ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ความหวังสุดท้าย โรคมะเร็ง ผู้ป่วย-ญาติแห่รับยา"หมอแสง"

31.20K 2.76K
ความหวังสุดท้ายโรคมะเร็งผู้ป่วย-ญาติแห่รับยาหมอแสง

ปราจีนบุรี - ทางเลือกสุดท้ายสำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ระยะ3-4รักษาที่ไหนก็บอกทำใจ หลังมีข่าวแพร่สะพัดออกไป เกี่ยวกับการรักโรคร้ายด้วยสมุนไพร หลายหมื่นคนเดินทางมารับยาจาก หมอเทวดา อย่างต่อเนื่อง กลับไปตรวพบเชื้อลดลงอย่างน่าอัศจรรย์ ความของประชาชนที่ป่วย แต่ยังไม่ได้การรับรองจาหหน่วยงาน หรือหน่วยงานกลัวเสียดุลย์ เลยปล่อย ให้เป็นเหมือนหมอเถื่อน

เมื่อช่วงเช้ามืดของ 5 พ.ย.60 ที่ผ่านมา มีชาวบ้านที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งพร้อมญาติเดินทางไปรอตรวจเอกสารที่บ้านพักนายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือผู้ป่วยเรียกว่า"หมอแสง"ตั้งแต่ช่วงเวลา 02.00 น. จนทำให้บริเวณบ้านพักเต็มไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศ และจากการที่มีประชาชนเดินทางไปขอรับยาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นระยะทางยาวหลายกิโลเมตร เนื่องจากประชาชนพร้อมญาติเดินทางไปในพื้นที่ได้นำรถยนต์จอดบริเวณไหล่ทางซ้ายและขวา ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมจิตอาสาต้องช่วยกันจัดการจราจร

การตรวจเอกสารเพื่อขอรับยาสมุนไพรแก้โรคมะเร็ง ทางกลุ่มเพื่อนหมอแสงได้จัดเป็นรอบ โดยรอบแรกให้สำหรับผู้ป่วยที่เดินทางมารับด้วยตนเอง รอบสองสำหรับญาติที่มารับแทน จากการตรวจสอบและสอบถามพบว่า มีทุกกลุ่มอาชีพไม่ว่าแพทย์ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการฝ่ายพลเรือน ตุลาการ ผู้มีฐานะร่ำรวย จนถึงกลุ่มผู้ยากไร้ ที่เดินทางมาขอรับสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง รวมกว่าหมื่นราย จากการที่มีประชาชนเดินทางไปเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ประชาชนบริเวณใกล้เคียงมีรายได้ จากการขายอาหาร เครื่องดื่ม จักรยานยนต์รับจ้าง รวมไปถึงที่พักและรับฝากรถ ซึ่งสร้างรายได้เป็นเม็ดเงินมหาศาลให้กับประชาชนในพื้นที่ซึ่งในช่วงบ่ายนายแสงชัย แหเลิศตระกูล พร้อมกลุ่มเพื่อนได้นำสมุนไพรมาตั้งบนโต๊ะ เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ป่วย ซึ่งใช้เวลาประมาณกว่า 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ จากนั้นผู้ป่วยพร้อมญาติได้เดินทางกลับภูมิลำเนาด้วยความดีใจที่ได้ยากลับไปรักษาตัว

นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "หมอแสง" ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในเรื่องแจกสมุนไพรรักษามะเร็งฟรีแก่ผู้ป่วยที่ป่วยมะเร็ง กล่าวว่า "ปกติเราเป็นคนชอบพืชสมุนไพร และตะเวนไปทั่ว พอดีได้ไปทำงานแถวชายแดน ไปเจอหมอเขมรแล้วถูกชะตา แกเลยบอกสูตรสมุนไพรที่รักษาประเภท ฝีในตับ สมองบวม ลำไส้เน่า คนเก่งเอาไปต่อยอดเอาเอง ไปรักษาคน ปกติแกไม่เคยให้ใครผมก็เลยเอามาต่อยอด รักษาหมาที่จิ๋มเน่า แล้วพระก็จับไปรักษา มีบางช่วงคนที่นอนโรงพยาบาลแล้วหมอให้กลับบ้าน เราก็แอบไปให้ลอง บางคนก็หาย บางคนก็อยู่ได้นานแต่ก็เสียชีวิต

เรานำมาต่อยอดอยู่ประมาณ2ปี ก่อนที่จะเอามาให้คนกินก็เอาไปลองกับหมา สมัยก่อนยังไม่มีกฎหมายหมาก็ลองทำมาตลอด กรณีที่ลูกเป็นจุดและปวดหัว ก็ยังไม่กล้าลองกับลูก ก็เอาไปลองกับสัตว์และ คนใกล้ตายก่อน ก็เอามาลองกับลูก แล้วก็ฝ่อไป ก็เลยมาคิดทำแจก เพราะรู้หัวอกคนเป็นพ่อ-แม่ เวลาลูกเป็นอะไรก็เลยลอง 

ส่วนความเชื่อถือของคนนั้น ผมบอกว่ามันเป็นสมุนไพรทางเลือก ให้ไปหาหมอก่อน ตนจะพูดย้ำอยู่ตลอดเวลาให้รักษาควบคู่กันไป แต่คนที่มาหาเป็นพวกที่หมอปฏิเสธเขา เหมือนคนจะจมน้ำตาย อะไรก็ต้องไขว่คว้าหายึดเกาะให้ได้ เขามาหาเราเราก็แบ่งปันไป คนพวกนี้คงรักษาควบคู่ไม่ไหวแล้ว คือทางโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษาให้กลับมาอยู่บ้านรักษาตามอาการ

ส่วนสูตรนั้นก็เปิดเผย คนที่รับไปไม่เห็นแก่ธุรกิจ ผมก็ให้ไปหลายคน เช่น ผู้พิพากษา วิชาญ ชำนาญกุล หัวหน้าศาลชั้นต้น ก็รับสูตรไปแล้วลองทำ จริงๆ วัตถุหลักคือ รำข้าวนาปี ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ เกสรดอกหญ้า ก็อยู่ที่การผสมผสาน เหมือนการหมักเหล้า หมักไวน์ การทำสมุนไพรก็เช่นเดียวกันใช้เวลาประมาณ5-6เดือน ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงบรรจุแคปซูล

ส่วนเรื่องจำนวนที่มีคนต้องการมากขึ้นนั้น ความจริงแล้วสมุนไพรเรายังผิดกฎหมาย สมุนไพรตัวนี้ไม่มีหน่วยงานไหนกล้ารับรอง จะทำแต่วิจัย แต่ก็ไม่เห็นส่งคนลงมาวิจัยสักที ทั้งที่นำตัวสมุนไพรไปตรวจ พอมีข่าวทีก็นำไปตรวจทีแล้วก็เงียบไป

ด้านทุนในการทำนั้น ผมมีกลุ่มเพื่อนเป็นนักธุรกิจบ้านจัดสรร คือคุณพรทิพย์ ล้อสีทอง เขาเห็นเรามุมานะ และตั้งใจเขาก็โดดลงมาช่วย ซึ่งตอนนั้นผมวิกฤตแล้ว ผมคิดจะเลิกแล้วไม่มีทุนสู้ เขาก็นำของนำเงินเข้ามาช่วย เราก็เลยมาลุยต่อ อนาคตก็มองไม่ออก เพราะเรายังทำถูกต้องไม่ได้ ก็พยายามทำทุกอย่าง ผลิตอย่างเดียวให้ทันกับความต้องการของชาวบ้านที่หมดทางรักษา พยายามทำให้ถึงที่สุด มีกลุ่มเพื่อนมาช่วยแล้ว

ขณะนี้สมุนไพรตัวนี้ดังไปมากแล้ว เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ภาครัฐน่าจะส่งคนลงมาดู มาอธิบายแนะนำขั้นตอนว่า จะทำอย่างไรให้ถูกต้อง แต่ก็เงียบกันหมด น่าจะส่งคนลงมาว่าจะทำอย่างไรให้ถูกต้อง ทั้งคนกินคนให้จะได้สบายใจทั้งคู่ ต้องการให้ถูกต้อง วันเสาร์นี้ เราจะรวบรวมสถิติที่คนนำไปใช้แล้ว ก็มีตั้งแต่นายแพทย์ แพทย์หญิง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับต้น ๆ ของประเทศ ก็มาเอาไปลองกับ ภรรยา ลูก แม่ ก็ดีขึ้น ตอนนี้จะให้เขียนหนังสือว่า เคยเป็นมะเร็งค่าเท่าไร หลังจากกินสมุนไพรแล้ว ค่ามะเร็งลดลงไหม ตอนนี้กำลังรวบรวมอยู่ ส่วนเรื่องวันเวลาที่มารับสมุนไพรนั้นเป็นประเพณีมานานกว่า10ปี แล้ว ทุกวันอาทิตย์ต้นเดือนของทุกเดือน ก็ขอให้มาหลังเที่ยงวันเสาร์ เพราะมีปัญหาเรื่องการจราจร คนที่มาเป็นหมื่นรวมทั้งญาติผู้ป่วย แต่คนที่มารับยาน่าจะประมาณ5พันคน แต่สมุนไพรก็พอ พยายามจะทำให้ถึงที่สุด ได้ช่วยคนแล้วก็สบายใจ


เรื่องโดย สายชล หนูแดง | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend