ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ภาคประชาชน ตั้งวงถล่ม ปมนาฬิกา "บิ๊กป้อม"

5.68K 1.67K

"เวทีประชาชน" ชี้ "บิ๊กป้อม" ผิดทุกประตู แม้อ้างนาฬิกายืมเพื่อน งัด พ.ร.ป.ปราบโกง ชี้ ผู้มีอำนาจ ต้องแจ้ง

โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) และเครือข่ายนักกิจกรรมภาคประชาชน จัดเวทีเสวนา เรื่อง คอร์รัปชั่น 4.0 โดยมีตัวแทนเครือข่ายที่ทำงานด้านการตรวจสอบ และ นักวิชาการ นักเคลื่อนไหวทางสังคมเข้าร่วม

"วีระ" ชี้ "บิ๊กป้อม" ซุก-ยืมของหรู ผิดทุกประตูปราบโกง

โดยนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น กล่าวว่า ตนยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ใน 2 ประเด็น คือ กรณีจงใจปกปิด ไม่แจ้งและแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน หรือปกปิดเรื่องจริงที่ควรแจ้ง และ กรณีร่ำรวยผิดปกติ เพราะนาฬิกาหรูที่ปรากฎ ในสื่อมวลชน ล่าสุดพบว่ามีจำนวน 25 เรือนคิดเป็นมูลค่ารวม 40 ล้านบาท หากรวมกับรายการทรัยพ์สินและหนี้สินที่พล.อ.ประวิตร แจ้งต่อ ป.ป.ช. ในวันเข้ารับตำแหน่ง เมื่อปี 2557 จำนวน 87 ล้านบาท เชื่อว่าจะมีมูลค่ารวมกว่า 127 ล้านบาท นอกจากนั้นยังมีแหวนเพชรด้วย

"ตอนแรกพล.อ.ประวิตร ยืนยันกับทรัพย์สินที่ถูกตรวจสอบว่าเป็นของตัวเอง แต่พอหลังจากที่ถูกตรวจสอบรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินย้อนหลัง 4 ครั้งที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. ไม่พบรายการทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกิน 2แสนบาท ซึ่งรวมถึงไม่แจ้งรายการของแหวนเพชร และนาฬิกาหรูที่แจ้งต่อป.ป.ช. ด้วย ดังนั้นกรณีที่เกิดขึ้นแสดงว่าเขาจงใจปกปิด แต่เมื่อเขามาใส่โชว์แสดงว่าเป็นการท้าทายกฎหมายปราบทุจริต ที่เขียนว่าคุณต้องแจ้งรายการทรัพย์สินที่ได้มาภายใน 30วัน ดังนั้นตามกฎหมายถือว่ามีความผิดซ้ำถึง4ครั้ง" นายวีระ กล่าว

ชี้ "เลขา ป.ป.ช." ป้อง "ป้อม" เข้าข่ายเอื้อประโยชน์มิชอบ

นายวีระ กล่าวด้วยว่าส่วนกรณีที่ นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการป.ป.ช.ชี้แจงว่า ทรัพย์สินของพล.อ.ประวิตร ที่ยืมเพื่อนมาใส่นั้น ไม่จำเป็นต้องแจ้งรายการต่อ ป.ป.ช. ตนอยากเข้าไปตบปาก เพราะกรณีที่ชี้แจงแทนนั้นเข้าข่ายการเอื้อประโยชน์โดยมิชอบให้กับผู้ถูกกล่าวหา ทั้งนี้ตามกฎหมายแม้เป็นทรัพย์ของบุคคลอื่น เมื่อนำมาใช้ต้องแจ้งรายการต่อ ป.ป.ช.เพราะพล.อ.ประวิตร ถือว่าเป็นผู้มีอำนาจ มีบารมี และถือว่าเข้าข่ายเป็นการรับเป็นประโยชน์อื่นใด ตามพ.ร.ป.ปราบทุจริต มาตรา 103 ระบุเป็นข้อห้ามไว้

"เอกชัย" ชี้ "บิ๊กป้อม" ผิด 3 กระทง ส่อถูกถอดถอน

ด้านนายเอกชัย ไชยนุวัติ นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ กล่าวยืนยันถึงกรณีที่พล.อ.ประวิตร ครอบครองนาฬิกาหรู เพราะยืมเพื่อนใส่ ว่า เข้าข่ายผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบทุจริต มาตรา 103 ว่าด้วยการห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ประกอบกับระเบียบของ ป.ป.ช. ซึ่งกำหนดวงเงินที่สามารถรับได้ ต้องมีมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท ซึ่งเป็นประเด็นที่อาจต้องได้รับโทษ ตามมาตรา 103/1 ระบุว่าเป็นการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ ป.ป.ช.ต้องส่งเรื่องไปยังหน่วยงานเพื่อถอดถอน หรือตัดสิทธิทางการเมือง รวมถึง ป.ป.ช. ต้องส่งเรื่องไปยังอัยการเพื่อฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และยังมีควมผิดตามคดีอาญาด้วย

"กรณียืมนาฬิกาบุคคลอื่นมาใส่ เข้าข่ายการรับประโยชน์อื่นใด แม้จะไม่เป็นผู้เรียกรับให้ได้มาซึ่งสิ่งของนั้นก็ตาม ข้อห้ามที่กฎหมายบัญญัติไว้ เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาของการจริยธรรมของผู้มีอำนาจ ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2540 อย่างไรก็ดีผมมองว่าแม้เขาจะยืมจริงและนำไปคืน ถือว่ายังเป็นความผิด" นายเอกชัย กล่าว

"พลเมืองเน็ต" ถามได้ของหรูเพราะทำไม่สุจริต หรือไม่

ทางด้าน นางสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการเครือข่ายพลเมืองเน็ต กล่าวว่าเมื่อเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องการแสดงความโปร่งใสและเสียสละสิทธิส่วนบุคคลเพื่อแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ครอบครอง อย่างไรก็ตามประเด็นของผู้มีอำนาจหรือนักการเมืองไม่ยอมเปิดเผยรายการทรัพย์สินทำให้สังคมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นและการทุจริตที่อยู่เบื้องหลังการครอบครองทรัพย์สินดังกล่าวหรือไม่

"จ่านิว" ซัด สอบทุจริตไม่คืบ เหตุคนสอบหลายมาตรฐาน

ขณะที่นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นักเคลื่อนกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ กล่าวว่า เป็นความฝันลมๆ แล้งที่อยากให้ รัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจมีความโปร่งใส ซึ่งที่มาของการคอร์รัปชั่น ของคสช. คือ การคอรัปชั่นอำนาจจากประชาชน ทั้งนี้ตนมองว่าประเด็นที่ คสช.ยังอยู่ในอำนาจแม้ถูกตรวจสอบจากภาคสังคม คือ มาตรฐานหรือบรรทัดฐานของการตรวจสอบ ของคนกลุ่มที่มีบทบาทในการตรวจสอบคอร์รัปชั่น ทั้ง ป.ป.ช. และ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ใช้เป็นเครื่องมือทำลายขั้วตรงข้าม หรือช่วยเหลือกลุ่มที่อยู่ข้างเดียวกันเท่านั้น ทำให้การปราบปรามการทุจริตในประเทศไทยไม่เดินหน้าตำรวจเข้ม เวทีจัดงานเวลาปชช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการจัดงานดังกล่าวยังมีกิจกรรม ให้ประชาชนร่วมลงชื่อ เพื่อแก้ไข ยกเลิกคำสั่งและประกาศของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ขัดและกระทบต่อการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชน และกิจกรรมโหวตคอลเลคชั่นนาฬิกาหรู ที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอว่าอยู่ในการครอบครองของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวอย่างคึกคัก ขณะที่โดยรอบการจัดงานมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจากสถานีตำรวจในพื้นที่ ประมาณ 30 นาย เข้าสังเกตการณ์และดูแลความเรียบร้อยพื้นที่จัดงานด้วย


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย วรวิทย์ พุ่มพวง
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์