ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ตำรวจพุ่งเป้า ชาวบ้านในพื้นที่ยิงกระทิง

350 0

(10 พ.ย. 60)เลขานุการมูลนิธิเขาใหญ่เชื่อกระทิงถูกยิงตายเพราะขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่าที่ออกมากินพืชผลการเกษตรกรณีพบซากกระทิงเพศผู้ อายุประมาณ 15 ปี น้ำหนักประมาณ900-1,000กิโลกรัม ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ไม่ทราบชนิดเสียชีวิตในไร่มันสำปะหลัง บ้านคลองสะท้อน หมู่ 5 ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ห่างจากแนวเขตผืนป่ามรดกโลก ดงพญาเย็น-เขาใหญ่ พื้นที่เขตการจัดการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 2 ขญ.23(วังหมี) ประมาณ 200 เมตร

วันที่ 10 พ.ย. 60 ผลการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและชันสูตรซากกระทิง โดยเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขญ.23 เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาแผงม้า นายสัตวแพทย์ปศุสัตว์อำเภอวังน้ำเขียวและพนักงานสอบสวน สภ.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว ระบุมีร่องรอยวิถีกระสุน 5นัด บริเวณซี่โครงซ้ายแต่ไม่พบปลอกกระสุนปืน

ส่วนการสอบปากคำนายสมศักดิ์โจษกลาง กำนันตำบลวังหมี ในฐานะพยานแวดล้อม ให้ความเห็นว่า สาเหตุน่าจะมาจากความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่า โดยกระทิงได้ออกมาหากินพืชผลทางการเกษตรในที่ทำกินของราษฎร จึงถูกผลักดันด้วยความรุนแรงทำให้กระทิงเสียชีวิต ส่วนความต้องการเนื้อเพื่อบริโภคหรือหวังผลต่อเขาหรือกะโหลกยังไม่พบความเชื่อมโยงแต่อย่างใด

พ.ต.อ มีชัย กำเนิดพรม ผกก.สภ.วังน้ำเขียว พร้อมชุดสืบสวนได้นำตัวผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นเจ้าของไร่มันสำปะหลัง จุดที่พบซากกระทิงตาย มาสอบสวนและตรวจค้นหาสิ่งผิดกฎหมายในบ้านพัก เบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย โดยผู้ต้องสงสัยให้การปฏิเสธ อ้างกระทิงถูกยิงมาจากที่อื่นแล้วมาล้มตายในไร่มันสำปะหลัง

พ.ต.อ มีชัย กล่าวว่า เมื่อวิเคราะห์จากวิถีกระสุนเป็นปืนแบบไทยประดิษฐ์ ซึ่งเป็นปืนที่ชาวบ้านนิยมใช้ป้องกันตัวและยิงขู่ขึ้นฟ้า หวังผลผลักดันสัตว์ป่า ถ้าเป็นนายพรานอาชีพต้องใช้อาวุธปืนที่มีอานุภาพมากกว่านี้ รวมทั้งต้องติดตามไปแล่เนื้อและนำเขาหรือหัวกระทิงไปด้วย จึงให้น้ำหนักเป็นชาวบ้านอาจไม่พอใจ กระทิงออกมาหากินนอกฝูงแล้วไปเหยียบย่ำหรือกินพืชผลทางการเกษตรจึงใช้ปืนยิงจนเป็นเหตุให้ตาย

ด้านนายธงชัย แสงประทุม เลขานุการมูลนิธิเขาใหญ่และเลขาธิการกลุ่มเรารักษ์ป่า กล่าวว่า ประเด็นปัญหาหลักของพื้นที่แห่งนี้ คือ ความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า ซึ่งเกิดขึ้นเรื้อรังกว่า 10 ปี ส่วนการล่าสัตว์ พบน้อยลง ที่ผ่านมาเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบสัตว์ป่าทั้งเจ้าหน้าที่ และชาวบ้าน จะช่วยกันผลักดันให้กลับคืนป่าทุกครั้ง จนกระทั่งมีสัตว์ป่าบางตัวคุ้นเคยกับมนุษย์ แต่ช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา สัตว์ป่าออกมาหากินนอกเขตอุทยานมากขึ้น ซึ่งมีแรงจูงใจจากพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน ซึ่งปลูกอ้อย ข้าวโพดและมันสำปะหลัง ถือเป็นแหล่งอาหารที่สัตว์ป่าชื่นชอบ

ข้อมูลล่าสุด ปี 2560 พบกระทิงกว่า 10 ตัว ช้างป่า 10 ตัว และหมีควาย 5 ตัว โดยกระทิงออกมากินใบมันสำปะหลัง ส่วนช้างป่ากินอ้อยและข้าวโพด ส่วนมันสำปะหลังจะถอนทิ้ง หมีควายกินข้าวโพด ชาวบ้านรุ่นบุกเบิกทราบดีว่า ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นนานแล้วและทุกคนช่วยกันแก้ปัญหาตามประสบการณ์และรูปแบบมาโดยตลอด แต่ผืนป่าถูกบุกรุกมาขึ้น จึงมีสัตว์ป่าออกมามากขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องขับไล่เกือบทุกวัน เกินขีดความสามารถของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้าน

"กรณีกระทิงถูกยิงตาย เชื่อไม่ใช่ประเด็นยิงเพื่อหวังตัดหัวขายให้นายทุนหรือเนื้อกระทิงตามใบสั่งแน่นอน หากเป็นนายพรานจริง คงจะเหลือแต่ซากเท่านั้นจึงเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนช่วยกันแก้ไขปัญหา เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องทำความเข้าใจกับชาวบ้าน เริ่มตั้งแต่พื้นที่รอยต่อเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า ต่อเนื่องถึงผืนป่าเขาใหญ่ บริเวณ ต.วังหมี ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อและเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าคล้ายกัน อยากให้มีแผนการจัดการเฉพาะหน้าหรือระยะสั้น และแผนระยะยาว เพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยใช้ข้อมูลและข้อเท็จจริงในพื้นที่มาใช้แก้ไขปัญหา ส่วนของชาวบ้านที่พบเจอสัตว์ป่าออกมา ขอให้แจ้ง จนท. ไม่ควรแก้ไขปัญหาด้วยการใช้อาวุธปืนยิงสัตว์ป่า ซึ่งผิดกฎหมายและไม่คุ้มกับสิ่งที่กระทำไป " นายธงชัยกล่าว


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend