ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ป.ป.ช. "จ่อชง" ยึดทรัพย์ "หมอโด่ง" 896 ล้าน ให้ตกเป็นของแผ่นดิน

10.42K 406
ป.ป.ช. จ่อชง ยึดทรัพย์ หมอโด่ง 896 ล้าน ให้ตกเป็นของแผ่นดิน

"ป.ป.ช." ฟัน "อดีตเลขาฯ บุญทรง" ร่ำรวยผิดปกติ 896 ล้าน จากการทุจริต "ระบายข้าวจีทูจี" จ่อ ชง "อสส." ฟ้อง" ศาลฯ" ยึดทั้งหมดให้ตกเป็นของแผ่นดิน แย้ม 8 คนที่เหลือสอบใกล้เสร็จแล้ว

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.60 เวลา 13.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. รักษาการแทนเลขาธิการธิคณะกรรมการป.ป.ช. แถลงมติที่ประชุมสืบเนื่องจากกรณีที่ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับพวก ทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบจีทูจี โดยมี พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ ผู้ถูกกล่าวหาที่3 มีมูลความผิดทางอาญา ได้กระทำความผิดร่วมกับนายบุญทรง ด้วยการแบ่งหน้าที่กันทำงานช่และเอื้อประโยชน์ให้เอกชนซึ่งไม่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนให้เข้ามาทำสัญญาซื้อขาย แต่มีสิทธิ์เข้ามาทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ โดยไม่ต้องแข่งขันราคากับผู้เสนอราคารายอื่น แล้วนำข้าวที่ซื้อได้ในราคาต่ำกว่าราคาขายในประเทศไปขายต่อให้บริษัท สยาม อินดิก้า จำกัด นำไปขายต่ออีกทอดหนึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรมการค้าต่างประเทศและประเทศชาติอย่างร้ายแรง

นายวรวิทย์ กล่าวว่า คณะกรรมการป.ป.ช.ได้พิจารณาและมีมติว่ากรณีดังกล่าวมีเหตุอันควรสงสัยว่าพ.ต.วีระวุฒิเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่ำรวยผิดปกติตามมาตรา 66 มาตรา75วรรคสอง และมาตรา77 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม2550 จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน เพื่อไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว โดยมีน.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน ต่อมาคณะกรรมการป.ป.ช.ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการร่ำรวยผิดปกติของ พ.ต.วีรวุฒิ น.ส.ชุฏิมา วัชรพุกกะ อดีตคู่สมรส บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ บุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นการชั่วคราว ตามมาตรา 78 แห่งพ.ร.ป.ป.ป.ช. ปี 42 รวมมูลค่า 99,203,133.17 บาท

"ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 ได้พิจารณารายงานการผลการไต่สวนแล้วเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาของทรัพย์สินได้ จึงมีมติว่า พ.ต.วีรวุฒิ ผู้ถูกกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่สมควรสืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ รวมมูลค่า 896,554,760.28 บาท ประกอบด้วย 1.เงินฝากธนาคารพาณิชย์ ในชื่อ พ.ต.วีรวุฒิ วัจนะพุกกะ และอดีตคู่สมรส บุตร เครือญาติและผู้ใกล้ชิด จำนวน 53 บัญชี เป็นเงิน 567,715,461.37 บาท 2.เงินลงทุนในชื่อพ.ต.วีรวุฒิ วัจนะพุกกะ และอดีตคู่สมรส บุตร เครือญาติและผู้ใกล้ชิด จำนวน 6 แห่ง มูลค่า 260,142,651 บาท 3. ที่ดินในชื่ออดีตคู่สมรส บุตร เครือญาติ จำนวน 12 แปลง ในท้องที่กรุงเทพมหานคร มูลค่า 57,066,828 บาท 4.ห้องชุดในชื่อเครือญาติ ได้แก่ ห้องชุด ชื่อศาลาแดง โคโลเนต ตำบลสีลม อำเภอบางรัก กรุงเทพมหานครจำนวน 1 ห้อง มูลค่า 6,200,000 บาท 5.รถยนต์ จำนวน 4 คัน ในชื่อของเครือญาติและผู้ใดล้ชิด มูลค่า 6,309,000 บาท" นายวรวิทย์ กล่าว

นายวรวิทย์ กล่าวอีกว่า จึงส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ยึดทรัพย์ของ พ.ต.วีรวุฒิ มูลค่า 896,554,760.28 บาท ที่ได้มาโดยร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน รวมทั้งขอให้อสส. ยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อจัดให้มีวิธีคุ้มครองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 วรรค1 และหากไม่สามารถบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติว่าร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมด หรือได้แต่บางส่วนแล้ว ขอให้บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในอายุความ 10 ปีตามนัยมาตรา 83 พ.ร.บ.ป.ป.ช.

อย่างไรก็ตาม นายวรวิทย์ ยังเปิดเผยอีกว่า ผู้เกี่ยวข้องที่เหลือ คณะอนุกรรมการไต่สวนป.ป.ช.อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินเชิงลึก ประกอบด้วยบุคคลที่เป็นนักการเมือง 5 ราย และเจ้าหน้าที่รัฐอีก 3 ราย โดยบางคดีมีความคืบหน้าไปแล้ว 70 เปอร์เซ็นต์ และบางคดีคืบหน้าไปถึง90เปอร์เซ็นต์ หากดำเนินการแล้วเสร็จจะแถลงต่อสื่อมวลชนต่อไป


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend