ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"ครูอ๋อง" สารภาพสิ้นไส้ "ครูจอมทรัพย์" รู้เห็นทุกขั้นตอน จนมุมเพราะGPS

303.34K 9.59K
ครูอ๋อง สารภาพสิ้นไส้ ครูจอมทรัพย์ รู้เห็นทุกขั้นตอน จนมุมเพราะGPS

กรณี นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือศรีบุญหอม อายุ54ปี อดีตข้าราชการครูในจังหวัดสกลนคร นายสุริยา หรือครูอ๋อง นวนเจริญ อายุ 54 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ครูอ๋อง" พลิกลิ้น แบ่งรับแบ่งสู้ เตรียมออกหมายจับเพิ่ม!!

อยู่บ้านเลขที่140หมู่1ต.คำชะอี อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดมุกดาหาร และเป็นเพื่อนสนิทของ สองผู้ต้องหาที่ถูกศาลจังหวัดนครพนม อนุมัติหมายจับ เลขที่218/60ลงวันที่24พ.ย.60ในข้อหาร่วมกันนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จต่อศาลและอั้งยี่ ซ่องโจร

หลังจากนางจอมทรัพย์ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก3ปี2เดือน ในข้อหาขับรถยนต์ชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย เหตุเกิดเมื่อวันที่11มี.ค.2548และได้รับอภัยโทษออกจากเรือนจำจังหวัดนครพนม ปลายปี2558รวมระยะเวลาต้องโทษ1ปี6เดือน จากนั้นก็ยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากกระทรวงยุติธรรม จนมีการรื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่ เมื่อวันที่8-10ก.พ.ที่ผ่านมา ต่อมาวันที่17พ.ย.60ศาลจังหวัดนครพนมอ่านคำพิจารณาของผู้ร้องคือครูจอมทรัพย์ ยกคำร้อง เท่ากับครูจอมทรัพย์ไม่สามารถหลุดพ้นความผิด และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็นำคำพิจารณาของศาลมาประกอบ ในการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง 

โดยออกหมายเรียกให้ไปรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานไปแล้ว7คน ในวันที่27พ.ย.นี้ ประกอบด้วย1.นายสุริยา หรือครูอ๋อง นวนเจริญ ในฐานะผู้ปั้นพยานแพะช่วยแกะ 2.นายสับ วาปี ผู้สมอ้างเป็นคนขับรถตัวจริง3.นายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร สามีของครูจอมทรัพย์4.นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ พยานผู้เห็นเหตุการณ์5.นางจันทร์ วาปี6.นายบุญเทิง วาปี และ7.นายเลิศ วาปี

ผลปรากฏว่านายสับ วาปี ชิงเข้ามอบตัวเปิดปากรับสารภาพว่าถูกครูอ๋องจ้างด้วยเงิน400,000บาท แต่ได้รับจริงเพียง2,000บาทเท่านั้น และนางจันทร์ นายบุญเทิง นายเลิศ วาปี ก็ทยอยเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่กันตัวนายบุญเทิงกับนายเลิศ วาปี ไว้เป็นพยาน หลังสอบปากคำแล้วไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปั้นแพะช่วยแกะ ส่วนนางจันทร์ผู้เป็นภรรยาของนายสับเคยปรากฏตัวกับสามีหลายครั้ง จึงถูกดำเนินคดีร่วมกัน ขณะนี้นำตัวทั้งสองขออำนาจศาลจังหวัดนครพนม ฝากขังผัดแรกเป็นเวลา12วัน

หลังศาลฯอนุมัติหมายจับครูจอมทรัพย์กับครูอ๋อง เช้าตรู่ของวันที่25พ.ย. ตำรวจสืบสวน ภ.จว.นครพนม ก็เข้าจู่โจมจับกุมครูจอมทรัพย์คาบ้านพัก ก่อนจะนำตัวสอบเครียดบนห้อง ศปก.ภ.จว.นครพนม เป็นเวลาหลายชั่วโมง และยุติการสอบสวนในเวลา22.00น. ในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้นก็นำตัวออกจากห้องควบคุม สภ.เมืองนครพนม เพื่อสอบสวนปากคำต่อ

ขณะที่ครูอ๋องหลังทราบว่าถูกออกหมายจับ ก็เผ่นหนีออกจากบ้านกลางดึก โดยนางจิราวรรณ นวนเจริญ ภรรยาอ้างว่าไปพบทนายปรึกษาเรื่องคดีความ พ.ต.อ.เสฎฐวุฒิ รอดจันทร์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครพนม ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จว.นครพนม ไล่ล่าตามเส้นทางจับกุมตัว ซึ่งเชื่อว่าครูอ๋องต้องไปพบเพื่อนใน กทม. กระทั่งพบตัวครูอ๋องอยู่ที่สถานีรถไฟหลักสี่ ขณะกำลังรอเพื่อน จึงถูกควบคุมตัวส่ง สน.ทุ่งสองห้อง เจ้าของพื้นที่ ลงบันทึกประจำวัน ต่อมา พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางสอบสวนด้วยตัวเอง ซึ่งครูอ๋องให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมากพอสมควร

จากนั้นเวลา09.00น. วันที่26พ.ย.60ได้ควบคุมตัวครูอ๋องผู้ต้องหาคนล่าสุดขึ้นรถตู้จาก สน.ทุ่งสองห้องไปยังจังหวัดนครพนม เพื่อสอบสวนปากคำอย่างละเอียดต่อหน้าพนักงานสอบสวนจาก บช.ภ.4ที่ถูกแต่งตั้งมาดำเนินการคดีนี้โดยเฉพาะคาดว่าจะถึงที่หมายเวลาประมาณ19.00น. .ในวันเดียวกัน

เวลา11.00น. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. เดินทางจากสนามบินดอนเมืองพร้อมกับ พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จว.นครพนม ถึงสนามบินจังหวัดนครพนม แล้วมายังชั้น5ห้องสอบสวนคดีครูจอมทรัพย์บนอาคารแสงสิงแก้ว บก.ภ.จว.นครพนม เพื่อประชุมในข้อกฎหมายต่างๆ ร่วมกับทีมสอบสวนชุดใหญ่ของ บช.ภ.4ก่อนจะเข้าไปยังห้องสอบสวนได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่มารออยู่หน้าห้องว่า "จากการสอบปากคำเบื้องต้นนายสุริยาให้รายละเอียดเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และให้การว่าได้ว่าจ้างนายเสริฐ รูปสะอาด ในการขับรถรับผิดแทนครูจอมทรัพย์จริง ในครั้งแรกวงเงิน 2 แสนบาท เมื่อนายเสริฐไม่สามารถเดินต่อไปได้ เพราะพยานหลักฐานไม่เอื้ออำนวยที่จะปั้นนายเสริฐ จึงเปลี่ยนตัวเป็นนายสับ วาปี และตกลงจะจ่ายเงินให้นายสับ 4 แสนบาท แต่ศาลไม่ประทับรับฟ้อง นายสับจึงไม่ได้เงินดังกล่าว ได้แต่เงิน 1.7 แสนบาทที่ให้นายสับนำไว้วางศาล เพื่อชดใช้ค่าความเสียหายให้กับญาตินายเหลือ ผู้ตาย ในคดีที่ศาลพิพากษาที่ให้นายสับสมอ้างว่าเป็นผู้ขับขี่ชนนายเหลือถึงแก่ความตาย และนำเงินจำนวนดังกล่าวไปวางที่ศาล เพื่อให้ศาลเห็นว่าตนเองขับรถชนคนตาย เพื่อเอาผลคดีดังกล่าวไปรื้อฟื้นคดีเป็นคดีใหม่"

ต่อข้อถามครูอ๋องและครูจอมทรัพย์มีส่วนรู้เห็นในกระบวนการรับผิดแทนตั้งแต่ต้นหรือไม่ พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า "จากการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจครูจอมทรัพย์ทราบ ส่วนการจับกุมนายสุริยาได้อย่างรวดเร็ว เมื่อจับกุมตัวได้จะทำให้การสืบสวนสอบสวนชัดเจน และเห็นเครือข่ายที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น "

เมื่อถามว่านายสุริยาซึ่งสารภาพแล้ว ส่วนนางจอมทรัพย์สารภาพตรงกันหรือไม่ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า "ผมยังไม่ได้สอบนางจอมทรัพย์ หลังการประชุมเสร็จสิ้นแล้วจะได้สอบสวนนางจอมทรัพย์ต่อไป ต่อข้อถาม นางจอมทรัพย์กับนายนิรันดร์ อดีตสามีที่ออกหมายเรียกจะมีความเชื่อมโยงหรือไม่ รายละเอียดอยู่ในสำนวนการสอบสวน ขอรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อนว่าจะมีใครเกี่ยวข้องบ้าง จะได้ขออนุมัติหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด"

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าจะมีข้าราชการในทีมกระทรวงยุติธรรมกระทำผิดด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.วิระชัย ระบุว่า "ในการสืบสวนสอบสวนครั้งนี้ หากเกี่ยวพันกับใคร ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นใคร การสอบสวนพาดพิงถึงใครก็จะมีการไม่ไว้หน้า พบว่าใครกระทำผิดจะต้องดำเนินคดี หากมีการละเว้นเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 "

เมื่อถามว่า ส่วนเรื่องฉ้อโกงประชาชาชนของขบวนการนี้จะดำเนินการอย่างไร พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า "ขอรวบรวมพยานหลักฐาน ทุกข้อหาที่เกี่ยวข้องถ้าครบองค์ประกอบจะดำเนินคดีทั้งหมด ถึงแม้ว่าเจ้าทุกข์มากล่าวหาไม่ได้ แต่อะไรที่เป็นอาญาแผ่นดินผู้กล่าวหาคือพนักงานสอบสวน ก็สามารถเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษได้"

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การจับกุมนายสุริยาหรือครูอ๋อง ได้ในพื้นที่กรุงเทพฯครั้งนี้ พ.ต.อ.เสฏฐวุฒิ รอดจันทร์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครพนม ในฐานะคณะทำงานหัวหน้าชุดสืบสวน ตามแกะรอยสัญญาณGPSรถยนต์ของครูอ๋อง จนทราบความเคลื่อนไหว และติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด.


เรื่องโดย ทวี อภิสกุลชาติ | ภาพโดย ทวี อภิสกุลชาติ
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์