ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2564

Bond Funds เทขายในตลาดนิวยอร์กส่งผลเม็ดเงินเริ่มไหลออกและราคาบอนด์ที่ปรับตัวลดลง

2.27K 32
Bond Funds เทขายในตลาดนิวยอร์กส่งผลเม็ดเงินเริ่มไหลออกและราคาบอนด์ที่ปรับตัวลดลง

Bond Funds เทขายบอนด์ในตลาดนิวยอร์กส่งผลเม็ดเงินเริ่มไหลออกและราคาบินด์ที่ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางอัตราผลตอบแทนที่พุ่งขึ้นทะลุ 2.684% ในบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีช่วงเช้านี้ กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่ทิศทางเงินดอลลาร์ที่ออ่นค่าลงดนื่องจาก Dollar Index ได้หลุดระดับลงมาแตะที่ 88.96 อีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐที่ถือบอนด์ในมือมูลค่ามากถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ อาจต้องประสบกับภาวะขาดทุนเกิดขึ้นในปี 2019 เนื่องจากราคาบอนด์ที่ตกต่ำลง

ถึงแม้ว่าทรัมป์ออกตัวช่วยพยุงค่าเงินดอลลาร์ประกาศสนับสนุนดอลลาร์ในทิศทางที่แข็งค่าตามนโยบายอเมริกาต้องมาก่อน หรือ America First ในการให้สัมภาษณ์ CNBC ก่อนขึ้นกล่าวปาฐกถาในการประชุม WEF ที่เมืองดาวอสในวันศุกร์ที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งทรัมป์ต้อถูกเสียงโห่กลางที่ประชุมที่มีผู้เข้าร่วมประชุมแออัดกันมากกว่า 1,500 คน หลังที่ผู้นำสหรัฐเปิดศึกกับสื่อด้วยการตอกย้ำในเรื่องที่มีการนำเสนอข่าวปลอมในการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับตัวเชา

1.  ขณะที่ทั่วโลกจับตามองประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ในวันศุกร์ที่ระบุถึงเศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งได้ช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก โดยได้ปกป้องนโยบาย America First ของเขา ไม่ได้มีความหมายว่า จะคำนึงถึงผลประโยชน์อเมริกาเท่านั้น เพราะว่าเมื่อเศรษฐกิจของสหรัฐขยายตัว เศรษฐกิจโลกก็ขยายตัวเช่นกัน

อีกทั้งตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่การเข้ารับตำแหน่งในปีที่แล้ว โดยย้ำถึงมาตรการปฏิรูปภาษีที่จะทำให้บริษัทของอเมริกากลับมาลงทุนในประเทศ พร้อมกันนี้เขายังได้เชิญชวนประเทศต่างๆ เข้าลงทุนในสหรัฐ

ประธานาธิบดีทรัมป์ยังกล่าวถึงการทำการค้าที่เสรี และเป็นธรรม โดยเพิ่งประกาศศึกกับกลุ่มประเทศหลักๆ ในยุโรปที่ทำการค้ากับสหรัฐอย่างไม่เป็นธรรมจะได้รับการดำเนินการตอบโต้ 

ทั้งนี้ทิศทางที่ถูกจับตามองที่สุดือบรรยากาศของการก่อตัวในสงครามการค้าที่อาจเป็นแรงกดดันต่อการค้าโลกมากขึ้น เหมือนตัวอย่างเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งให้ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ทำการตั้งกำแพงภาษีสูงถึง 30% ในการนำเข้าสินค้าที่เป็นแผงพลังงานแสงอาทิคย์ และการนำเข้าเครื่องซักผ้าจากจีน

2.  ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้นำสหรัฐคนแรกในรอบ 18 ปีที่ได้เข้าร่วมการประชุม WEF นับตั้งแต่ที่ปีะธานาธิบดีบิล คลินตัน ได้เข้าร่วมการประชุมในปี 2000 โดยที่ประธานาธิยดีทรัมป์ต้องถูกโห่กลางที่ประชุม WEF ครั้งนี้ จากการพูดโจมตีสื่อที่นำเสนอ "ข่าวปลอม" เกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องราวของเขา โดยระบุถึงช่วงที่มีฐานะนักธุรกิจซึ่งปฏิบัติกับสื่อมวลชนด้วยดีตลอดมา จนกระทั่งการเข้ามาเป็นนักการเมือง แต่ได้ตระหนักถึงความสะอิดสะเอียนกับความจอมปลอมที่สื่อสามารถเป็นได้

โดยที่คณะผู้แทนจำนวนหนึ่งจากทั้งหมด 1,500 คนที่แออัดอยู่ในห้องประชุมได้ส่งเสียงโห่กับคำพูดดังกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างช่วงที่มีการถาม-ตอบ หลังจากกานกล่าวปาฐกถาต่อนักธุรกิจ

3.  ถึงแม้ว่าทรัมป์ออกตัวช่วยพยุงค่าเงินดอลลาร์ประกาศสนับสนุนดอลลาร์ในทิศทางที่แข็งค่าตามนโยบายอเมริกาต้องมาก่อน หรือ America First ในการให้สัมภาษณ์ CNBC ก่อนขึ้นกล่าวปาฐกถาในการประชุม WEF ที่เมืองดาวอสในวันศุกร์ที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา 

ขณะที่ทิศทางเงินดอลลาร์ที่ออ่นค่าลงดนื่องจาก Dollar Index ได้หลุดระดับลงมาแตะที่ 88.96 อีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐที่ถือบอนด์ในมือมูลค่ามากถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ อาจต้องประสบกับภาวะขาดทุนเกิดขึ้นในปี 2019 เนื่องจากราคาบอนด์ที่ตกต่ำลง

4.   นอกจากนี้  Bond Funds ซึ่งลงทุนในตลาดบอนด์สหรัฐ มีการเทขายบอนด์ในตลาดนิวยอร์กส่งผลเม็ดเงินเริ่มไหลออกและราคาบินด์ที่ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางอัตราผลตอบแทนที่พุ่งขึ้นทะลุ 2.684% ในบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีช่วงเช้านี้ กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น

โดยเฉพาะนักงทุนเริ่มขายทิ้งสินทรัพย์ที่เป็นประเภท Junk Bonds จากบรรดาผู้บริหารใน Junk Bond Funds หลังจากที่อัจราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งทะลุระดับ 2.67% ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2014 ทำให้นักลงในตลาดบอนด์เริ่มกังวลต่อความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

5.  ขณะเดียวกันบรรดาหัวหน้านักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทจาก CitiGroup, Deutsche Bank และ Bank Of 'America เริ่มที่จะประเมินถึงฐานะงบดุลของธนาคารกลาง (Central Bank Balance Sheets) ที่เข้าซื้อบอนด์โดยผ่านเม็ดเงิน QE อาจต้องพบกับความเสี่ยงของราคาบอนด์ที่ถือในมือที่จะตกต่ำลง หากว่าอัตราผลตอบแทนบอนด์ยังคงพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง

โดยเฉพาะเม็ดเงินที่เข้าซื้อบอนด์มากถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2017 ซึ่งมีการต่ออายุการถือบอนด์ หรือ  Rolloer ทุก 3 เดือน และ 12 เดือน อาจจะประสบกับราคาที่ขาดทุนในช่วงกลางปี 2019 ในที่สุด


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์