ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ตามรอย"ในหลวงร.9" พลิกฟื้น"ทุ่งกุลา"นาปลอดสารพิษ

2.69K 458
ตามรอยในหลวงร.9 พลิกฟื้นทุ่งกุลานาปลอดสารพิษ

"ให้สัญญากับตัวเองว่าจะเดินตามรอยพ่อหลวงของปวงชนชาวไทยให้ได้ ด้วยการทำนาบนหลักเศรษฐกิจพอเพียง ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ พึ่งพาสารเคมีแต่น้อย" หนึ่งในคำบอกเล่า "ดาบเฉิน"

       เพราะเติบโตมาในครอบครัวชาวนา หลังจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน "สมนึก สัมฤทธิ์" สอบเข้าโรงเรียนผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ควบคู่ไปกับสานต่ออาชีพดั้งเดิม เติบโตในหน้าทีี่การงานตามลำดับ ในวัยใกล้เลข 5 ดาบเฉิน หรือ "อาเฉิน"ของเพื่อนๆขอเดินตามรอยพ่อหลวงทำนาข้าวไรท์เบอรี่ในที่นาดั้งเดิมของครอบครัว โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงทำนาปลอดสารพิษและพยายามทำเป็นตัวอย่างเพื่อชักชวนให้เพื่อนบ้านทำตาม      "ให้สัญญากับตัวเองว่าจะเดินตามรอยพ่อหลวงของปวงชนชาวไทยให้ได้ ด้วยการทำนาบนหลักเศรษฐกิจพอเพียง ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ พึ่งพาสารเคมีแต่น้อยพยายามทำให้เป็นตัวอย่างเพื่อนๆชาวนาในทุ่งกุลาร้องไห้ด้วยกันให้มากที่สุด เมื่อเขาเห็นตัวอย่างว่าดี และมีประโยชน์ชาวบ้านก็จะทำตามเอง"สมนึก สัมฤทธิ์ หรืออาเฉิน แห่งสถานีตำรวจภูธรท่าตูม จ.สุรินทร์ กล่าว

      ดาบเฉินในวัย 48 ปีพร้อมคู่ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านจานเตย ต.ทุ่งกุลา อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ช่วยกันทำนาปลอดสารพิษในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้มาแล้ว 10 กว่าปี พวกเขาทั้ง 2 ยอมรับว่า เหนื่อย แต่ผลลัพภ์ที่ออกมาเห็นแล้วชื่นใจ ภูมิใจและหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง นาข้าว 7 ไร่ปลูกข้าวไรท์เบอรี่ มีผลผลิตที่น่าพอใจแถมยังมี กบ กุ้ง หอย ปู ปลา อาหารหากินได้ตลอด เพราะการทำนาที่ไม่ได้ใช้ปุ๋ยสารเคมี จะมีสิ่งมีชีวิตมาอาศัยอยู่ร่วมได้

ดาบเฉิน    ก่อนหน้านี่ ครอบครัวอาเฉิน ทำนาข้าวหอมมะลิ 105  มาโดยตลอด กระทั่่งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว "พ่อ" ผู้ให้กำเนิดอาเฉิน มีโอกาสได้ลิ้มรส ข้าวไรท์เบอรี่แล้วมีผลดีต่อร่างกาย ขับถ่ายง่าย ร่างกายแข็งแรงดีขึ้น ทั้งๆที่อายุ 81  ปีแล้วแต่ยังเดินไปนา ดูข้าวได้โดยที่อายุไม่ใช่อุปสรรคของการใช้ชีวิต เขาจึงได้ปรับเปลี่ยนมาทำนา ไรท์เบอรี่ ไว้รับประทานในครอบครัว จะได้ไม่ต้องไปซื้อหา เพราะที่มีนาอยู่แล้ว      "อยากให้พ่อได้กินข้าวที่ปลูกในนาข้าวของพ่อ จากน้ำมือของลูกๆเอง ได้ทั้งความปลอดภัยจากสารพิษ สะอาด และมีความภูมิใจที่ได้ตอบแทนบุญคุณพ่อ ทำให้พ่อได้กินข้าวที่ดีมีคุณภาพ ถ้าเหลือก็แบ่งขายให้คนอื่นได้มีโอกาสกินข้าวที่มีคุณภาพปลอดสารพิษไปด้วยในตัวอีกทางหนึ่งด้วย ทุกครั้งที่เห็นคนอื่นๆได้กินข้าวที่เราปลูก มันมีแต่ความภูมิใจมาก พูดเลย " ดาบเฉิน กล่าว       ทุกวันนี้ "อาเฉิน"รวมกลุ่มกับเพื่อน "ชาวนาลุ่มแม่น้ำมูล" ประมาณ 50 คนร่วมกันทำนาปลอดสารพิษ"ข้าวไรท์เบอรี่"กว่า 100 ไร่ จาก โดยมีตลาดขายข้าวผู้รับซื้อในราคากิโลกรัมละ 30-35 บาท "อาเฉิน" บอกว่าเขาเน้นขายข้าวที่มีคุณภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประทานข้าวที่ปลอดสารพิษ ปลอดภัยต่อสุขภาพ ในชื่อ "ข้าวคูนคำ"นั่นเอง      "ทำนาอินทรีย์ ข้าวไรท์เบอรี่มาแล้ว 4 ปีในพื้นที่ 7 ไร่ลงทุนประมาณไร่ละ 1,500 บาทได้ผลผลิตประมาณ 500 ก.ก.ขายได้โลละ 35 บาท ก็พอใจแล้ว      ตั้งจะทำนาไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมดลมหายใจ เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษา เรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ เพราะนับวันพื้นที่ในการทำนาจะลดน้อยลง คนรุ่นใหม่ก็ไม่ได้สนใจที่สานต่ออาชีพดั้งเดิมของพ่อแม่ แม้ว่าจะเติบโตในครอบครัวชาวนาก็ตาม จึงตั้งใจว่าจะทำไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมดแรง หมดลมหายใจ"ดาบเฉิน กล่าวทิ้งท้าย 0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0[email protected]    


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend