ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563

พล.ต.อ.วิระชัยฯ เปิดยุทธการเอาคืนพื้นที่วนอุทยาน เกาะหลีเป๊ะ

7.85K 862
พล.ต.อ.วิระชัยฯ เปิดยุทธการเอาคืนพื้นที่วนอุทยาน เกาะหลีเป๊ะ

วันนี้ (12 พ.ย.60) พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รรท.รอง ผบ.ตร. ผู้รับผิดชอบงานด้านกฎหมาย พร้อมด้วย พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวษยะ รรท.ผบช.สกม. พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง รรท.ผบก.ทท 3 และตำรวจภูธรจังหวัดสตูล ได้สนธิกำลังหน่วยปฎิบัติการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือ และกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์ กองทัพบก จ.สตูล

ลงพื้นที่วนอุทยานเกาะหลีเป๊ะ เพื่อเอาคืนพื้นที่วนอุทยาน ซึ่งตำรวจได้อนุญาตจากกรมป่าไม้ให้ใช้เพื่อสร้างอาคารที่พักและที่ทำการตำรวจเป็นจำนวน 10 ไร่ แต่ได้ถูกนายทุนผู้มีอิทธิพลบุกรุกยึดถือครอบครอง สร้างรีสอร์ทหรูเต็มพื้นที่ เหลือพื้นที่ใช้สอยเป็นอาคารสถานีตำรวจเพียงแค่ 2 งาน หนำซ้ำยังกล่าวหาว่าตำรวจบุกรุกที่ดินของตนเอง และฟ้องขับไล่ให้ตำรวจให้รื้นถอนอาคารบ้านพักและตัวโรงพักออกจากพื้นที่

โดยเมื่อ 26 ธ.ค.55 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่พักอาศัย ว่าโจทก์มีชื่อในที่ดินพิพาท ออกโดยผู้ว่าและที่ดินจังหวัดยังไม่ถูกเพิกถอน เชื่อว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทและทาง สภ.หลีเป๊ะ ได้ทำการรื้อถอนบ้านพักออกไปตามคำพิพากษา ยังคงเหลืออยู่แต่เพียงตัวอาคารที่ทำการโรงพัก

เกาะหลีเป๊ะนั้น เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ซึ่งในอดีตนับเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญ และมีความยากลำบากในการเดินทาง เนื่องจากเป็นดินแดนที่อยู่ห่างไกล กลางทะเลอันดามัน คาบสมุทรอินเดีย หากเดินทางด้วยเรือเร็ว ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง จึงไม่มีผู้ใดเข้าใช้ทำประโยชน์หรือครอบครอง จนเมื่อ พ.ศ.2482 ทางราชการได้มี พรก.กำหนดให้เป็นที่หวงห้าม เพื่อประโยชน์แก่กรมราชทัณฑ์ โดยได้มีการก่อสร้างเรือนจำเพื่อใช้คุมขังนักโทษอุกฉกรรจ์ ที่มีอัตราโทษสูงเพื่อป้องกันการหลบหนี ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2517 ได้มีการถอนสถาพที่ดินดังกล่าวออกจากการเป็นเขตหวงห้ามเพื่อประโยชน์แก่ราชทัณฑ์ และประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติในวันเดียวกัน ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อ 20 เม.ย.17 ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ในขณะนั้น

กระทั่งเมื่อปี พ.ศ.2532 กรมตำรวจในสมัยนั้นได้มีหนังสือถึง รมต.เกษตรและสหกรณ์ เลขที่ สต 0018(กพ.2) / 2409 ลง 19 มิ.ย.32 เพื่อขอใช้ประโยชน์ในเขตที่ดินอุทยานแห่งชาติตะรุเตา บนเกาะหลีเป๊ะ บนที่ดิน ม.7 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล จำนวน 15 ไร่ เพื่อใช้่ก่อสร้างตาม ซึ่งต่อมาได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ได้จำนวน 10 ไร่ โดยให้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ ดังนี้

1) เพื่อเป็นศูนย์ปฏิบัติงานและที่พักของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

2) ศูนย์ประสานงานช่วยเหลืออุบัติภัยทางทะเล

3) เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับฝึกอบรมหลักสูตรการใช้เรือกู้ภัย การกู้ภัยทางทะเล และหลักสูตรอื่นๆ เพื่อความปลอดภัยของสาธารณะชนทางทะเล

4) เป็นการเสริมความมั่นคงของรัฐ เนื่องจากเป็นพื้นที่ชายแดน มีเขตติดต่อกับต่างประเทศ การสื่อสารและคมนาคมไม่สะดวก

5) เพื่อเป็นการป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่สวนงามไว้ให้คงอยู่ในสภาพดีสืบไป

6) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของชาวไทยและชาวต่างประเทศ

7) เพื่อเป็นศูนย์บริการและช่วยเหลือประชาชน

8) เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ ปชช / ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม

ซึ่งต่อมา กรมตำรวจได้จัดสร้างอาคารสถานีตำรวจและอาคารที่พักเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยงบประมาณการก่อสร้าง จำนวน 1,200,000 บาทในสมัยนั้น และจัดให้มีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร 2 นาย และนายตำรวจชั้นประทวน จำนวน 20 นาย อยู่ ปฏิบัติงาน และได้รับเกียรติจาก พล.ต.อ.เภา สารสิน อธิบดีกรมตำรวจในสมัยนั้น เดินทางมาทำพิธีเปิด

แต่ภายหลังได้มีนายทุนผู้มีอิทธิพลบุกรุกเข้ามาก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างบนพื้นที่ที่ตำรวจได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อสาธารณะประโยชน์ โดยอ้างสิทธิการถือครองที่ดินตามเอกสาร สน.3 และ สค.1 เหนือที่ดินผืนดังกล่าว จนปัจจุบันพื้นที่

ต่อมาเมื่อ 6 ธ.ค.56 ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้อง จนกระทั่ง เมื่อ 8 ส.ค.59 ศาลฎีกามีคำพิพากษาที่ 5697/2559 ลง 8 ส.ค. 59 พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์ เหตุผลว่า อุทยานแห่งชาติตะรุเตาอนุญาตให้จำเลยใช้ที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตาก่อสร้างอาคารเรือนพักเจ้าพนักงานตำรวจสายตรวจรักษาความปลอดภัยทางทะเลและเรือนพักอาศัยของผู้บังคับบัญชาบนเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตาโดยสุจริต การที่โจทก์มีเอกสารสิทธิหนังสือรับรองการทำประโยชน์ยึดถือไว้ก็ยังไม่อาจถือได้ว่าโจก์มีสิทธิหนังสือรับรองการทำประโยชน์ถือไว้ก็ยังไม่อาจถือได้ว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทดีกว่ากรมป่าไม้ และข้อเท็จจริงยังไม่อาจรับฟังได้ว่าโจทก์มีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่ากรมป่าไม้ ทั้งคดีไม่มีประเด็นข้อพิพาทว่าโจทก์หรือกรมป่าไม้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทดีกว่ากัน จึงยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์

วันเดียวกัน นายอมรินทร์ ศาลากิจ ผู้จัดการฯ รีสอร์ทหรู ซึ่งเป็นตัวแทนจากนายมานิตย์ กวีรัชต์ เจ้าของบันดาหยาวิลล่าและบันดาหยารีสอร์ท บนเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล และเป็นรองประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ ได้ขอความเป็นธรรม เปิดเผยว่า เจ้าของที่ดินคนเดิมชื่อนางณัฎฐญา สมานุกร เป็นปู้ฟ้องร้องว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกรุกที่ดิน ต่อมานายมานิตย์ กวีรัชต์ มาซื้อที่ดินต่อจากนายสุพล สมานุกร ซึ่งเป็นพ่อของนางณัฎฐญา ซื้อมาชอบโดยกฎหมาย จนมาถูกอุทยานฟ้องว่าบุกรุกที่อุทยาน ในพื้นที่กว่า 30 ไร่ และมีการฟ้องร้องดำเนินคดีเมื่อปี 2554 จนถึงปี 2556 อัยการมีคำสั่งถึงที่สุดว่าไม่ฟ้อง จึงดำเนินธุรกิจตามปกติ จนมาถูกกล่าวหาว่าบุกรุก


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend