ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

62 ปี "เรือเวชพาหน์"คลินิกลอยน้ำพระราชทานจากในหลวงร.9

4.91K 1.09K
62 ปี เรือเวชพาหน์คลินิกลอยน้ำพระราชทานจากในหลวงร.9

"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเรือลำนี้ เมื่อ พ.ศ. 2498 เพื่อใช้บรรเทาทุกข์และรักษาประชาชน โดยไม่คิดมูลค่าใด ๆ ทั้งสิ้น" เป็นข้อความด้านข้างทั้ง 2 ด้านของเรือพระราชทาน "เวชพาหน์"

ที่มา : คมชัดลึกออนไลน์

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชปรารภว่า "ราษฎรที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ตามลำแม่น้ำในหลายตำบล ตั้งอยู่โดดเดี่ยว ยังไม่มีทางหลวงเชื่อมต่อจังหวัด แม้ว่าจะมีการคมนาคมติดต่อกับจังหวัดทางน้ำได้ก็ห่างไกลโรงพยาบาลประจำจังหวัดมาก ถ้าเจ็บป่วยก็ต้องรักษาพยาบาลแผนโบราณ ซึ่งไม่ค่อยได้ผลในโรคหลายอย่าง" และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดหระหม่อมให้บริษัท อู่เรือกรุงเทพฯ จำกัด ต่อเรือยนต์ขึ้นด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อพระราชทานให้แก่สภากาชาดไทย ใช้เป็นหน่วยเคลื่อนที่รักษาพยาบาลประชาชนตามลำน้ำต่าง ๆ โดยพระราชทานชื่อว่า "เวชพาหน์" (อ่านว่า เวด-ชะ-พา)และได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีพระราชทานเรือ ในวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2498 เวลา 12.00 น. ณ ท่าวาสุกรี กรุงเทพมหานคร หลังจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรทรงเจิมเรือพระราชทาน "เวชพาหน์" เรือก็ออกปฏิบัติงานที่จังหวัดนนทบุรีทันที และเมื่อ 20 กันยายนพ.ศ. 2498 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงห่วงใยราษฎร จึงเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรกิจการภายในเรือพระราชทาน "เวชพาหน์" ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีบวงสรวงพระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ อนุสรณ์ดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี เรือพระราชทาน "เวชพาหน์" เป็นเรือไม้ 2 ชั้น ขนาดกว้าง 3.81 เมตร ยาว 15.69 เมตรสูง 3.75 เมตร กินน้ำลึก 1.20 เมตร เครื่องยนต์ดีเซล 200 แรงม้า เครื่องยี่ห้อโตโยต้า 6 สูบ ความเร็วเรือ12 น็อตต่อชั่วโมง สามารถบรรทุกผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ประจำเรือได้ 30 คน ชั้นบน เป็นโถงโล่งใช้เป็นที่พักผ่อนสำหรับเจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ชั้นล่าง ประกอบด้วย ห้องตรวจรักษาโรคทั่วไป ห้องทันตกรรมห้องผ่าตัดเล็ก ห้องนอนเจ้าหน้าที่ประจำเรือ ห้องสุขา ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องเครื่องยนต์ สำนักพระราชวังได้จดทะเบียน "เวชพาหน์" เป็นเรือยนต์หลวง และให้อยู่ในความดูแลรักษาของฝ่ายเรือยนต์หลวงกองพระราชพาหนะ สำนักพระราชวัง ซึ่งจะจัดเจ้าหน้าที่ประจำเรือในการนำออกใช้ปฏิบัติงานตามที่สภากาชาดไทยกำหนดแจ้งขอเป็นครั้งคราว สภากาชาดไทย น้อมสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 และยังคงใช้เรือพระราชทาน "เวชพาหน์" ในการบรรเทาทุกข์และรักษาประชาชนที่เจ็บป่วย ทั้งด้านการตรวจรักษาโรคทั่วไป การฝังเข็มประยุกต์ การตรวจรักษาด้านทันตกรรม การให้ความรู้ด้านสุขศึกษา และการป้องกันโรคต่าง ๆ นับแต่วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2498 ถึงวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2560 รวมทั้งสิ้น 151 ครั้ง ใน 19 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี สุพรรณบุรี นครสวรรค์ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี กาญจนบุรี ลพบุรี อ่างทอง ราชบุรี ปทุมธานี สมุทรสงคราม นครปฐม อุทัยธานี และสมุทรปราการ ตลอดระยะเวลา 62 ปี ของเรือพระราชทาน "เวชพาหน์" มีประชาชนมารับบริการไปแล้ว 346,090 คน และจะออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เรือพระราชทานเวชพาหน์ บริการประชาชนที่อาศัยอยู่ตามริมสองฝั่งแม่น้ำลำคลองในเขตจังหวัดปทุมธานี โดยปฏิบัติงานร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 2-6 ตุลาคม 2560 ดังนี้วันที่ 2 ตุลาคม 2560 ปฏิบัติงาน ณ วัดโบสถ์ ตำบลบางกระบือ อำเภอสามโคก วันที่ 3 ตุลาคม 2560 ปฏิบัติงาน ณ โรงเรียนวัดป่างิ้ว ตำบลบ้านงิ้ว อำเภอสามโคก วันที่ 4 ตุลาคม 2560 ปฏิบัติงาน ณ วัดสะแก ตำบลสามโคก อำเภอสามโคกวันที่ 5 ตุลาคม 2560 ปฏิบัติงาน ณ วัดสำแล ตำบลบ้านกระแชง อำเภอเมืองวันที่ 6 ตุลาคม 2560 ปฏิบัติงาน ณ วัดบางเดื่อ ตำบลบางเดื่อ อำเภอเมืองสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 1664


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend