ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2563

สนช.นัดลงมติ กม.ป.ป.ช. 25 ธ.ค.

875 60
สนช.นัดลงมติ กม.ป.ป.ช. 25 ธ.ค.

สนช.ปล่อยผี ให้กรรมการ ป.ป.ช.อยู่ยาว ไม่ค้าน "กิ๊ก" ยื่นบัญชีทรัพย์สิน นัดลงมติเห็นชอบ 25 ธันวาคมนี้

(22 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในช่วงบ่ายและเย็นเป็นการอภิปรายในมาตรา 100 ว่าด้วยแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและคู่สมรส ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญกำหนดให้คู่สมรสในที่นี้หมายความรวมถึงคู่สมรสที่อยู่กินฉันสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสด้วย โดยสมาชิกสนช.ไม่ได้อภิปรายท้วงติงแต่อย่างใด ขณะที่ ประเด็นที่มีอภิปรายถกเถียงกันอย่างเข้มข้น คือ มาตรา 178 ว่าด้วยการให้กรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันยังสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้จนกว่าจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง และยกเว้นไม่ให้นำคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการ ป.ป.ช.บางประการตามที่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ มาบังคับใช้

นายเจษฎ์ โทณะวณิก ที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ไม่เห็นด้วยกับการให้กรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันที่มีคุณสมบัติไม่ครบและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญอยู่ในตำแหน่งต่อไป กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มีเจตนารมณ์ที่ต้องการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ ดังจะเห็นได้จากการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการในองค์กรอิสระ ดังนั้น กรรมการองค์กรอิสระที่จะสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ ก็ควรจะต้องมีคุณสมบัติต้องตรงตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย

"ในสภาแห่งนี้เคยอภิปรายเรื่องหลักนิติธรรมเรื่องการให้กกต.พ้นจากตำแหน่ง และให้ผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลรัฐธรรมนูญอยู่ดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบ อีกองค์กรหนึ่งพ้นไปแต่อีกองค์กรหนึ่งอยู่จนครบ แต่สำหรับกรณีของป.ป.ช.นั้นผมอยากให้รักษาหลักการในเรื่องการให้กรรมการป.ป.ช.ต้องมีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้ใครมากล่าวอ้างได้ว่าการพิจารณาร่างกฎหมายนี้ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ" นายเจษฎ์ กล่าว

นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการกรธ.ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญฯเสียงข้างน้อย กล่าวว่า จุดยืนของกรธ.ยังคงเป็นเหมือนเดิม คือ กรรมการองค์กรอิสระต้องมีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเท่านั้น ที่ผ่านมากรธ.ไม่เคยหยิบชื่อกรรมการองค์กรอิสระเพื่อมาดูว่าใครควรอยู่ใครควรไป ไม่เคยเขียนกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้ใครเพราะใครจะอยู่หรือไปต้องเป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น

นายภัทระ กล่าวอีกว่า ประเด็นสำคัญของมาตรา 178 คือ การไปกำหนดให้บุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระมาก่อน และดำรงตำแหน่งในอดีตไม่ถึงระดับอธิบดียังสามารถเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ต่อไปได้ จะทำให้เกิดปัญหาตามมา เพราะทั้งสองเรื่องเป็นบทบัญญัติที่รัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 กำหนดเป็นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเอาไว้ ดังนั้้น ถ้าสนช.ลงมติเห็นชอบไปตามที่กมธ.เสียงข้างมากแก้ไข จะเท่ากับเป็นการให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมายกเว้นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ โดยเมื่อไม่นานมานี้มีการเอกสารของสภาเปิดเผยออกมาว่าจะการยกเว้นไม่นำคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามดังกล่าวมาใช้บังคับจะมีผลต่อกรรมการ ป.ป.ช.คนใด ปรากฏว่ามีการระบุชื่อ 2 คน คือ พล.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ และกรรมการ ป.ป.ช. อีกคนหนึ่ง ซึ่งไม่ขอเอ่ยชื่อใน ณ ที่นี้ เนื่องจากไม่ขออนุญาตกรรมการ ป.ป.ช.ท่านนั้นเอาไว้

" หากลงมติไปตามนี้จะทำให้ป.ป.ช.ทั้งสองท่านไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ เพราะจะถูกร้องเรียนตลอดว่ามีคุณสมบัติไม่ตรงและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญตลอดเวลา และจะเป็นปัญหาวิกฤติในอนาคต"

นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง กรรมาธิการเสียงข้างมาก ชี้แจงว่า ในบทเฉพาะกาลที่ต้องยกเว้นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามนั้น เนื่องจากในบทเฉพาะกาลให้กรรมการป.ป.ช.ดำรงตำแหน่งต่อไปได้ โดยระบุว่าผู้ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญซึ่งก็คือกรรมการป.ป.ช. จึงเป็นเหตุให้กรรมาธิการต้องยกเว้นลักษณะต้องห้าม อีกทั้งลักษณะต้องห้ามในกฎหมายเก่ากับใหม่นั้นก็ไม่ตรงกัน และรัฐธรรมนูญใหม่ก็ไม่ได้เขียนไว้อย่างชัดเจน จึงจำเป็นต้องยกเว้น นอกจากนี้ เรายังมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่่ผ่านมารองรับอยู่แล้ว

ด้าน พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ประธานคณะกมธ.วิสามัญฯ กล่าวชี้แจงว่า การพิจารณามาตรา 178 เราไม่ได้พิจารณาว่าบทเฉพาะกาลนี้จะเป็นไปเพื่อรองรับใคร แต่เป็นไปเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหา ซึ่งข้อห่วงใยต่างๆที่ว่าต่อไปเรื่องนี้จะมีปัญหาโดยจะมีผู้ไปยื่นเรื่อง ถ้าเป็นเช่นนั้นเราก็ไปว่าอะไรไม่ได้ เพราะวันนี้เราดูตามรัฐธรรมนูญ และสิ่งสำคัญในเรื่องนี้เป็นเรื่องของการที่ผู้ดำรงตำแหน่งอยู่เดิมและมีศักยภาพ ยืนยันว่าคณะกมธ.ได้พิจารณาด้วยความรอบคอบแล้ว และคิดว่าผู้ที่อยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไปน่าจะสามารถช่วยประเทศชาติได้ในช่วงกำลังเปลี่ยนผ่าน โดยเราได้ดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว แต่ในอนาคตใครจะว่าอย่างไรก็สามารถชี้แจง และยืนยันอีกครั้งคณะกมธ.เสียงข้างมากได้ทำไปเพื่อประเทศชาติและเพื่อส่วนรวมเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในช่วงการเปลี่ยนผ่านและแก้ไขปัญหาการทุจริตให้เรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมสนช.ไม่ได้มีการแก้ไขเนื้อหาในมาตรา 178 โดยยังคงให้เป็นไปตามเนื้อหาที่คณะกมธ.วิสามัญฯเสียงข้างมากแก้ไข โดยมีเนื้อหาว่า ให้ประธานกรรมการป.ป.ช.และกรรมการป.ป.ช.ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนที่พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระตามที่กำหนดในพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 หรือพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 19 เว้นแต่กรณีตามมาตรา 19 (3) ในส่วนที่เกี่ยวกับการขาดคุณสมบัติตามมาตรา 9 และลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 11 (1) และ 18 มิให้นำมาใช้บังคับ

ภายหลังจากสมาชิก สนช.อภิปรายเสร็จสิ้นครบทั้ง 193 มาตรา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ในฐานะประธานในที่ประชุม ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าการลงมติเป็นรายมาตราในวาระ 2 และการให้ความเห็นชอบในวาระ 3 จะมีขึ้นในวันที่ 25 ธ.ค. เวลา 10.00น. และสั่งปิดการประชุมเวลา 18.00 น.


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์