ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2564

ดาวโจนส์พุ่งขึ้นทะลุ 25,000 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

2.81K 72
ดาวโจนส์พุ่งขึ้นทะลุ 25,000 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ดาวโจนส์สหรัฐปิดพุ่งขึ้นทะลุ 25,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ นำดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ตลาดปิดทำนิวไฮติดต่อกันเป็นวันที่ 3 จากนักลงทุนที่มองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ แม้จะสวนทางกับห้างดัง Macy ที่ประกาศปลดพนักงานมากถึง 5,000 คนในปีนี้เพราะมียอดขายที่ตกต่ำลงอย่างหนัก

ทั้งนี้ ทรัมป์ขานรับการทะยานขึ้นของดาวโจนส์ชี้แนวโน้มที่ดี โดยจะพุ่งถึงระดับดัชนี 30,000 หลังจากที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องถึง 40% นับตั้งแต่การเลือกตั้งประธ่นาธืบดีสหรัฐเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2016

ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยพุ่งขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ในทิศทางเดียวกันเฉียด 1,800 ด้วยความผันผวน ก่อนที่จะดิ่งลงต่ำที่ 1,787 และทรงตัวในการซื้อขายภาคเช้าที่ 1,791 ากมูลค่าซื้อขายมากกว่า 42,000 ล้านบาท

1. ดาวโจนส์สหรัฐปิดพุ่งขึ้นทะลุ 25,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อวันพฤหัสฯ นำดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ตลาดปิดทำนิวไฮติดต่อกันเป็นวันที่ 3 จากนักลงทุนที่มองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ

โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 25,075 เพิ่มขึ้น 152.45 จุด หรือ 0.61% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,723 เพิ่มขึ้น 0.40% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,077 เพิ่มขึ้น 0.18% นำโดยหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ดีดตัวขึ้น ทั้งหุ้นเจพีมอร์แกน เชส พุ่งขึ้น 1.4% เช่นเดียวกับโกลด์แมน แซคส์ พุ่งขึ้น 1.4% รวมถึงเวลส์ ฟาร์โก ที่ปรับตัวขึ้น 1.3% และแบงก์ ออฟ อเมริกา ที่ดีดตัวขึ้น 1.3%

นอกจากนี้ยังมีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นในอัตราร้อนแรงที่ชะลอตัวลงกัน โดยหุ้น Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google ดีดตัวขึ้น 0.4% Amazon ปรับตัวขึ้น 0.5% และหุ้นไมโครซอฟต์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.9%

2. ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยพุ่งขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ในทิศทางเดียวกันเฉียด 1,800 ด้วยความผันผวน ก่อนที่จะดิ่งลงต่ำที่ 1,787 และทรงตัวในการซื้อขายภาคเช้าที่ 1,791 จากมูลค่าซื้อขายมากกว่า 42,000 ล้านบาท

หลังจากที่ดัชนีไทยพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงจนทำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,791 เมื่อวันพฤห้สฯ ท่ามกลางมูลค่าซื้อขายมากกว่า 90,000 ล้านบาท จากที่เคบขึ้นไปสูงสุดที่ระดับดัชนี 1,786 เมื่อวันที่ 5 มกราคม 1994 หลังจากนั้นตลาดหุ้นไทยต้องพบกับภาวะฟองสบู่แตก จนดัชนีหุ้นดิ่งลงไปที่ต่ำกว่า 300 มาแล้ว

3. ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขานรับการทะยานขึ้นของดาวโจนส์รอบนี้ ชี้เป็นแนวโน้มที่ดี โดยดาวโจนส์มัโอกาสจะพุ่งถึงระดับดัชนี 30,000 หลังจากที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องถึง 40% นับตั้งแต่การเลือกตั้งประธ่นาธืบดีสหรัฐเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2016

ขณะที่ดาวโจนส์มการเคลื่อนไหวอย่างร้อนแรงอยู่ในภาวะที่เรียกว่า Overbought มาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา จนดันดัชนีดาวโจนส์พุ่ง 1,000 จุดนับจากเดือนพฤศติกายน 2017 จากระดับ 24,000 เป็น 25,000 ในวันพฤหัสฯ ที่ 4 มกราคม

4. อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นวอลล์ สตรีท ค่อนข้างจะสวนทางกับห้างดัง Macy ที่ประกาศปลดพนักงานมากถึง 5,000 คนในปีนี้เพราะมียอดขายที่ตกต่ำลงอย่างหนัก

โดยห้าง Macy พร้อมจะปิดสาขาพิ่มอีก 7 แห่งในสหรัฐช่วงปลายปีนี้ สำหรับสาขาใน Miami, California และ Cincinnati โดยก่อนหน้านี้ประกาศปิด 4 แห่งที่ Laguna Hills Mall, Laguna Hills ใน California. Westside Pavilion ใน Los Angeles, Stonestown Galleria ใน San Francisco และ Magic Valley Mall, Twin Falls ใน Idaho

5. ทางด้านตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าวันนี้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จานรับการพุ้งขึ้นของตลาดหุ้นวอลล์ สตรีท และข้อมูลเศรษฐกิจเชิงบวกทั้งในสหรัฐ ยุโรป และเอเชีย

นำโดย ดัชนีหั่งเส็งฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 30,791 เพิ่มขึ้น 0.18% ดัชนี NIKKEI 225 ของญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ 23,547 เพิ่มขึ้น 0.18% ดัชนีหุ้นมาเลเซียปิดภาคเช้าที่ 1,814 เพิ่มขึ้น 0.59% รวมทั้งดัชนีหุ้นไทยปิดภาคเช้าที่ 1,791.68 เพิ่มขึ้น 0.04%


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์