราเจอของจริง มันทำให้เราไม่มีสติเพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ใช่วิชา ไม่ใช่กังฟู แต่มันคือสติมากกว่า เหตุการณ์อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้าเราไม่มีสติ และที่ผมทำทั้งหมดก็คือเพื่อลบปมความอ่อนแออันนั้นทิ้งไปและการที่ผมไปฝึกกังฟูคือแบบเตะต่อยได้จริงๆและก็ไปเรียนเทควันโด้แบบจริงจัง หลังจากนั้นก็ไปเรียนกังฟูแบบจริงๆ เนื่องจากผมขึ้นรถเมล์แล้วไปเจอครูสอนกังฟูโดยบังเอิญเพราะผมเห็นเขาพกกระบอกสามท่อนคุ้นๆ เหมือนฉากในหนังเลย เราเลยไปถามว่าเขาสอนกังฟูเหรอ และที่น่าตกใจไปอีกคือเขามาจากวัดเส้าหลิน และมาเปิดสอนที่เมืองไทย"

แม่ถูกโจรเอาปืนจ่อหน้า แต่ เพลิง พลภัคค์ กลับช่วยไม่ได้ !!

กลัวคนมองว่าเราเน้นใช้กำลังเพื่อตััดสินปัญหาไหม

"หลายคนอาจจะมองว่าเราฝึกเพราะต้องการใช้กำลังในการป้องกันตัว แต่ผมว่ามันไม่ใช่ คือมันเป็นการคิดในแง่ลบที่จะใช้กำลังในการตัดสินปัญหาจริงๆ ทุกครั้งที่ผมฝึกกังฟู ผมคิดตลอดว่าผมไม่ชอบการต่อสู้อะไรทั้งนั้น แต่ที่ฝึกก็เพราะเพื่อต้องการลบปมในใจกับเรื่องนี้ ต้องการปกป้อง คำนี้จะอยู่ในใจตลอด และมันแตกต่างกว่าคำว่าจะใช้กำลังแก้ไข แต่มันเป็นการใช้เพื่อจะปกป้องใครคนหนึ่งอีกอย่างผมว่าอยู่ที่ทัศนคติและเป้าหมายของเรา เราไม่ได้ต้องการบอกทั้งโลกว่าเราเป็นมวย เราเป็นกังฟู และผมก็ไม่ได้วางตัวแบบนั้น และที่เราได้ฝึกมา มันทำให้ได้สติ ให้รู้ว่าเราได้ทำอะไรเพื่อจะปกป้องใครได้บ้าง"เพลิงกล่าวปิดท้ายแม่ถูกโจรเอาปืนจ่อหน้า แต่ เพลิง พลภัคค์ กลับช่วยไม่ได้ !!


เรื่องโดย บันเทิงคมชัดลึก | ภาพโดย บันเทิงคมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์