ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2563

แม่บุกโรงพัก หลัง 6 เดือน คดีไม่คืบ! สาวถูกต้นไทรฉุดเสาไฟฟ้าล้มทับหน้าอาคารอัลม่า ลิ้งค์

5.61K 347
แม่บุกโรงพัก หลัง 6 เดือน คดีไม่คืบ! สาวถูกต้นไทรฉุดเสาไฟฟ้าล้มทับหน้าอาคารอัลม่า ลิ้งค์

6เดือนคดีไม่คืบ! แม่ขึ้นโรงพักลุมพินีทวงเอาผิดเจ้าของต้นไม้ยักษ์ล้มเกี่ยวเสาไฟทับลูกสาวดับคาไฟแดง ลั่นถึงเอาเงินมากองลูกก็ไม่ฟื้น

จากกรณีต้นไทรยักษ์อายุกว่า 50 ปี หน้าอาคารอัลม่า ลิงค์ ถนนชิดลม แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. โค่นพิงเสาไฟฟ้าที่อยู่หน้าอาคาร เป็นเหตุให้เสาไฟฟ้าถูกฉุดล้มลงมาทับ น.ส.ณัชชาพัชร์ สมเจษ อายุ 25 ปี ขณะจอดรถ จยย.รอสัญญาณไฟ บริเวณแยกชิดลมเสียชีวิตทันที นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย โดยเจ้าของต้นไม้ได้ออกมารับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดพร้อมกับเยียวยาให้ผู้ตายในเบื้องต้น 150,000 บาท ผู้ได้รับบาดเจ็บรายละ 30,000 บาท และชดเชยความเสียหายแก่ยานพาหนะหรือทรัพย์สิน ส่วน กฟน.เจ้าของเสาไฟฟ้าเยียวยาให้ผู้ตาย 2 หมื่นบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน ที่สน.ลุมพินี นางณัฐพิมล สมเจษ มารดาของ น.ส.ณัชชาพัชร์ พร้อมด้วยนายวิเชียร ชุบไธสง ทนายความ เดินทางมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับร.ต.อ.นพพา ทองบ่อ และ ร.ต.อ.ภาสกร กันจู รอง สว.(สอบสวน)สน.ลุมพินี เพื่อให้เร่งรัดสอบสวนปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นเจ้าของต้นไม้ดังกล่าวและอยากให้มีการดำเนินคดีเพื่อเป็นบรรทัดฐานให้ผู้เสียหายรายอื่นๆ หากมีคดีเช่นนี้เกิดขึ้นอีก

นางณัฐพิมล กล่าวทั้งน้ำตาว่า ในวันนี้ตนเดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมให้กับบุตรสาวที่เสียชีวิตไปกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วเกือบ 6 เดือน แต่เมื่อสอบถามกับพนักงานสอบสวนทราบว่า สอบปากคำพยานแวดล้อมไปหลายปาก แต่ไม่มีการสอบปากคำเจ้าของอาคาร วันนี้ตนจึงเดินทางมากับทนายความพร้อมแจ้งสื่อมวลชน อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดคดีมากกว่านี้หากตนไม่สู้เรื่องก็จะเงียบหายไป อยากให้สังคมไทยมีคดีที่เป็นบรรทัดฐาน ไม่ใช่ว่าเสียชีวิตไปแล้วก็เสียไป หนึ่งชีวิตที่สูญเสียมันมีความหมายกับครอบครัวอย่างมาก ถึงจะเอาเงินมากองให้ บุตรสาวก็ไม่ฟื้นมาอยู่ดี จำนวนเงินไม่ได้มีค่าอะไรกับตน แต่ที่ต้องการคือความเอาใจใส่ความถูกต้องให้เป็นไปตามกฏหมายและเร่งรัดให้โดยเร็ว

ขณะที่นายวิเชียร กล่าวว่า คดีนี้ผ่านมากว่า 5 เดือน แต่ไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องโดยตรงได้เพียง 1 คน คือพนักงานดูแลต้นไม้ ก่อนแจ้งข้อหา ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต เพียงคนเดียว แต่เจ้าของต้นไม้ยังไม่มีการแจ้งความแต่อย่างใด เนื่องจากพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกไปแล้ว แต่ได้รับการติดต่อมาว่าติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ ไม่สามารถเข้ามาให้ปากได้ ทางเราหวังว่าเมื่อมายื่นหนังสือขอให้เร่งรัดที่จะมีคำสั่งทางคดีเพื่อฟ้องผู้ต้องหาเพิ่มและบุคคลที่เกี่ยวข้อง น่าจะทำให้คดีนี้เสร็จสิ้นเร็วขึ้น เนื่องจากในทางคดีไม่ได้มีความซับซ้อน หลักฐานที่ชัดเจนคือต้นไม้เป็นของใครอยู่แล้ว เราต้องการให้เป็นบรรทัดฐานทางสังคม ต้องการให้มีการดำเนินคดีอาญาแบบรวดเร็วและจริงจัง


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend