ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"ประจิน" ลั่น! เร่งสางคดีดัง

1.71K 133
ประจิน ลั่น!  เร่งสางคดีดัง

"ประจิน" ชู 17 เป้าหมาย มุ่งยกระดับกระบวนการยุติธรรมลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ลั่นเร่งสางคดีดัง"ธรรมกาย-สหกรณ์คลองจั่น-ธ.กรุงไทย"ชี้ปฏิรูปดีเอสไอจำเป็น

4 ธ.ค.256 เมื่อเวลา 17.00 น.ที่ห้องรับรองกระทรวงยุติธรรม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ยุติธรรม แถลงข่าวภายหลังประชุมนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงยุติธรรม หลังได้รับการโปรดเกล้าว่า วันนี้ได้หารือถึงแนวทางทำงานกับผู้บริหารกระทรวง โดยเรื่องที่ดำเนินการมาแล้วจะทำต่อเนื่องให้ครอบคลุมทั้ง 17 เป้าหมาย ทั้งเรื่องการพัฒนากระบวนการยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเท่าเทียมในสังคม โดยอาศัยกลไกที่มีอยู่ลงไปช่วยเหลือประชาชน

พล.อ.อประจิน กล่างอีกว่า ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะชี้แจงรายละเอียดสายด่วนคอลเซ็นเตอร์ เพื่อสามารถรับเรื่องร้องเรียนได้ตลอด 24 ชั่วโมง การนำแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปสู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างการรับรู้เรื่องสิทธิให้ประชาชนได้รับทราบ และการสร้างคนดีให้สามารถอยู่ได้ในสังคมในทุกช่วงอายุ โดยพัฒนากลไกการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง และผู้ถูกคุมความประพฤติ รวมถึงการพัฒนาทักษะวิชาชีพให้เท่าทันต่อความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน เพื่อให้บุคคลกลุ่มนี้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้หลังพ้นโทษ

รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ จะสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมตามแนวคิดประชารัฐ และสนับสนุนผู้ที่เคยก้าวพลาดได้มีอาชีพและสามารถกลับคืนสู่สังคมเป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างการยอมรับและความเชื่อมั่นให้สังคม

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวอีกว่า ส่วนยุทธศาสตร์ 6 ด้านจะใช้ยุทธศาสตร์เดิมมาขยายผลในรายละเอียดให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อสอดรับกับนโยบายรัฐบาลและตอบสนองประชาชนได้อย่างเร่งด่วน เช่น การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติด ส่งเสริมความร่วมมือกับต่างประเทศทั้งในระดับทวิภาคี และพหุภาคีที่สำคัญ โดยเฉพาะการปฏิบัติการสามเหลี่ยมทองคำ ภายใต้แผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย และประสานงานกับประเทศที่เป็นจุดกำเนิดของสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์

รวมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับกลุ่มเสี่ยงที่อาจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และการสร้างความปลอดภัยและความสงบสุขในสังคม เพื่อแก้ไขการกระทำความผิดซ้ำ โดยพัฒนากระบวนการดูแลแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำ วิเคราะห์ จำแนกกลุ่มผู้กระทำผิด นำเครื่องมือการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลและการประเมินระดับการควบคุม

และจัดทำแผนการแก้ไขฟื้นฟูที่เหมาะสมกับตัวบุคคล การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่ล้าสมัยให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมด้านความมั่นคง จะบูรณาการหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานสนับสนุนการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ ผู้มีอิทธิพล การกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความผิดเกี่ยวกับภาษีอากรและการเงินการธนาคาร การสร้างความรู้ความเข้าใจ ลดความขัดแข้ง และการปลูกฝังสันติวัฒนธรรม เพื่อสนับสนุนคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ภายใต้คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.)

รมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า สำหรับงานเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ ประกอบด้วย การติดตามคดีสำคัญที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงยุติธรรมและคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและสังคม เช่น กรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น คดีการทุจริตเงินกู้ธนาคารกรุงไทย รวมถึงการจัดการปัญหาการค้ามนุษย์ โดยการเร่งรัดติดตามให้ได้ข้อเท็จจริง รวมถึงการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาพิจารณาใหม่ และการตรวจพิสูจน์การเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหารให้มีความคืบหน้า และขับเคลื่อนคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมระดับจังหวัด (กพยจ.) โดยให้ยุติธรรมจังหวัดเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการดำเนินงานจากส่วนกลางไปสู่ภูมิภาค

ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมจะยึดหลักนิติธรรม คุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม ควบคู่กับการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อให้กระทรวงเป็นองค์กรที่ได้รับความเชื่อมั่น และยอมรับจากประชาชนตลอดไป

"ทุกหน่วยงานในกระทรวงเป็นสหวิทยาซึ่งต้องดูแลตั้งแต่ต้นทาง เพื่อบูรณาการให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรจะไม่แตะโครงสร้างองค์กร แต่จะเน้นพัฒนาบุคลากรและการใช้เทคโนโลยี สำหรับงานที่ต้องทำเร่งด่วน โดยเฉพาะคดีที่ค้างการพิจารณาทั้งคดีสหกรณ์คลองจั่น, ธรรมกาย และกรุงไทยจะติดตามต่อเนื่อง และเร่งคลี่คลายให้เร็วโดยจะมีการติดตามสัปดาห์ละ 2 วันทุกวันอังคารและศุกร์ ที่เคยสัญญาไว้ 1 เดือนเสร็จก็ต้องทำให้ได้ แต่บางครั้งข่าวที่ออกไปไม่ใช่ข้อเท็จจริง ทำให้สังคมเกิดสับสน"พล.อ.อประจิน ระบุ

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวอีกว่า ขณะที่การปฏิรูปกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลอีกพอสมควร แต่ยืนยันว่าจำเป็นต้องมีหน่วยงานดีเอสไอในกระทรวงยุติธรรม ส่วนการปฏิรูปเพื่อไม่ให้การทำงานคาบเกี่ยวกับหน่วยงานอื่น และสามารถดำเนินงานที่เหมาะสมกับขีดความสามารถของบุคลากร ต้องขอเวลาพิจารณาอีกระยะหนึ่ง คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะชี้แจงความคืบหน้าการกำหนดแนวทางการปฏิรูปดีเอสไอได้


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend