ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563

กวดวิชาออนไลน์ ตอบโจทย์เด็กไทยยุดดิจิตอล

3.64K 124
กวดวิชาออนไลน์ ตอบโจทย์เด็กไทยยุดดิจิตอล

อยากสอบเข้าโรงเรียนดังได้ ติดคณะดังม.อันดับต้นๆของประเทศต้องไปกวดวิชากลายเป็นค่านิยมของเด็กที่ต้องการเรียนเก่งสอบติด พ่อแม่ผู้ปกครองสนับสรนุน

ด้วยจำนวนที่นั่งเรียนในระดับอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศมีจำนวนจำกัด ไม่เพียงต่อความต้องการของน้องๆที่อยากจะเข้าเรียนต่อทำให้เกิดการแข่งขันจึงสูง จึงต้องใช้ความพยายามและหาทางเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่ต้องการและดูเหมือนว่าโรงเรียนกวดวิชาหรือติวเตอร์สามารถตอบโจทย์ได้ จึงไม่แปลกที่มีเด็กและผู้ปกครองหลายคนส่งเสริมให้เรียนกวดวิชา ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการสอนเปลี่ยนไปจากเดิมติวเตอร์ทำการสอนในห้องเรียน มาเป็นสอนทางออนไลน์ คอมพิวเตอร์ หรือวีซีดีแทนกันแล้ว ไปติดตามรายละเอียดกับ ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ

กฤติกา ปาลกะวงศ์ หรือครูหนูติวเตอร์ภาษาอังกฤษ Gift Interpassอธิบายว่าปัจจุบันเด็กที่มาติวส่วนใหญ่มีเป้าหมายไม่ต่างกับตัวติวเตอร์ในอดีตต้องการสอบเข้าเรียนต่อในโรงเรียนชื่อดังและมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ แต่ด้วยความที่ข้อสอบสอบเข้าระดับอุดมศึกษายากบางทีไม่ตรงกับหลักสูตรที่เรียนมาจึงต้องหาตัวช่วยด้วยการเรียนกวดวิชาโดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์จึงต้องมาเรียนกับติวเตอร์เพื่อทำข้อสอบให้ได้และทันเวลาทำคะแนนให้ได้มากที่สุดเพื่อให้ได้เรียนในโรงเรียน หรือคณะที่ตัวเองต้องการ

กฤติกา ปาลกะวงศ์ หรือครูหนูติวเตอร์ภาษาอังกฤษ Gift Interpass"ทุกวันนี้นอกจากสอนเด็กที่สมัครเรียนกับทางโรงเรียนกวดวิชาแล้ว ติวเตอร์ยังต้องเดินทางไปต่างจังหวัดทั่วประเทศ เพราะมีโรงเรียนเชิญไปเป็นวิทยากรติวให้นักเรียนในช่วงปิดเทอมหรือวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ เมื่อเดินทางบ่อยเวลาสอนสดก็น้อยลง ผู้เรียนของสถานบันก็อาจได้รับผลกระทบ การสอนผ่านระบบออนไลน์จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำได้ ซึ่งเด็กๆ ก็พอใจ เพราะเขาสามารถเปิดติวเวลาไหนและที่ไหนก็ได้ โดยไม่ต้องมาเรียนที่สถาบัน และถามว่าเรียนออนไลน์ไม่สามารถถาม ตอบได้ ตรงนี้ไม่ใช่ปัญหา เพราะประสบการณ์ที่เป็นติวเตอร์มา 20 ปีจะรู้ว่าเด็กไม่เข้าใจตรงไหนก็จะย้ำให้หลายๆ รอบ"กฤติกา กล่าว

ปัจจุบันโรงเรียนกวดวิชา หรือสถาบันติวหลายแห่งมีการเรียนออนไลน์ ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องมาเรียนสดก็ได้วิเศษ กี่สุขพันธ์ หรือ "ครูเอ๋"ติวเตอร์คณิตศาสตร์ สถาบันกวดวิชา We by the Brain บอกว่าไม่อยากให้มองว่า เพราะจำนวนผู้เรียนมากขึ้นเลยทำให้ต้องเปลี่ยนจากการสอนสดในห้องมาเรียนทางคอมพิวเตอร์แทน เพราะไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่เป็นเพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการติวผ่านคอมพิวเตอร์ได้การใช้นวัตกรรมทางการศึกษาจึงเป็นทางเลือกที่ดีในขณะที่ติวเตอร์บางวิชามีจำนวนจำกัดวิเศษ กี่สุขพันธ์ หรือ "ครูเอ๋"ติวเตอร์คณิตศาสตร์ สถาบันกวดวิชา We by the Brain "การกวดวิชากับการเรียนในโรงเรียนเป็นการเกื้อหนุนซึ่งกันและกันมากกว่า เปรียบเหมือนการทานข้าว โรงเรียนในระบบเป็นข้าว อาหาร ส่วนโรงเรียนกวดวิชาเป็นวิตามิน ที่กินแล้วร่างกายแข็งแรงขึ้นไม่อยากให้มองว่าหลักสูตรของกระทรวงศึกษาไม่เข้มข้นพอ เด็กๆ จึงอยากมาเรียนกับโรงเรียนกวดวิชา เพราะจำนวนที่นั่งเรียนในระดับอุดมศึกษาที่มีจำนวนจำกัด และความต้องการของน้องๆที่อยากจะเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ การแข่งขันจึงสูง อีกทั้งด้วยความต้องการนำความรู้จากสถาบันกวดวิชาไปใช้ทำเกรดในโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนกวดวิชาสามารถตอบโจทย์ได้ ซึ่งต้องทำควบคู่กันไป จะได้ผลดี"

"ครูเอ๋" บอกว่าไม่อยากให้คิดว่าติวเตอร์มีหน้าที่เก็งข้อสอบหรือสอนแต่สูตรลัดเพียงอย่างเดียว เพราะติวเตอร์จะให้ความรู้รากฐานเชิงลึกด้วย และให้โจทย์ที่มีระดับความยากขึ้นเรื่อยๆ จนเด็กสามารถทำได้ เข้าใจเนื้อหา กระทั่งเกิดความมั่นใจ และภูมิใจในตัวเอง ความสนุกและความสุขในเวลาเรียนก็จะเกิดขึ้น และที่สำคัญเด็กจะไม่เบื่อการเรียน เพราะบุคลิกการสอนที่สนุกสนานของติวเตอร์ ที่สำคัญติวเตอร์ยังทำหน้าที่เป็นพี่ที่ให้คำแนะนำการเตรียมตัวให้น้องๆ สอบติดว่ากันว่าค่าใช้จ่ายในการเรียนพิเศษแต่คอร์สมีตั้งแต่ 4 หลักไปขึ้นจนถึง 5 หลักเลยทีเดียว "ไพศาล ขุนวิเศษ"ผู้ปกครองที่ส่งลูกเรียนโรงเรียนกวดวิชาค่าเรียน 1 คอร์สอย่างต่ำ 8 พันบาทแต่ต้องจ่ายเพื่อให้ลูกสอบติด

ซึ่งจากการสอบถามกับน้องๆ นักเรียนที่เคยติวที่โรงเรียนกวดวิชาจิดาภา แจ่มประจักษ์ม.6 ร.ร.นิรมลชุมพร จ.ชุมพรได้คำตอบว่าเรียนกับติวเตอร์จะได้เทคนิคการทำข้อสอบที่ในห้องเรียนไม่มีให้ ช่วยให้ทำข้อสอบได้เร็ว รวมทั้งถ้าเรียนไม่ทันเพื่อน หรือเรียนไม่เข้าใจในห้องเรียน ก็จะทำให้เข้าใจบทเรียนมากขึ้น

อย่างไรก็ตามการเพิ่มจำนวนของติวเตอร์และสถาบันกวดวิชา ไม่ใช่สิ่งที่เป็นเรื่องดีของระบบการศึกษาไทยมากนักศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยฟันธงว่าการเพิ่มจำนวนของติวเตอร์และสถาบันกวดวิชา ยิ่งสะท้อนความล้มเหลวของการศึกษาไทย เพราะเมื่อก่อนสถาบันกวดวิชากระจุกตัวอยู่เฉพาะในกรุงเทพมหานคร แต่ทุกวันนี้กระจายอยู่ทุกจังหวัด ยิ่งตัวเลขค่าตอบแทนสูง สถาบันกวดวิชาก็จะเพิ่มขึ้น เฉพาะแค่วิชาเคมีที่ตึกวรรณศร ย่านพญาไทก็มีมูลค่าพันล้านบาทแล้ว และด้วยระบบการสอบคัดเลือกเป็นข้อสอบวัดความรู้ ความจำเนื้อหาเกินระดับ สถาบันกวดวิชาจึงกลายเป็นเครื่องมือและคำตอบของเด็กดังนั้นหากรัฐบาลต้องการสร้างเด็กที่มีคุณภาพต้องเปลี่ยนคนกำหนดนโยบาย ยกเลิกการสอบคัดเลือกที่ใช้ความรู้ ความจำเป็นตัวตัดสิน ลดเนื้อหาในหลักสูตร เพิ่มกระบวนการคิดวิเคราะห์ นอกจากนี้ต้องเปลี่ยนค่านิยมพ่อแม่ที่พยายามให้ลูกเรียนเกินระดับ จะได้สอบเข้าได้และเก่งกว่าคนอื่นไปพร้อมกันด้วย จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาการเพิ่มจำนวนโรงเรียนกวดวิชาลงได้ ดร.พะโยม ชิณวงศ์เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

ดร.พะโยม ชิณวงศ์เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนระบุว่าปัจจุบันโรงเรียนกวดวิชาทั่วประเทศมีทั้งหมด 2,422 โรง มีใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือสช.ถูกต้องตามกฎหมาย หรือมาตรา 120 ของพ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ.2554 ในจำนวนนี้เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร 626 โรง และต่างจังหวัด 1,796 โรง

และยังมีผู้ประกอบการหลายรายแบบไม่มีชื่อ แต่ใช้พื้นที่อย่างอาคารพาณิชย์ บ้านพักตัวเองเปิดสอน โดยไม่ได้มีการขออนุญาตอย่างถูกต้องแต่ถ้ามีการรวมตัวกันเรียนของผู้เรียน 7 คนขึ้นไปต่อวัน ตามกฎหมายถือว่าการสอนที่เข้าข่ายการประกอบกิจการโรงเรียนกวดวิชา ซึ่งต้องมาทำเรื่องขออนุญาต ถ้าเปิดสอนโดยไม่มีใบอนุญาตก็มีมาตรการทางกฎหมายจัดการ หากไม่ปฏิบัติตาม สช.ก็จะแจ้งความดำเนินคดี


เรื่องโดย ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend