ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ตร.ท่องเที่ยวรวบหนุ่มชาวจีน สวมบัตรปชช.ไทย ทำธุรกิจทัวร์ศูนย์เหรียญ

3.79K 326
ตร.ท่องเที่ยวรวบหนุ่มชาวจีน สวมบัตรปชช.ไทย ทำธุรกิจทัวร์ศูนย์เหรียญ

กก.1บก.ทท.1 - เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 พ.ย.2560 พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ รอง ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.1 และ พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจ 191 ร่วมกันแถลงผลจับกุมนายเหลียน แซ่เก่า อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.นครสวรรค์ ที่313/2560 ที่ลงวันที่ 23 พ.ย. 2560 ในข้อหา"ยื่นคำขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทย ด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ ปลอมบัตรปกปิดความจริงต่อเจ้าพนักงาน" โดยสามารถจับกุมได้ภายใน ซ.อยู่เจริญ แขวงและเขตดินแดง กทม. ข่าว...สุริยา ปะตะทะโย กก.1บก.ทท.1 - เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 พ.ย.2560 พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ รอง ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.1 และ พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจ 191 ร่วมกันแถลงผลจับกุมนายเหลียน แซ่เก่า อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.นครสวรรค์ ที่313/2560 ที่ลงวันที่ 23 พ.ย. 2560 ในข้อหา"ยื่นคำขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทย ด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ ปลอมบัตรปกปิดความจริงต่อเจ้าพนักงาน" โดยสามารถจับกุมได้ภายใน ซ.อยู่เจริญ แขวงและเขตดินแดง กทม. พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลให้หน่วยงานราชการร่วมบูรณาการกำลังในการปราบปรามกลุ่มบริษัทนำเที่ยวผิดกฎหมายหรือกลุ่มบริษัทนำเที่ยวที่ประกอบการในลักษณะนอมินี รวมถึงกลุ่มบุคคลต่างด้าวสวมบัตรประชาชนเป็นคนไทย มาประกอบธุรกิจนำเที่ยว ในลักษณะทัวร์ต่ำกว่าทุน หรือทัวร์ศูนย์เหรียญ ซึ่งจะทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยเสียหาย และส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศประกอบกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด และให้มีผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมจึงร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยตำรวจภูธรภาค 6 และกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ เข้าสืบสวนสอบสวนกรณีนายเหลียน ซึ่งมีพฤติการณ์สวมบัตรประชาชนเป็นคนไทยมาประกอบธุรกิจนำเที่ยว โดยเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท วั้นกั๋ว กั๋วจี้ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รับนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนสอบสวนพบข้อมูลว่า นายเหลียน ได้ยื่นคำร้องขอมีบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2544 ที่อำเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โดยใช้ชื่อ "นายวิษณุ รัตนะแสงงาม" ซึ่งพบว่ามีการปลอมแปลงข้อมูลด้านอายุและปีเกิด โดยใช้หมายเลขประจำตัวประชาชน1-1014-00734-84-1 ก่อนจะมีการขอทำบัตรประชาชนอีกครั้งปี2547 จนกระทั่งวันที่26 ก.ค. 2550 นายเหลียน ได้ทิ้งตัวตนที่สวมเป็นนายวิษณุทิ้ง และขอทำบัตรประชาชนใหม่อีกครั้งเพราะว่าได้ให้บิดาพิสูจน์สัญชาติไทยของตนเองโดยใช้หมายเลขบัตรประชาขน 5-6001-01076-29-6 จนถึงปัจจุบัน พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ซึ่งจากการกระทำดังกล่าวทำให้ นายวิษณุ ตัวจริงได้รับความเดือดร้อน จึงได้ทำการตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางทะเบียนราษฎร และรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จนกระทั่งนำไปสู่การออกหมายจับนายเหลียนดังกล่าว จากการตรวจสอบบริษัทฯของ นายเหลียน พบว่า มีการเปิดบริการส่งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ก่อนจะมาเริ่มทำธุรกิจทัวร์ต่ำกว่าทุน หรือทัวร์ศูนย์เหรียญ พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมากในเรื่องของการสวมบัตรประชาชน สำหรับผู้ต้องหาคนดังกล่าวเป็นชาวจีน แต่ได้ทำการสวมบัตรประชาชนของนายวิษณุ รัตนะแสงงาม ซึ่งนายวิษณุได้มีปัญหาไม่ได้แจ้งเกิดจึงทำให้ชื่อตกหล่น หลังจากนั้นน่าจะมีเจ้าหน้าที่ฯบางราย ใช้โอกาสนี้สวมชื่อนายเหลียน เขาแทนทันที่ โดยหลังจากนี้จะให้ทางกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ทำการถอนบัตรประชาชน และจะประสานกระทรวงพาณิชย์ ให้เพิกถอนใบประกอบการ ส่วนกรมท่องเที่ยวจะเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการทัวร์ นายเหลียน กล่าวว่า ตนสวมบัตรประชาชนของนายวิษณุตั้งแต่อายุ18 ปี เพื่อจะมาประกอบกิจการในประเทศไทย และยอมรับว่าได้ดำเนินการประกอบกิจการทัวร์ศูนย์เหรียญจริงโดยเป็นเครือข่ายย่อย ซึ่งจะทำหน้าที่หานักท่องเที่ยวมาส่งให้กับบริษัททัวร์ โมเดริน์ โดยตนเพิ่งเริ่มทำกิจการทัวร์ได้เพียง 2 เดือน ก่อนจะมาถูกเจ้าหน้าที่เข้ากวาดล้างและจับกุมดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ต้องหาในเชิงลึก ยังทราบว่ามีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องอีก 2 คนคือนายอายี้น้อยหรือซ้ง แสนหมี่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.มีนบุรี เลขที่ จ.1070/2560 วันที่24 พ.ย. 2560 ในข้อหา "ยื่นคำขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทย ด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็จเท็จ ปลอมบัตรปกปิดความจริงต่อเจ้าพนักงาน" ซึ่งขณะนี้หลบหนีไปประเทศจีน ตั้งแต่วันที่23 ก.ย. 2560 จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเจ้าของบริษัท ที.ยู.เอ็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เริ่มดำเนินกิจการท่องเที่ยวตั้งแต่ปี2555 โดยนำท่องเที่ยวชาวจีนมาเที่ยวที่จ.ภูเก็ต ส่วนอีกครายคือ นายจง หรือ ทรงไพศาลกิจ แซ่ม้า ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.แม่สอด ที่จ.71/2560 ลงวันที่5 มิ.ย. 2560 ในข้อหา "ยื่นคำขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทย ด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็จเท็จ ปลอมบัตรปกปิดความจริงต่อเจ้าพนักงาน" ซึ่งขณะนี้หลบหนีไปประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่วันที่17 มี.ค.2560 และจากการตรวจสอบพบว่าเป็นเจ้าของบริษัท ไทย จง หัว ทราเวล กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด เริ่มกิจการตั้งแต่ปี2555 และขณะนี้ได้นำทรัพย์สินกว่าร้อยล้านบาทหลบหนีไปด้วย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจสอบพบว่ามีบ้านหลังหนึ่งที่จ.นครสวรรค์ (119 ม.2 ต.กลางแดด อ.เมือง จ.นครสวรรค์) มีคนเข้าออกทะเบียนบ้านนับร้อยคน ซึ่งเชื่อว่าเป็นสถานที่แปลงสัญชาติให้เป็นสัญชาติไทยก่อนจะกระจายออกไป โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนในทางลับ

พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลให้หน่วยงานราชการร่วมบูรณาการกำลังในการปราบปรามกลุ่มบริษัทนำเที่ยวผิดกฎหมายหรือกลุ่มบริษัทนำเที่ยวที่ประกอบการในลักษณะนอมินี รวมถึงกลุ่มบุคคลต่างด้าวสวมบัตรประชาชนเป็นคนไทย มาประกอบธุรกิจนำเที่ยว ในลักษณะทัวร์ต่ำกว่าทุน หรือทัวร์ศูนย์เหรียญ ซึ่งจะทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยเสียหาย และส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศประกอบกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด และให้มีผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมจึงร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยตำรวจภูธรภาค 6 และกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ เข้าสืบสวนสอบสวนกรณีนายเหลียน ซึ่งมีพฤติการณ์สวมบัตรประชาชนเป็นคนไทยมาประกอบธุรกิจนำเที่ยว โดยเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท วั้นกั๋ว กั๋วจี้ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รับนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนสอบสวนพบข้อมูลว่า นายเหลียน ได้ยื่นคำร้องขอมีบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2544 ที่อำเภอเมือง จ.นครสวรรค์ โดยใช้ชื่อ "นายวิษณุ รัตนะแสงงาม" ซึ่งพบว่ามีการปลอมแปลงข้อมูลด้านอายุและปีเกิด โดยใช้หมายเลขประจำตัวประชาชน1-1014-00734-84-1 ก่อนจะมีการขอทำบัตรประชาชนอีกครั้งปี2547 จนกระทั่งวันที่26 ก.ค. 2550 นายเหลียน ได้ทิ้งตัวตนที่สวมเป็นนายวิษณุทิ้ง และขอทำบัตรประชาชนใหม่อีกครั้งเพราะว่าได้ให้บิดาพิสูจน์สัญชาติไทยของตนเองโดยใช้หมายเลขบัตรประชาขน 5-6001-01076-29-6 จนถึงปัจจุบัน

พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ซึ่งจากการกระทำดังกล่าวทำให้ นายวิษณุ ตัวจริงได้รับความเดือดร้อน จึงได้ทำการตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางทะเบียนราษฎร และรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จนกระทั่งนำไปสู่การออกหมายจับนายเหลียนดังกล่าว จากการตรวจสอบบริษัทฯของ นายเหลียน พบว่า มีการเปิดบริการส่งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ก่อนจะมาเริ่มทำธุรกิจทัวร์ต่ำกว่าทุน หรือทัวร์ศูนย์เหรียญ

พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมากในเรื่องของการสวมบัตรประชาชน สำหรับผู้ต้องหาคนดังกล่าวเป็นชาวจีน แต่ได้ทำการสวมบัตรประชาชนของนายวิษณุ รัตนะแสงงาม ซึ่งนายวิษณุได้มีปัญหาไม่ได้แจ้งเกิดจึงทำให้ชื่อตกหล่น หลังจากนั้นน่าจะมีเจ้าหน้าที่ฯบางราย ใช้โอกาสนี้สวมชื่อนายเหลียน เขาแทนทันที่ โดยหลังจากนี้จะให้ทางกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ทำการถอนบัตรประชาชน และจะประสานกระทรวงพาณิชย์ ให้เพิกถอนใบประกอบการ ส่วนกรมท่องเที่ยวจะเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการทัวร์

นายเหลียน กล่าวว่า ตนสวมบัตรประชาชนของนายวิษณุตั้งแต่อายุ18 ปี เพื่อจะมาประกอบกิจการในประเทศไทย และยอมรับว่าได้ดำเนินการประกอบกิจการทัวร์ศูนย์เหรียญจริงโดยเป็นเครือข่ายย่อย ซึ่งจะทำหน้าที่หานักท่องเที่ยวมาส่งให้กับบริษัททัวร์ โมเดริน์ โดยตนเพิ่งเริ่มทำกิจการทัวร์ได้เพียง 2 เดือน ก่อนจะมาถูกเจ้าหน้าที่เข้ากวาดล้างและจับกุมดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ต้องหาในเชิงลึก ยังทราบว่ามีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องอีก 2 คนคือนายอายี้น้อยหรือซ้ง แสนหมี่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.มีนบุรี เลขที่ จ.1070/2560 วันที่24 พ.ย. 2560 ในข้อหา "ยื่นคำขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทย ด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็จเท็จ ปลอมบัตรปกปิดความจริงต่อเจ้าพนักงาน" ซึ่งขณะนี้หลบหนีไปประเทศจีน ตั้งแต่วันที่23 ก.ย. 2560 จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเจ้าของบริษัท ที.ยู.เอ็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เริ่มดำเนินกิจการท่องเที่ยวตั้งแต่ปี2555 โดยนำท่องเที่ยวชาวจีนมาเที่ยวที่จ.ภูเก็ต

ส่วนอีกครายคือ นายจง หรือ ทรงไพศาลกิจ แซ่ม้า ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.แม่สอด ที่จ.71/2560 ลงวันที่5 มิ.ย. 2560 ในข้อหา "ยื่นคำขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทย ด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็จเท็จ ปลอมบัตรปกปิดความจริงต่อเจ้าพนักงาน" ซึ่งขณะนี้หลบหนีไปประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่วันที่17 มี.ค.2560 และจากการตรวจสอบพบว่าเป็นเจ้าของบริษัท ไทย จง หัว ทราเวล กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด เริ่มกิจการตั้งแต่ปี2555 และขณะนี้ได้นำทรัพย์สินกว่าร้อยล้านบาทหลบหนีไปด้วย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจสอบพบว่ามีบ้านหลังหนึ่งที่จ.นครสวรรค์ (119 ม.2 ต.กลางแดด อ.เมือง จ.นครสวรรค์) มีคนเข้าออกทะเบียนบ้านนับร้อยคน ซึ่งเชื่อว่าเป็นสถานที่แปลงสัญชาติให้เป็นสัญชาติไทยก่อนจะกระจายออกไป โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนในทางลับ


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์