ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ฉลุย!! ได้แล้ว "ว่าที่ 5 เสือ กกต."

2.94K 122
ฉลุย!! ได้แล้ว ว่าที่ 5 เสือ กกต.

ลงตัวว่าที่ กกต.ใหม่ " ฐากร -ประชา" มาตามคาด รออีก 2 กกต.ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาด้าน "พีระศักดิ์" อดีต อธ.กรมที่ดิน โอดขาดคุณสมบัติ คาดเหตุถือหุ้น บ.พลังงานหลาน

          5 ธ.ค. 60  เมื่อเวลา 14.30 น. ที่รัฐสภา ภายหลังประชุมคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะกรรมการสรรหาฯ กล่าวว่า ภายหลังการรับฟังวิสัยทัศน์และซักถามของผู้ผ่านเกณฑ์ทั้ง 15 คน คณะกรรมการสรรหาฯ ได้ประชุมและลงคะแนนโดยเปิดเผย เลือกผู้ที่เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งต าม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 กำหนดว่าผู้ที่ได้รับการคัดเลือกต้องได้คะแนน 2 ใน 3 ของจำนวนคณะกรรมการสรรหา  ซึ่งกรรมการสรรหาฯ ลงคะแนนในรอบแรก ก็ได้ผู้ที่เหมาะสมจำนวน  4 คน จากนั้นได้มีการลงคะแนนในรอบที่ 2 ซึ่งคัดเลือกจากผู้ที่ได้รับคะแนนในรอบแรกแต่มีคะแนนไม่ถึง 2 ใน 3 โดยมีจำนวน 5 คน ซึ่งผลการลงคะแนนรอบที่ 2 ปรากฏว่า "นายประชา เตรัตน์" ได้รับเลือกเป็นคนสุดท้าย          นายพรเพชร กล่าวอีกว่า ในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ เวลา  09.00 น.คณะกรรมการสรรหาฯ จะประชุมกันเพื่อรับรองมติการประชุมครั้งนี้ ก่อนเสนอให้ สนช.พิจารณาต่อไป ส่วนจะบรรจุเข้าวาระการพิจารณาของ สนช.วันไหนนั้นยังไม่ทราบ ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียนเรื่องการไม่ผ่านการคัดเลือกจากปัญหาคุณสมบัตินั้น ที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาฯ พิจารณาแล้วซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาไปตามกฎหมายที่วางไว้จะไปเปลี่ยนหลักเกณฑ์ได้อย่างไร โดยกรรมการสรรหาฯ ยืนยันในมติเดิม ซึ่งกรณีที่ผู้สมัครถือเป็นผู้ถือหุ้นในสื่อนั้นกรรมการสรรหาฯ มีบรรทัดฐานในครั้งก่อนๆอยู่แล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงก็จะไม่เป็นธรรมกับผู้ที่ถูกตัดสิทธิจากเข้ารับการสรรหาในองค์กรอิสระอื่นๆ นอกจากนั้นก็เป็นกรณีของการดำรงตำแหน่งที่ไม่ครบตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งนี้ ในส่วนของการเลือก ผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็น กกต. อีก 2 คนจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกานั้น ก็ทราบจากข่าวว่าขณะนี้ได้มาแล้ว 1 คน โดยวันพรุ่งนี้ (6 ธ.ค.) ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จะมีการประชุมเพื่อลงมติเลือกอีก 1 คนที่เหลือ          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อ ผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง กกต. ประกอบด้วย "นายเรืองวิทย์ เกษสุวรรณ" อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ , "นายฐากร ตัณฑสิทธิ์" เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ,  "นายอิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์" อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ , "นางชมพรรณ์ พงษ์เจริญ สุธีรชาติ" ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท วรวิสิฏฐ์ จำกัด และหัวหน้าสำนักงานกฎหมายสุธีรชาติ  และ "นายประชา เตรัตน์" อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส , ชลบุรี และสุราษฎร์ธานี             ด้าน "นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า" อดีตอธิบดีกรมที่ดิน และอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัด ซึ่งเป็น 1 ในผู้สมัคร กกต.แต่ขาดคุณสมบัติ  ก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุไม่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการสรรหาว่า กรรมการสรรหาฯไมได้บอกตนมีสมบัติหรือขัดอะไร แต่ตนรู้และคิดเองว่าน่าจะมาสาเหตุที่ตนมีส่วนในการถือหุ้นบริษัทแห่งหนึ่ง (บริษัทของหลาน) ที่ดำเนินกิจการด้านพลังงานชีวมวลแต่ไม่ได้ทำการจดธุรกิจการค้าและไม่ได้นำเข้าตลาดหลักทรัพย์ซึ่งลักษณะต้องห้าม ใน ก.ม.กกต. มาตรา 10 (4) ระบุว่า ต้องไม่เป็นเจ้าของกิจการด้านสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อมวลชน แต่ตนเป็นเพียงผู้ถือหุ้น ก็ไม่ทราบว่าขัดตามมาตราดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตามตนได้ยื่นอุทธรณ์เรื่องดังกล่าวไปยังคณะกรรมการสรราหาฯ แล้ว แต่ผลจะเป็นอย่างไรคงต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสรรหาฯ จะพิจารณา         ขณะที่ "นายธวัชชัย ไทยเขียว" รองปลัดกระทรวงยุติธรรม อีกหนึ่งผู้สมัคร กกต.ที่ขาดคุณสมบัติ ก็กล่าวว่า คณะกรรมการสรรหาฯ ไม่ได้แจ้งถึงสาเหตุที่ไม่ได้คัดเลือก แต่คาดว่าคงเป็นเพราะคุณสมบัติไม่ครบ ซึ่งตนดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรมไม่ครบ 5 ปี และตำแหน่งไม่ถึงอธิบดีตามที่กำหนดในการสรรหา โดยตนก็ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์อีก ซึ่งทุกอย่างเป็นตามกฎหมายกำหนด

            อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :  เคาะแล้ว !! 5 กกต. 


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend