ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563

จ่อเด้ง! ผบ.เรือนจำเพชรบุรี หลังครบ 48 ชม. ตามจับนักโทษไม่ได้

5.59K 0
จ่อเด้ง! ผบ.เรือนจำเพชรบุรี หลังครบ 48 ชม. ตามจับนักโทษไม่ได้

อธิบดีราชทัณฑ์ระบุชัด หากครบ 48 ชม. ยังตามจับ 2 นักโทษปีนกำแพงคุกหลบหนีไม่ได้ ต้องย้ายผบ.เรือนจำกลางเพชรบุรีพ้นหน้าที่

25 พ.ย. 60 - พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่เรือนจำกลางเพชรบุรี เพื่อตรวจสอบเหตุนักโทษหลบหนีออกจากเรือนจำว่า หลังเกิดเหตุได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จากเรือนจำใกล้เคียง 5-6 แห่ง มาช่วยติดตามนักโทษที่หลบหนี รวมทั้งประสานไปผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรีและผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีเพื่อติดตามจับกุม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัวเนื่องจากจังหวัดเพชรบุรีเกิดปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถติดตามนักโทษที่หลบหนีกลับมาคุมขังได้ภายใน 48 ชั่วโมง ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเพชรบุรีต้องถูกย้ายเข้ามาประจำกรม เนื่องจากล้มเหลวในการปฏิบัติภารกิจหลัก คือการกักขังนักโทษไว้ตามคำพิพากษาของศาล

พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า จ.เพชรบุรี มีน้ำท่วมสูง ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ระดมกำลังกันสูบน้ำเพื่อป้องกันเรือนจำ โดยนักโทษทั้ง 2 ราย ได้ปีนกำแพงและกระโดดหลบหนี คาดว่าบริเวณร่างกายต้องมีบาดแผลจากลวดหนาม ทั้งนี้หากขณะเกิดเหตุอยู่ในภาวะปกติการกระโดดกำแพงในลักษณะดังกล่าว นักโทษอาจได้รับบาดเจ็บแขนขาหัก แต่ในช่วงเกิดเหตุมีน้ำท่วมสูง ทำให้นักโทษที่กระโดดลงไปจากกำแพงมีน้ำช่วยพยุงน้ำหนักตัวจนสามารถหลบหนีไปได้ ทั้งนี้ระหว่างเกิดเหตุเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขององค์การทหารผ่านศึกที่ประจำการอยู่บนป้อม เห็นเหตุการณ์ได้ตะโกนห้ามปรามและพยายามติดตามตัวแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ และไม่ได้ใช้อาวุธปืนยิงระงับเหตุ เนื่องจากรปภ.ที่ประจำการบนหอไม่ได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธปืน

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวด้วยว่า เรือนจำกลางเพชรบุรีเป็นเรือนจำที่มีความเก่าแก่ มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 88 ปี หอคอยบนกำแพงมีความสูงจากแนวกำแพงไม่มาก แตกต่างจากเรือนจำความมั่นคงสูงอื่นๆที่มีหอคอยสูง และมีเจ้าหน้าที่ติดอาวุธปืนยาวเฝ้าระวังเหตุการณ์ หลังจากเกิดเหตุนักโทษปีนกำแพงหลบหนี ตนจำเป็นต้องเร่งปรับการฝึกยุทธวิธีให้กับเจ้าหน้าที่ เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ภายในแดนคุมขัง เจ้าหน้าที่จะพกเพียงกระบองเท่านั้นเพื่อป้องกันไม่ให้นักโทษที่มีจำนวนมากกว่าก่อเหตุแย่งชิงอาวุธปืน จะมีเพียงพื้นที่รอบนอกเท่านั้นที่มีอาวุธปืนยาวสามารถใช้ระงับเหตุนักโทษพยายามแหกหักเรือนจำได้ตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม กรมราชทัณฑ์มีปัญหาขาดแคลนกำลังพลจึงต้องจ้างรปภ.จากองค์การทหารผ่านศึกมารับผิดชอบการเฝ้าระวังเหตุในพื้นที่รอบนอกร่วมกับพัศดี โดยรปภ.จะไม่ได้รับอนุญาตให้พกอาวุธ

สำหรับผู้ต้องขังที่ปีนกำแพงหลบหนีออกจากเรือนจำกลางเพชรบุรี 2 ราย คือ น.ช.ธวัชชัย มะลิแย้ม ต้องโทษในคดียาเสพติด และน.ช.เอกชัย เคลือบแก้ว ต้องโทษคดีลักทรัพย์ และก่อนหน้านี้เมื่อวันที่28 เม.ย. 60เคยเกิดเหตุ ข.ช.พิชิต โชคภัคชิตพร อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดียาเสพติด ได้ก่อเหตุปีนกำแพงทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ลาดยาว กรุงเทพฯ เพื่อหลบหนี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ห้ามปรามแล้วใช้อาวุธปืนลูกซอง ประจำกายยิงระงับเหตุ เป็นเหตุให้ผู้ต้องขังตกลงมาเสียชีวิตริมแนวกำแพงเรือนจำ.


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend