ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2564

"นาฬิกา" ส่อมวยล้ม

6.06K 1.64K
นาฬิกา ส่อมวยล้ม

"ป.ป.ช." คาดปมนาฬิกาหรู สรุปได้ภายใน ก.พ. แบไต๋หากสอบได้ว่าเป็นของบุคคลอื่น "บิ๊กป้อม" ไม่ต้องแสดงในบัญชีทรัพย์สิน ด้าน "วัชรพล" ขอถอนตัวจากการพิจารณาคดีแล้ว

"ป.ป.ช." คาดปมนาฬิกาหรู สรุปได้ภายใน ก.พ. แบไต๋หากสอบได้ว่าเป็นของบุคคลอื่น "บิ๊กป้อม" ไม่ต้องแสดงในบัญชีทรัพย์สิน ด้าน "วัชรพล" ขอถอนตัวจากการพิจารณาคดีแล้ว ขณะที่ "ประวิตร" รูดซิปปาก ทีมรปภ.6 คนประกบติดกันสื่อเข้าใกล้ "สุเทพ" พร้อมแกนนำ กปปส.สู้คดีกบฏ ด้านศาลให้ประกันตัวสั่งห้ามออกนอกประเทศ สหรัฐแถลงจุดยืนหวังไทยจัดเลือกตั้งพ.ย.61 ขณะที่ "บิ๊กตู่" ตั้งคณะกรรมการไทยนิยมยั่งยืน "ขนครม.-ปลัด-ผบ.เหล่าทัพ-สมช." ร่วมทีม

ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงถึงความคืบหน้าการตรวจสอบนาฬิกาและแหวนเพชร ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ว่า ปัจจุบันมีภาพนาฬิกาปรากฏผ่านสื่อทั้งหมด 25 เรือน ซึ่งเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่จะต้องตรวจสอบความมีอยู่จริง การตรวจสอบเบื้องต้นได้ให้รองนายกฯ ชี้แจง ซึ่งมีการชี้แจงผ่านสื่อว่าไม่ใช่ของท่าน ก็เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบเพื่อยืนยันข้อมูล ทั้งนี้จากการที่สื่อนำเสนอข้อมูลนาฬิกาทั้ง 25 เรือนนั้น บางเรือนมีรูปที่ไม่ชัดเจน บางเรือนเห็นเพียงแค่สาย จึงต้องตรวจสอบว่าข้อมูลเท็จจริงเป็นอย่างไร มี 25 เรือนจริงหรือไม่ หรืออาจเป็นภาพซ้ำ ซึ่งความจริงแล้วอาจมีแค่ 15 เรือน และต้องตรวจสอบว่าเป็นนาฬิกาของใคร ใครเป็นเจ้าของ ส่วนการสอบพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้น สัปดาห์ที่ผ่านมาสอบพยานไปทั้งหมดแล้ว ยังเหลือพยานอีก 1 ราย ซึ่งเป็นพยานสำคัญ ขณะนี้อยู่ระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ โดยจะกลับมาสัปดาห์หน้าและมีการนัดหมายที่จะไปรับฟังการชี้แจงในสัปดาห์หน้า

ป.ป.ช.แจงนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม

นายวรวิทย์ กล่าวว่า นอกจากนั้นได้สอบถามไปยังตัวแทนจำหน่ายด้วยแต่ยังตอบมาไม่หมด คิดว่าต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบสักพัก คาดว่าถ้ารวบรวมข้อมูลครบถ้วนเรียบร้อยข้อเท็จจริงยุติตามแผน ก็สามารถสรุปได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ อย่างไรก็ตาม ถ้านาฬิกาเป็นของบุคคลอื่น พล.อ.ประวิตรก็ไม่ต้องแสดง แต่หากเป็นของท่านต้องถามว่าท่านได้มาเมื่อไหร่ และถ้าได้มาก่อนรับตำแหน่งทำไมไม่แจ้งในบัญชีทรัพย์สิน แต่หากได้มาหลังจากรับตำแหน่งก็ยังไม่ถึงเวลายื่น ส่วนการให้ยืมจะเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 103 หรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงเขายังไม่บอกว่าเป็นการให้หรืออะไร แต่ ป.ป.ช.ก็ดูครอบคลุมทั้งหมด หากเกี่ยวข้องกับกฎหมายเรื่องไหน เจ้าหน้าที่ก็ดูรอบด้านอยู่แล้ว ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่ผ่านมา ได้นำเสนอความคืบหน้าในการรวบรวมข้อมูลกรณีดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุม โดย พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ได้แถลงต่อที่ประชุมว่าเมื่อสำนักงาน ป.ป.ช.ได้รวบรวมข้อมูลเรื่องดังกล่าวแล้วเสร็จ และเสนอให้ ป.ป.ช.พิจารณา จะขอถอนตัวจากการพิจารณาคดีนี้

ชี้ผิดตามม.103 ต้องตีเป็นเงินได้

นายวรวิทย์ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุ พล.อ.ประวิตรอาจเข้าข่ายความผิดกฎหมายป.ป.ช. มาตรา 103 กรณีการให้หรือรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาทนั้นว่า การจะตีความกรณีการรับประโยชน์อื่นใดนั้น ต้องตีราคาเป็นตัวเงินได้ ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่เป็นข่าวเจ้าหน้าที่ไปใช้บริการสถานบริการวิคตอเรีย ซึ่งได้รับส่วนลดกี่เปอร์เซ็นต์ก็ว่าไปตามนั้น ซึ่งสามารถตีเป็นเงินได้ อาจเข้าข่ายความผิด แต่ในกรณีนาฬิกาหรูนั้น ไม่สามารถให้ความเห็นได้ว่า จะเข้าข่ายหรือไม่ ต้องให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเป็นผู้พิจารณาวิเคราะห์ อย่างไรก็ตามยืนยันว่า ป.ป.ช.จะพิจารณาทุกประเด็น เรื่องการเอาผิดตามมาตรา 103 ที่ผ่านมา ป.ป.ช. เคยเอาผิดประเด็นดังกล่าวมาแล้ว แต่จำไม่ได้จึงไม่สามารถบอกว่ามีกรณีใดบ้าง

ส่องสัมพันธ์ลึกวัชรพล-บิ๊กป้อม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสาเหตุที่ พล.ต.อ.วัชรพลต้องถอนตัวจากการสอบสวนปมนาฬิกาหรู เพื่อลบข้อครหาที่สังคมจับตามอง เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่าสายสัมพันธ์ของประธานป.ป.ช.กับพล.อ.ประวิตรสนิทแนบแน่นกันมายาวนาน ตั้งแต่ช่วงหลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 พล.ต.อ.วัชรพล ได้รับการวางตัวให้มาปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แทน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ถูกคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่สำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิก สนช. และได้รับตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ก่อนจะลาออกจาก สนช. และรองเลขาธิการฯ เพื่อลงสมัครเป็นกรรมการ ป.ป.ช. จนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธาน ป.ป.ช.ในที่สุด

ความสัมพันธ์นี้ชัดเจนมากขึ้นเมื่อ พล.อ.ประวิตรส่งสัญญาณไปยังกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และ สนช. ไม่ให้มีการเซตซีโร่ ป.ป.ช.ชุดนี้ ต่างจากองค์กรอิสระอื่นๆ ดังนั้นการชี้ขาดแหวนเพชรและนาฬิกาหรู ของ ป.ป.ช.ครั้งนี้ จึงมีผลต่อความเชื่อมั่นในสายตาประชาชนเป็นอย่างมาก รวมไปถึงภาพลักษณ์ข้อครหาเดิมที่มององค์กรอิสระในอดีตว่าถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง

ยิ่งเมื่อเจาะลึกลงไปถึงการทำงานของ ป.ป.ช. 9 คน ยังแบ่งเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ที่ยังอยู่ในตำแหน่ง 4 คน ประกอบด้วย นายปรีชา เลิศกมลมาศ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง นายณรงค์ รัฐอมฤต และ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กับกรรมการ ป.ป.ช.ที่เพิ่งได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุม สนช.อีก 5 คน คือ พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ นายวิทยา อาคมพิทักษ์ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ นางสุวณา สุวรรณจูฑะ และนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร ซึ่งแรงกดดันนี้ไม่ได้พุ่งเป้าไปเฉพาะ ป.ป.ช.เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อรัฐบาล นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประกาศเดินหน้าปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นถึงขั้นหยิบยกให้เป็นวาระแห่งชาติ และไม่คบคนโกง

"วีระ"สวนทำไมไม่แจงทรัพย์สิน

ด้านนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กแสดงความเห็นกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ยุติปมนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ ป.ป.ช.ตรวจสอบ เพราะมองเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทุจริตงบประมาณแผ่นดินว่า พล.อ.ประยุทธ์บอกนาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตรเป็นเรื่องส่วนตัว พูดออกมาอย่างไม่มีสำนึกและความรับผิดชอบ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องที่จงใจปกปิด ถ้าสุจริตและโปร่งใสทำไมไม่แจ้งบัญชีต่อ ป.ป.ช. ประชาชนสงสัยพล.อ.ประวิตรว่าทำไมจึงร่ำรวยผิดปกติ และอยากรู้ที่มาของเงินที่เอามาซื้อนาฬิกาหรู หากเป็นเงินที่ได้มาจากการทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ นั่นไม่ใช่เรื่องส่วนตัวเพราะรัฐและประชาชนเสียหาย

ทีมรปภ.เข้ม"บิ๊กป้อม"สกัดสื่อ

ด้านความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร พบว่าได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เมื่อมาถึง ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงการที่รัฐบาลจะซื้อลิขสิทธิ์ให้คนไทยได้ดูบอลโลก และเรื่องที่องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน "ฮิวแมนไรท์ วอทช์" เสนอรายงานต่อสภาของสหภาพยุโรป(อียู) โดยแนะนำว่าถึงเวลาที่ต้องปิดตลาดประมงไทยแล้ว เพราะรัฐบาลไทยแก้ปัญหาไม่ถึงแก่น แต่พล.อ.ประวิตรเดินหน้าอมยิ้ม ไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครั้งนี้ทีมรักษาความปลอดภัยของพล.อ.ประวิตร มีการเตรียมการอย่างดี โดยใช้ทีมรักษาความปลอดภัยถึง 6 คน ในการสกัดกั้นไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าใกล้ หลังจากเมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา ทีมรปภ.ถูกตำหนิว่าทำไมไม่กันผู้สื่อข่าว ปล่อยให้เข้ามาได้อย่างไร จากนั้นเวลา 12.00 น. ภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ พล.อ.ประวิตรได้เดินลงจากตึกบัญชาการ 1 ด้วยสีหน้าเรียบเฉย มุ่งหน้าขึ้นรถยนต์เพื่อออกจากทำเนียบรัฐบาล โดยมีคณะผู้ติดตามและเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย 6 คน เดินตามขนาบข้างซ้ายขวาตั้งแต่ประตูเข้า-ออกตึก จนถึงประตูรถ


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์