ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564

ท่องเที่ยวชะอำและหัวหินบูม ส่องทำเลทองอสังหาฯ น่าลงทุน

11.40K 12
ท่องเที่ยวชะอำและหัวหินบูม ส่องทำเลทองอสังหาฯ น่าลงทุน

เมืองท่องเที่ยวติดทะเล และการเดินทางที่สะดวกสบายไม่ไกลจากกรุงเทพ นอกจากเมืองพัทยาที่เป็นเมืองขึ้นชื่อของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแล้ว เมืองชะอำและหัวหินก็นับเป็นอีกหนึ่งเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาพักผ่อนตากอากาศเช่นกัน

ข้อมูลจากกรมการท่องเที่ยว ในปี 2558 มีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางไปชะอำและหัวหินทั้งหมด 4,835,371 คน และ 5,923,321 คน ตามลำดับ เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยมีค่าเฉลี่ยของการเติบโตแบบทบต้น ("CAGR") ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปี 2558 ร้อยละ 6.81 และในปี 2558 ชะอำและหัวหินสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งสิ้น 28,268.48 ล้านบาท และ 20,740.42 ล้านบาทตามลำดับ เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยมีค่าเฉลี่ยของการเติบโตแบบทบต้น ("CAGR") ตั้งแต่ปี 2550 ถึงปี 2558 ของรายได้รวมทั้งสองพื้นที่เท่ากับร้อยละ 13.29

ที่มา: กรมการท่องเที่ยว (2550-2558)

ทั้งนี้ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ชะอำและหัวหิน เป็นเมืองที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว นอกจากเรื่องของความสะดวกสบายในการเดินทางที่ง่าย ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 2 ชั่วโมงแล้ว การมีโครงการสาธารณูปโภคต่างๆ ที่รัฐบาลมีนโยบายออกมา อาทิ การเพิ่มทางด่วนยกระดับพระราม 2 ลอยฟ้ากรุงเทพ-ราชบุรี และทางด่วนใหม่เชื่อมพระราม 3-วงแหวน รวมถึง รถไฟฟ้าความเร็วสูง กรุงเทพ ก็ยิ่งหนุนให้การเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้นไปอีก

จากปัจจัยข้างต้นที่กล่าวมาของสาธารณูปโภคต่างๆ ที่จะช่วยผลักดันให้เมืองชะอำ-หัวหินเป็นเมืองที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวแล้ว ยังส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจ การค้า ให้เติบโตตามไปด้วย รวมไปถึงการพัฒนาของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ดีเวล็อปเปอร์หลายๆ รายต่างจับจ้องหาทำเลทองเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยออกมารองรับตลาดนักท่องเที่ยว

ผลการสำรวจของบริษัท โจนส์ แลง ลาซาลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พบว่าในปี 2559 เขตพื้นที่ชะอำและหัวหินมีจำนวนห้องพักที่เพิ่มขึ้นจากสถานพักแรมที่เปิดให้บริการใหม่ จำนวน 477 ห้อง และคาดว่าจะมีจำนวนห้องพักเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1,361 ห้อง จากสถานพักแรมที่กำลังจะสร้างเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2560 อีกด้วยจึงสามารถคาดการณ์ได้ว่าผู้ประกอบการในพื้นที่ชะอำและหัวหินมีความเชื่อมั่นต่อการเติบโตในอนาคต

จากรูปแบบ และกลุ่มเป้าหมายของนักท่องเที่ยว ถือเป็นโจทย์สำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้สามารถตอบโจทย์การเดินทางท่องเที่ยวดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม โรงแรม และคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ดีเวล็อปเปอร์ต่างๆ จะสามารถพัฒนาโครงการออกมาได้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เพราะการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัดสักโครงการ ไม่เพียงแต่ความน่าเชื่อถือของดีเวล็อปเปอร์และงานดีไซน์แล้ว เรื่องของทำเลก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของผู้ซื้อ ดังนั้นการมีทำเลที่ดีจึงเป็นข้อได้เปรียบของดีเวล็อปเปอร์ ที่จะใช้สร้างความแตกต่างในการพัฒนาโครงการ

ทั้งนี้การมีทำเลที่ดีนอกจากผู้ซื้อจะได้เป็นเจ้าของที่ดินอันสวยงามแล้ว เรายังสามารถเพิ่มมูลค่าด้วยการลงทุนปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์นี้ได้อีกด้วย โดยจะเห็นได้จาก โครงการ "Baba Beach Club Hotel & Residences Hua Hin" โครงการภายใต้การพัฒนาโดยบริษัทร่วมอิสสระ จำกัด ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)บริษัท ไอ.ซี.ซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนพื้นที่ของอาณาจักร THEW TALAY ESTATE บนพื้นที่ชะอำ-หัวหิน เนื้อที่ประมาณ 110 ไร่ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่พัฒนาออกมาสำหรับผู้ที่มองหาสถานที่พักผ่อนที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ พร้อมชายหาดส่วนตัว อีกทั้งยังสามารถครอบครองที่ดินเป็นของตัวคุณเองได้ด้วย

"Baba Beach Club Hotel & Residences Hua Hin" นับว่าเป็นโครงการ Mix Used `ที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะนอกจากโครงการจะพัฒนาคอนโดมิเนียม โรงแรมแล้ว ยังมีอีกหนึ่งโครงการที่น่าจับตามองซึ่งก็คือ "Baba Beach Club Residences Hua Hin" The Ultimate Luxury Pool Villa สุดหรู

ซึ่งมีจำนวนเพียง 11 ยูนิต แบ่งเป็น Luxury Pool Villa 3 ห้องนอน จำนวน 10 ยูนิต บนพื้นที่ 111 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 279 ตร.ม. และ Luxury Pool Villa 5 ห้องนอน จำนวน 1 ยูนิต บนพื้นที่ 197 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 525 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นที่ 43.4 ล้านบาท เพียบพร้อมด้วยการตกแต่งที่มีคุณภาพระดับมาตรฐานโรงแรม Sri Panwa พร้อมด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน

โดยความโดดเด่นของโครงการนี้ไม่เพียงแต่เรื่องของทำเลที่ตั้งที่ให้ผู้อยู่อาศัยได้ใกล้ชิดธรรมชาติแล้ว การดีไซน์รูปแบบสถาปัตยกรรมยังให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของพื้นที่ ภายใต้แนวคิด "Neo Colonial Style" ออกแบบโดย บริษัท ฮาบิต้า จำกัด ผู้ออกแบบโรงแรม Sri Panwa Phuket ที่จะให้การอยู่อาศัยเป็นมากกว่าบ้านพักตากอากาศ ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สระว่ายน้ำริมหาด Cool สปา ห้องฟิตเนส ห้องสตีม ห้องอาหารริมหาด พื้นที่สันทนาการ Concept "Indoor และ Outdoor" ทีจอดรถส่วนตัว และความปลอดภัยกับระบบการรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง

งานตกแต่งภายในเน้นเรียบหรูทันสมัยมีกลิ่นอายตามแบบฉบับของหัวหิน จุดเด่นของทั้งสองสไตล์ คือการนำเอา บ้านยุคใหม่ที่ให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง ทันสมัยออกแบบโถงกลางให้มีเพดานสูงแบบ double volume เกือบ 6 เมตรและช่องรับแสงขนาดใหญ่รอบตัวบ้านทำให้รู้สึกโปร่งโล่งและได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติที่โอบล้อม

มารวมกับการตกแต่งสไตล์ "Neo Colonial" ที่มีกลิ่นอายของหัวหินแต่แฝงไว้ด้วยความหรูหราของวัสดุตกแต่ง และวัสดุประเภทไม้และหินธรรมชาติที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นน่าพักผ่อนมารวมเข้าด้วยกัน

พื้นที่ส่วนห้องนั่งเล่นเป็นเพดานสูงแบบ double volume เมื่อเข้ามายังพื้นที่นี้จะสร้างความรู้สึกที่โปร่งโล่ง ผ่อนคลาย ภายในพื้นที่ห้องนั่งเล่นรู้สึกได้ถึงธรรมชาติที่โอบล้อมรอบตัวบ้าน ทุกวิลล่าออกแบบให้ห้องนอนชั้นล่างเลือกใช้ผนังกระจกบานใหญ่มองออกไปเห็นสระว่ายน้ำ และมีประตูสามารถเปิดแล้วลงสระว่ายน้ำได้ทันที

ขณะเดียวกันความพิเศษของโครงการนี้ไม่ใช่เพียงการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อนเท่านั้น เรายังได้นำทีมงานบริหารจากโรงแรม Sri Panwa Phuket เข้ามาช่วยบริหารจัดการเรื่อง Rental Program ด้วยการสร้างมูลค่าให้กับ Luxury Pool Villa แห่งนี้โดยการปล่อยเช่าเพื่อเป็นการลงทุน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าด้วยการบริการและการดูแลระดับเวิลด์คลาส

อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้คือความลงตัวสำหรับทางเลือกในการพิจารณาซื้ออสังหาริมทรัพย์สักหลังในเมืองชะอำ-หัวหิน นอกจากการได้เป็นเจ้าของที่ดิน สิ่งปลูกสร้างที่สวยงามแล้ว ยังได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนปล่อยเช่าที่ให้ผลตอบแทนระยะยาวอีกด้วย

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม

www.charnissara.com/bababeachclub_huahin/residences

http://www.bababeachclub.com/huahin/residence/


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์