ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2564

ธุรกิจดี เริ่มต้นที่ "แผน"

1.60K 31
ธุรกิจดี เริ่มต้นที่ แผน

การมีแผนธุรกิจที่ดีเปรียบเหมือนกับ มีไกด์ไลน์ที่จะนำทางไปสู่เป้าหมายทางธุรกิจ ระหว่างทางอาจต้องมีการ "ปรับ" เพื่อให้การเดินไปข้างหน้าเห็นผลได้เร็วและชัดเจนมากขึ้น

"แผนธุรกิจ" มีความน่าสนใจอย่างไร และแผนที่ดี จะนำทางไปสู่สิ่งใดได้บ้าง

"จุดเริ่มต้นในปี 2002 ที่จัดให้มีกิจกรรมการแข่งขันเกิดขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของการเรียน" คงพันธุ์ ปราโมช ณ อยุธยา ผู้ร่วมก่อตั้ง Bangkok Business Challenge @ Sasin กล่าวโดยเป้าหมายในตอนนั้น เพื่อให้นักศึกษาได้รู้ถึงกระบวนการทำงานทั้งหมด

กิจกรรมดังกล่าวเดินทางมาถึงปีที่ 15 จาก ซึ่งปีนี้จะโฟกัสมากขึ้นในส่วนของ Deep Tech Innovation โดยได้พาร์ทเนอร์หลัก เอสซีจี เข้ามาร่วมผลักดันให้การแข่งขัน ในปีนี้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น ในปีนี้ถือว่าได้รับความสนใจมากที่สุดมากถึง 112 ทีมจากเดิมในแต่ละปีที่จัดการแข่งขันจะอยู่ที่ประมาณ 40-60 ทีม

"เมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมาของกิจกรรมทำให้เป็นถึงสัญญาณบางอย่างที่น่าสนใจ" 

นักศึกษา MBA ต้องการที่จะเป็น startup ไม่ใช่แค่ในไทยเท่านั้นแต่หมายถึงตลาดทั่วโลกด้วยซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้เติบโตขึ้นทุกปี

"เริ่มเห็นสัญญาณ 4 5 ปีมานี้ นิสิตส่วนใหญ่จะเป็น Generation 3 และ 4 ที่ต้องการทำอะไรแตกต่างจากที่บ้านเคย ทำมา

ข้อดีคือ คนกลุ่มนี้จะมี mind set ในแง่ของการทำธุรกิจอยู่แล้วจากการได้เห็นคนที่บ้านทำมาก่อน รวมถึงการได้อยู่ในสภาพแวดล้อมของการทำธุรกิจ ทำให้มีการเรียนรู้ที่เร็ว

อย่างไรก็ดี สิ่งที่คนรุ่นใหม่จะต้องรู้ด้วยว่า Start Up ไม่ใช่ทำแล้วจะสำเร็จไปทั้งหมด ยังมีล้มเหลวอีกมาก"

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะทำธุรกิจครอบครัว การทำสตาร์ทอัพ สิ่งสำคัญอยู่ที่แผน หรือ Business Plan ที่จะบอกได้ว่า จะทำอะไร และพาไปถึงจุดไหน

"สำหรับคนรุ่นใหม่ Business Plan อาจจะยังไม่ใช่ซะทีเดียว แต่เป็น Lean Canvas มากกว่า ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดล้วนเป็นการเรียบเรียงความคิดเพื่อให้เราโฟกัสได้ถูกจุดว่านวัตกรรมที่ทำอยู่นั้นตอบโจทย์อย่างไรและทำอย่างไรลูกค้าจึงจะยอมให้ value กับสิ่งนั้น

โดยข้อดีของการทำแผน จะทำให้เห็นว่า ตลอดทางของการทำงานต้องมีความยืดหยุ่นและทำให้เห็นภาพว่าเมื่อเดินไปแล้วจะมีอุปสรรคใดบ้าง ซึ่งทำให้นำมาคิด เพื่อหาทางลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด"

หนึ่งในแผนธุรกิจจากเวทีประกวดเมื่อปี 2011 ถึงวันนี้ "สยามออร์แกนิค" ทำให้ "แผน" แปลงมาสู่ "ธุรกิจ" ที่เติบโต

"ในปี 2011 ในทีมของเราได้ชนะการแข่งขัน การทำ Business plan เป็นการทำเรื่อง feasibility เพื่อตอบโจทย์

ตอนทำโครงการมีโอกาสได้เข้าแข่งขัน ที่ประเทศสหรัฐ เพราะมองว่าตลาดสหรัฐเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของสินค้าออร์แกนิค  ทำให้เรามีโอกาสได้ศึกษาผู้บริโภคทำให้เราเข้าใจตลาดมากขึ้นและวางแผนได้อย่างถูกต้อง" ปีตาชัย เดชไกรศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท สยามออร์แกนิค จำกัด กล่าว

จนถึงวันนี้ ปีตาชัย บอก พูดตรงๆ ว่ามีการนำ Business plan มาใช้สำหรับในโลกธุรกิจเพียงแค่เพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ก็ถือว่าเป็น 10% ที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะในโลกธุรกิจยังมีปัญหาอีกมาก ทั้งคู่แข่ง ห้างฯ ทุกอย่างล้วนโหดร้ายในแง่ของความเป็นจริง สิ่งที่ทำให้ สยามออร์แกนิค อยู่มาจนถึงวันนี้ได้คือ วิชั่น และมิชชั่น ที่ชัดเจน

"สำหรับผมแผนธุรกิจอาจเปลี่ยนแปลงไปได้แต่สิ่งที่อยากจะทำตั้งแต่แรกเริ่มยังคงเหมือนเดิม โดยนอกจากแผนธุรกิจแล้ว อีกสิ่งที่ สำคัญคือ Co-Founder เวทีนี้จะเป็น อีกเวทีที่สามารถมองหาคนที่มีวิชันเหมือนกัน ต้องการแก้ปัญหาเดียวกันได้ เหมือนกับทีมของเราที่ถึงตอนนี้ก็ยังทำงานร่วมกันอยู่"

ดร.สุรชา อุดมศักดิ์ R&D Director and Emerging Business Director เอสซีจี เคมิคอลล์ กล่าวว่า เอสซีจี ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์นวัตกรรม ผ่านความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) กับทุกภาคส่วน  รวมถึงแสวงหาโอกาสในการต่อยอดธุรกิจร่วมกับเครือข่ายสตาร์ทอัพจาก ทั่วโลก สู่การตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคด้วยสินค้าและบริการให้ดีขึ้น เร็วขึ้น และคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

"แม้ว่าการประกวดแผนธุรกิจจะไม่ใช่ Deep Tech ซึ่งเป็นสิ่งที่เรามองหา แต่เป็นจุดเริ่มต้นธุรกิจของคนรุ่นใหม่ที่มีโอกาสต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคตและถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ Start Up ให้สำเร็จต่อไป"

"แผนธุรกิจเป็นการเรียบเรียงความคิดเพื่อให้เราโฟกัสได้ถูกจุดว่านวัตกรรมที่ทำอยู่นั้นตอบโจทย์ได้อย่างไรบ้าง'

ความเข้มข้นเวที SCG Bangkok Business Challenge @ Sasin 2018-Deep Tech Innovation ในปีนี้มีตัวแทนจากสถาบันการศึกษาเข้าร่วมแข่งขันมากถึง 112 ทีม จาก 52 สถาบันการศึกษา ใน 16 ประเทศ จาก 4 ทวีปทั่วโลก

ที่สุดได้ทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้าไปสู่รอบรองชนะเลิศแล้ว 15 ทีม จาก 9 ประเทศ ได้แก่

Cambridge Judge Business School, University of Cambridge สหราชอาณาจักร Middlebury Institute of International Studies at Monterey, University of Oregon สหรัฐอเมริกา, University of Toronto ประเทศแคนาดา, Nanyang Tech-nological University ประเทศสิงคโปร์ National Chengchi University, National Chiao Tung University ประเทศไต้หวัน, Queensland University of Technology ประเทศออสเตรเลีย, S.P. Jain Institute of Management and Research ประเทศอินเดีย, Universiti Teknologi Malaysia จากประเทศมาเลเซีย ยังมีสถาบันการศึกษาจากประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยนเรศวร และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ ยังมีในรอบ Thailand Track Round ที่ได้ 7 ทีมจาก 7 มหาวิทยาลัย เข้ามาแข่งขัน ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยขอนแก่น,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และ สถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์

ผู้ชนะเลิศในรอบนี้จะได้รับเงินรางวัล 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ และรับสิทธิ์เข้าไปแข่งขันกับ 15 ทีมในรอบรองชนะเลิศต่อไป

สำหรับผู้ชนะเลิศการแข่งขันในปี 2561 จะได้รับรางวัลเกียรติคุณพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทร์เทพยวรางกูล และรางวัล H.R.H Princess Maha Chakri Sirindhorn's Sustainability Award จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มอบให้ทีมชนะเลิศการแข่งขันแผนธุรกิจด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยการแข่งขันจะมีขึ้นวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ 2561


เรื่องโดย วันเพ็ญ แก้วสกุล | ภาพโดย วุฒินันท์ นาฮิม
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์