ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"โฆษกศาลยุติธรรม"แจง ขั้นตอนรอครบองค์คณะ 9 คน สั่งคำร้อง"รื้อคดีทักษิณ"

2.47K 272
โฆษกศาลยุติธรรมแจงขั้นตอนรอครบองค์คณะ 9 คนสั่งคำร้องรื้อคดีทักษิณ

สุริยัณห์ โฆษกศาลยุติธรรม เผย หลัง อสส. ยื่นคำร้อง ต้องรอครบองค์คณะมีคำสั่งรื้อ-ไม่รื้อ? ระบุ องค์คณะเดิมหากมีพ้นตำแหน่ง ต้องรอที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือกใหม่เเทนคนเดิม หลักๆยึดองค์คณะเดิมก่อน ขณะที่ รองโฆษกอัยการ ยันยังตามตัว ทักษิณ ทำคู่ขนานรื้อคดี ย้ำอัยการทำตามหน้าที่ ไม่มีกดดัน

เมื่อวันที่ 22 พ.ย.60 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงขั้นตอนของศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง ภายหลังเมื่อวานนี้ ( 21 พ.ย.60) อัยการสูงสุด ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาคดี ที่ยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมทุจริตการปล่อยกู้สินเชื่อ ธ.กรุงไทยฯ ให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร เเละคดีทุจริตการออกกฎหมายเเปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเเละมือถือเป็นภาษีสรรพสามิต ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 28 ที่ให้อำนาจไต่สวนคดีลับหลังจำเลยได้หลังศาลออกหมายจับและสั่งจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวเนื่องจากไม่มีตัวจำเลยว่า เมื่อเเผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมืองในศาลฎีกาได้รับคำร้องดังกล่าวเเล้ว ก็จะต้องส่งให้องค์คณะที่เคยพิจารณาคดีเดิมนั้นเป็นผู้พิจารณาคำร้อง

นายสุริยัณห์ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวอีกว่า เเต่เนื่องจากการยื่นคำร้องนั้น เป็นคดีที่ผ่านมาหลายปีแล้วองค์คณะที่พิจารณาคดีบางคนอาจพ้นจากวาระดำรงตำเเหน่งในศาลฎีกาไป ดังนั้นตามขั้นตอน นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา จะต้องเป็นผู้เรียกประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อคัดเลือกผู้พิพากษามาเป็นองค์คณะทดเเทนองค์คณะเดิมที่พ้นจากตำเเหน่งเดิมไป ซึ่งผู้พิพากษาที่จะได้รับเลือกมาเป็นองค์คณะนั้นจะต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา หรือผู้พิพากษาอาวุโสที่เคยดํารงตําแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งหลังจากมีองค์คณะครบทั้ง 9 คนเเล้ว องค์คณะฯ ก็จะเป็นผู้พิจารณาคำร้องของอัยการสูงสุดต่อไป

ขณะที่นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวย้ำถึงการยื่นคำร้องของอัยการสูงสุดว่า เป็นคำสั่งตามขั้นตอนปกติที่เป็นหน้าที่ของอัยการ ซึ่งกระบวนการหลังจากนี้ก็ต้องรอฟังคำสั่งจากศาล โดยคาดว่าคงใช้เวลาไม่นาน โดยการขอพิจารณาคดีลับหลังตามคำร้องที่ยื่นไปเป็นไปตามกฎหมายซึ่งอัยการก็มีคณะทำงานอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการติดตามตัวนายทักษิณมาดำเนินคดีนั้นตัวนายทักษิณก็มีหมายจับอยู่และมีคณะทำงานดำเนินการอยู่เช่นกัน

การพิจารณาคดีลับหลังเป็นเรื่องที่ต้องทำคู่ขนานกับการติดตามตัว ซึ่งทั้ง 2 คดี ที่ยื่นคำร้องไปนั้นยังไม่ยังไม่ขาดอายุความ และสามารถดำเนินเรื่องก่อนหมดอายุความได้ ซึ่งคาดว่ากระบวนการทำงานจะมีความชัดเจนมากขึ้นในปีหน้า ทั้งนี้ การทำดำเนินการของอัยการไม่ได้มีความกดดันในการทำงานแต่อย่างใด เพราะต้องทำหน้าที่ตามกฎหมาย และทุกคนทำหน้าที่ตนเองอย่างดีที่สุด รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าวในตอนท้าย


เรื่องโดย เกศินี แตงเขียว | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend