ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ผู้ว่าฯ โคราช เสนอต้อนกระทิงย้ายไปภูหลวง

4.93K 724
ผู้ว่าฯ โคราช เสนอต้อนกระทิงย้ายไปภูหลวง

นครราชสีมา - ผู้ว่าฯ โคราช ลงพื้นที่แก้ปัญหากระทิงป่าถูกฆ่า ผุดไอเดียต้อนกระทิงป่าฝูงใหญ่จากเขาแผงม้า ไปให้อยู่ป่าภูหลวงแทน ยันกรณีนี้เป็นผลจากการเผชิญหน้าไม่ใช่การล่า พร้อมจ่ายเงินเยียวยาพืชผลการเกษตรที่ถูกกระทิงทำลาย

วันนี้ (13 พ.ย.60) เวลา 10.30 น. ที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหากระทิงป่าถูกฆ่า โดยมีตัวแทนจากหลายหน่วยงานผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ นายมุรธาธีย์ รักชาติเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, นายอภิชาต ธนมัย นายอำเภอวังน้ำเขียว, นายกิตติศักดิ์ ศรีปัดถา หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า, นายสุเมธ อำภรณ์ ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.นครราชสีมา,นายฐากร ล้อมศตพร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7,พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม ผกก.สภ.วังน้ำเขียว และเจ้าหน้าที่ป่าเขาภูหลวง

ทั้งนี้ภายหลังจากที่ได้เกิดเหตุการณ์พบกระทิงป่าถูกฆ่าตายถึง 3 ตัว ภายใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา จนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ และเพิ่งจะจับตัวผู้ต้องหาฆ่ากระทิงป่าตัวแรกได้ ซึ่งปรากฏว่าเป็นชาวบ้านที่ทำการเกษตรในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียวนั้น ในที่ประชุมได้หยิบเรื่องดังกล่าวมาถกปัญหา และพบว่าปัญหาการเผชิญหน้าระหว่างชาวบ้านกับกระทิงป่า เริ่มมีมากขึ้นทุกปี

โดยนายกิตติศักดิ์ ศรีปัดถา หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า เปิดเผยว่า แต่เดิมเมื่อปี 2537 มีการสำรวจพบว่า กระทิงป่าในเขตป่าเขาแผงม้า มีเพียง 7-8 ตัวเท่านั้น แต่ปัจจุบันผ่านมา 23 ปี ด้วยความอุดมสมบูรณ์ ทั้งอาหาร และการเป็นอยู่ ทำให้กระทิงป่าเพิ่มจำนวนประชากรขึ้นมา 250 300 ตัว ดังนั้นจึงทำให้พื้นที่ป่าเขาแผงม้า ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 5,000 ไร่ มีฝูงกระทิงออกหากินอยู่เกือบเต็มพื้นที่ และเมื่อเกิดการแย่งจ่าฝูงขึ้น ก็ทำให้กระทิงบางตัวถูกขับออกจากฝูง ไปหากินนอกเขตห้ามล่าสัตว์ป่า โดยออกไปหากินในพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านที่อยู่รอบนอกป่าอนุรักษ์ จึงก่อให้เกิดเหตุการณ์เผชิญหน้าระหว่างชาวบ้านและกระทิงป่าเพิ่มขึ้นทุกปี ปัจจุบันพบว่ากระทิงป่าออกมาไกลถึงป่าเขาภูหลวงแล้ว ซึ่งที่ผ่านมามีแนวทางแก้ปัญหาเพียงการขับไล่ และทำความเข้าใจกับประชาชน ให้ช่วยกันอนุรักษ์สัตว์ป่าไว้เท่านั้น

ทั้งนี้ภายหลังจากใช้เวลาหารือกันกว่า 2 ชั่วโมง นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมคณะทั้งหมด ก็ได้เดินทางไปที่บริเวณข้างไร่ข้าวโพด บ้านเขาแผงม้า หมู่ที่ 4 ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นจุดพบซากกระทิงป่าขนาดใหญ่ 2 ตัวถูกฆ่าตายเมื่อวานนี้ (12 พ.ย.60) โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าเขาแผงม้า ติดกับไร่ข้าวโพดที่ชาวบ้านปลูกไว้ มีลำธารกั้นอยู่ระหว่างป่ากับไร่ข้าวโพด ซึ่งคาดว่ากระทิงป่า 2 ตัวจะข้ามมากินพืชผลการเกษตรของชาวบ้าน จนเกิดการเผชิญหน้าและทำร้ายกระทิงจนตายได้ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการฝังซากกระทิงป่าทั้ง 2 ตัวไว้บริเวณใกล้เคียงแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างสืบหาผู้ที่ทำร้ายกระทิงจนตายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากกระทิงเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ยังกล่าวว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาการเผชิญหน้าระหว่างกระทิงป่ากับชาวบ้าน ไม่ใช่ปัญหาขบวนการล่าสัตว์ป่าแต่อย่างใด เนื่องจากที่ผ่านมากระทิงป่าได้เพิ่มจำนวนประชากรมากขึ้น และได้ขยายอาณาเขตการหากินออกมาจนถึงพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน ดังนั้นการแก้ไขปัญหาระยะสั้นคือ จะจัดเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ลงพื้นที่ทำความเข้าใจ และขอให้ชาวบ้านช่วยดูแลรักษาชีวิตสัตว์ป่า โดยนำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนามาช่วยปลุกจิตสำนึก ในการให้อภัยทานแก่สัตว์ป่า ส่วนความเสียหายของพืชผลการเกษตรนั้น ทางจังหวัดพร้อมที่จะจัดสรรงบประมาณไปให้ช่วยเหลือเยียวยาได้

โดยตนจะให้นายอำเภอวังน้ำเขียว นายอำเภอปากช่อง และนายอำเภอปักธงชัย ลงพื้นที่ไปชี้แจงให้ประชาชนในทุกหมู่บ้าน ที่อยู่แนวเขตติดกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ป่าอนุรักษ์ และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งเสี่ยงที่จะมีสัตว์ป่าลงมาทำลายพืชผลทางการเกษตร ว่าขอให้ปล่อยชีวิตสัตว์ป่าไป ส่วนความเสียหายทางหน่วยงานรัฐจะจ่ายเงินชดเชยเยียวยาให้ แต่การจะแก้ปัญหาไม่ให้สัตว์ป่าลงมาทำลายพืชผลการเกษตรอย่างเด็ดขาดนั้น คงจะทำได้ยาก เพราะเขตแดนของอุทยานแห่งชาติ และป่าอนุรักษ์ มีเขตแดนยาวหลายร้อยกิโลเมตร สิ่งที่ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือกันวันนี้ ก็วางแผนแก้ไขปัญหาระยะยาวไว้ว่า จะต้องแก้ไขด้วยการต้อนกระทิงป่าบางส่วนจากเขาแผงม้า ให้ออกไปหากินในพื้นที่ป่าภูหลวง ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากป่าเขาแผงม้าประมาณ 8 กิโลเมตร

"เนื่องจากป่าภูหลวง มีพื้นที่กว้างขวางถึงกว่า 170,000 ไร่ ติด 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ปากช่อง, อ.วังน้ำเขียว และ อ.ปักธงชัย แต่ปัญหาคือการเคลื่อนย้ายกระทิงทั้ง 200-300 ตัว ถ้าใช้การยิงยาสลบเคลื่อนย้ายไปจะลำบากมาก ดังนั้นการต้อนกระทิงไปจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ระยะทาง 8 กิโลเมตร พื้นที่เชื่อมต่อจะเป็นพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน ดังนั้นถ้าหากจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำการซื้อผลผลิตการเกษตรตามแนวเชื่อมต่อ ให้เป็นอาหารกระทิงในระหว่างต้อนไปป่าภูหลวง ก็จะมีโอกาสสูงที่จะสามารถต้อนฝูงกระทิงป่าให้ออกไปอยู่ในพื้นที่เขตป่าภูหลวงได้ในอนาคต" นายวิเชียรฯ กล่าว.


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend