ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2564

สหรัฐยุติภาวะ Shutdown หลังสภาคองเกรสมีมติผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว

3.28K 38
สหรัฐยุติภาวะ Shutdown หลังสภาคองเกรสมีมติผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว

สหรัฐยุติภาวะ Government Shutdown สภาคองเกรสมีมติ 266 ต่อ 150 ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวที่จะมีผลใช้ไปจนถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ หลังจากที่วุฒิสภาโหวตรับร่างฯด้วยมติ 81 ต่อ 18 เสียงช่วงค่ำคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ยอมประนีประนอมระหว่างวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน แลกกับการพิจารณาร่างกฎหมายช่วยเหลือผู้ลี้ภัยกว่า 700,000 คน

ขณะที่ IMF เพิ่มคาดการณ์การขยายตัวเศรษฐกิจโลกปี 2018 สู่ 3.9% จากปัจจัยการปฏิรูปภาษีของสหรัฐที่อาจกระตุ้นการลงทุนให้เพิ่มขึ้น ชี้เป็นอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุดในรอบ 7 ปีนับตั้งแต่ปี 2011 แต่หลังพ้นเวลาการปรับลดภาษี เศรษฐกิจสหรัฐอาจจะชะลอตัวลงในปี 2022

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังจับตาทรัมป์นำทีมงานบริหารและซีอีโออเมริกันกว่า 780 คน พร้อมกล่าวสุนทรพจน์ในเวที WEF วันที่ 26 มกราคมเกี่ยวกับ America First ซึ่งการประชุมจะเริ่มขึ้นที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ในวันพรุ่งนี้

1. สภาคองเกรสสหรัฐมีมติ 266 ต่อ 150 ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวที่จะมีผลใช้ไปจนถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ ยุติวิกฤติภาวะ Government Shutdown หลังจากที่วุฒิสภาโหวตรับร่างฯด้วยมติ 81 ต่อ 18 เสียงช่วงค่ำคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ยอมประนีประนอมระหว่างวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน แลกกับการพิจารณาร่างกฎหมายช่วยเหลือผู้ลี้ภัยกว่า 700,000 คน

จับตาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ในเวที World Economic Forum (WEF) ในวันที่ 26 มกราคม เกี่ยวกับเรื่อง America First พร้อมนำทีมงานบริหารทำเนียบขาวและผู้นำซีอีโออเมริกัน 780 คน เข้าร่วมการประชุมที่ดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 2,200 คน ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้

2. กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2018 และปี 2019 สู่ระดับ 3.9% เป็นการปรับเพิ่มขึ้น 0.2% จากที่คาดการณ์ไว้ในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว สาเหตุมาจากการปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวมีสาเหตุจากแรงผลักดันการขยายตัวในระดับโลกที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งผลจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันให้ทำการปฏิรูประบบภาษี

IMF ยังปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของสหรัฐในปีนี้ สู่ระดับ 2.7% โดยเพิ่มขึ้น 0.4% จากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ในเดือนตลาคม และคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 2.5% ในปีหน้า โดยเพิ่มขึ้น 0.6% จากตัวเลขคาดการณ์เดิม เนื่องจากได้รับผลบวกจากการปฏิรูปภาษี ที่มีการลดภาษีแงินได้นิติบุคคลสู่ระดับ 21% จาก 35%

นอกจากนี้ มีการประเมินการขยายตัวของยูโรโซนในปีนี้ อยู่ที่ระดับ 2.2% และจะขยายตัว 2.0% ในปีหน้า โดยเพิ่มขึ้น 0.3% จากคาดการณ์เดิมเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน รวมทั้งปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของญี่ปุ่นในปีนี้ ที่ระดับ 1.2% เพิ่มขึ้น 0.5% และคาดว่าจะขยายตัว 0.9% ในปีหน้า เพิ่มขึ้น 0.1% จากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้

IMF ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ขยายตัวเศรษฐกิจจีนในปีนี้ อยู่ที่ระดับ 6.6% และคาดว่าจะขยายตัว 6.4% ในปีหน้า เพิ่มขึ้น 0.1% จากตัวเลขคาดการณ์ไว้เดิม ส่วนการขยายตัวโดยรวมของเศรษฐกิจในกลุ่ม 5 ประเทศอาเซียนคือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม จะอยู่ที่ระดับ 5.3% ในปีนี้ เพิ่มขึ้น 0.1% จากคาดการณ์ก่อนหน้านี้ และทรงตัวในปีหน้าที่จะขยายตัว 5.3%

3. อย่างไรก็ดี IMF แนะทั่วโลกเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจให้เอื้อต่อการขยายตัว และเสริมสร้างทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศให้แข็งแกร่งรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินของตนเอง

ทั้งนี้ IMF ชี้ว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกปัจจุบันเป็นอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุดในรอบ 7 ปีนับตั้งแต่ปี 2011 แต่หลังพ้นเวลาการปรับลดภาษี เศรษฐกิจสหรัฐอาจจะชะลอตัวลงในปี 2022

พร้อมกับเตือนถึงนโยบายการเงินเข้มงวดที่เกิดขึ้นเร็วกว่าคาดการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก รวมทั้งความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งในเรื่องของภัยคุกคามจากการทดลองขีปนาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

4. ทั้งนี้ ดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนวันจันทร์ พร้อมๆ กับการทำนิวไฮของดัชนี S&P500 และ Nasdaq หลังยุิวิกฤติ Government Shutdown นำโดยดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 26,214 เพิ่มขึ้น 142.88 จุด หรือ 0.55% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,832 เพิ่มขึ้น 0.81% และดัชนี Nasdaq ปิดทะลุยืนเหนือ 7,408 พุ่งขึ้น 0.98%

โดยตลาดยังคงจับตาที่การยอมประนีประนอมระหว่างวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน แลกกับการพิจารณาร่างกฎหมายช่วยเหลือผู้ลี้ภัยกว่า 700,000 คน ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

ขณะเดียวกันก็จับตาที่ประธานาธิบดีทรัมป์เห็นชอบให้ผู้เแทนการค้าสหรัฐ หรือ USTR ตั้งกำแพงภาษีกับการนำเข้าโซลาเซลล์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากจีน ในอัตราสูงถึง 30% ในแแรก ต่อมากำหนดอัตราภาษีที่ 25% ในปีที่สอง ที่ 20% ในปีที่สาม และ 15% ในปีที่สี่

โดยการตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐครั้งนี้ เกิดขึ้นก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะกล่าวสุนทรพจน์ในเวที WEF เกี่ยวกับเรื่อง America First WEF ในวันที่ 26 มกราคมนี้

5. ขณะที่การเคลื่อนไหวของเงินหยวนแข็งค่าแตะ 6.4009 หยวนต่อดอลลาร์ในเช้าวันอังคาร หลังจากที่ China Foreign Exchange Trading System (CFETS) ซึ่งเป็นหน่วยงานของธนาคารกลางจีนรายงานว่า เงินหยวนแข็งค่าขึ้น 1.03% ในวันนี้

ทั้งนี้ การซื้อขายในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของจีนนั้น ธนาคารกลางจีนได้อนุญาตเงินหยวนให้ปรับตัวขึ้นหรือลงไม่เกิน 2% จากค่ากลางของการซื้อขายแต่ละวัน


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์