ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

'ริท' ยอมเสียเงินล้านหากจบปัญหาร้านตัวเองกับเจ้าของพื้นที่

42.38K 762
ริท ยอมเสียเงินล้านหากจบปัญหาร้านตัวเองกับเจ้าของพื้นที่

"ริท" เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช อธิบายเหตุผลที่โพสต์ข้อความเสียใจหลังร้านกาแฟ "Creadz Cafe" ของตัวเอง มีปัญหากับเจ้าของพื้นที่ตั้งร้าน

กลายเป็นดราม่า เมื่อ "ริท" เรืองฤทธิ์ โพสต์ข้อความระบายความเศร้า หลังร้านกาแฟ Creadz Cafe" ของเขา เกิดปัญหากับทางเจ้าของพื้นที่ตั้งร้าน ล่าสุดเจอหนุ่มริทเลยถามถึงเรื่องนี้

"เราทำธุรกิจเป็นมือใหม่ เราเข้าใจว่าคนที่อยู่แวดล้อมเรา ถึงจะเป็นแวดล้อมแบบที่เป็นการติดต่ซื้อขาย เราเข้าใจว่าทุกคนคือมิตร เพราะว่าทุกคนยิ้มให้กัน อยู่ด้วยคุยกันดี ยินดีต่อกัน เราไม่คิดว่าพอข้างหลังไป กลายเป็นว่าทุกอย่างเป็นเรื่องธุรกิจ ไม่มองความรู้สึกกันเลยขนาดนี้ ซึ่งริทไม่ทราบว่าเหตุผลจริงๆ ของเขาคืออะไร คือก็อาจจะตีความว่าเขาอจะเอาไปทำเองหรือเปล่า คือจริงๆ ต้องคุยกันตามกฎหมายและก็สัญญา พอถึงเวลาจริงๆ ก็คงต้องเอาสัญญามาว่ากัน เพราะตอนแรกประกาศว่าจะเซ้ง แต่เขาก็มาบอกว่าไม่ให้เซ้ง เพราะจริงๆ แล้วถ้าจะเซ้งก็ต้องเป็นผู้เซ็นคนเดิมมาจัดการต่อ อันนี้เราเข้าใจว่าทำไมได้แล้ว อันนี้เราก็ไม่ได้ว่าเขา เซ้งไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ถ้าเราจะทำต่อหรือยังไงมันเป็นสิทธิของเราตามสัญญาที่คุยไว้" ริทบอก

อารมณ์ตอนนั้นที่ริทโพสต์ข้อความลงไปรู้สึกยังไง

"รู้สึกเสียใจมากกว่า ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงินหรือขัดแย้งอะไรกัน แต่ริทรู้สึกเหมือนว่า ริทรู้จักกับพี่ (นักข่าว) แบบนี้ แล้วริทรู้สึกว่าพี่ (นักข่าว) ก็เป็นคนที่ดีกับริทมาตลอด เป็นคนที่ช่วยเหลือริทมาตลอด เราคือคนที่ดีต่อกัน มีอะไรเอื้อเฟื้อและดีต่อกันมาตลอด ไม่คิดว่าพอเป็นเรื่องอย่างนี้ มันจำเป็นต้องไม่ดีต่อกันขนาดนี้เลยเหรอ ริทเลยไม่เข้าใจ อาจจะเป็นที่ตัวริทเองที่ผิด ที่เป็นมือใหม่ เลยไม่รู้ว่านักธุรกิจจริงๆ เขาจริงจังกับเรื่องเงินๆ ทองๆ จนแบบไม่ใส่มิตรภาพเราขนาดนี้เลยเหรอ ก็เลยเป็นความรู้สึกเสียใจตัวเองมากกว่า ถามว่ามองโลกในแง่ดีเกินไปหรือเปล่าในการทำธุรกิจ อาจจะเรียกแบบนั้นก็ได้ คือไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจหรอก อย่างเพื่อนริท 3 คนที่ทำร้านด้วยกัน เราก็คุยกันตั้งแต่แรกเลยว่า ไม่ว่าร้านจะเป็นยังไง จะขาดทุนยังไงก็แล้วแต่ เราห้ามทะเลาะกัน มิตรภาพของเพื่อนจะต้องมาก่อนเรื่องเงิน พอคนรอบข้างที่เข้ามา เราก็รู้สึกแบบนี้ ทำให้เราเสียว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ ในส่วนของเรา 3 คนก็คุยกัน ไม่ได้มีัปัญหาอะไรกัน และไม่ได้มีความคิดล้มเลิกที่จะทำร้าน จริงๆ เราวางแผนด้วยซ้ำว่าเราจะทำต่ออะไรยังไง คิดขั้นต่อไปแล้ว แต่ก็เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นมา ตอนนี้ก็ต้องรอเวลา แล้วค่อยว่ากันด้วยสัญญาอีกที เพราะสัญญาจะหมดช่วงกลางปีหน้า" นักร้องหนุ่มเผย

จะเอาเรื่องของกฎหมายมาจัดการปัญหานี้เลยไหม

"ไม่ได้ถึงขนาดเอากฎหมายมา แต่สัญญามันเป็นตัสกำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่าอะไรเป็นยังไง ขึ้นอยู่กับว่าจะตีความสัญญากันยังไงมากกว่า ถ้าสมมติว่าคุยกันแล้วไม่ลงตัว ถามว่าจะฟ้องร้องกันไหม บอกเลยว่าไม่ เพราะว่าริทจะยอม ยังไงริทก็ไม่เอากฎหมายมาสู้ เพราะว่ายังไงริทก็เคารพเขา และไม่อยากทำอะไรให้เป็นการบาดหมางกัน ถ้าเกิดเขาไม่โอเคจริงๆ และยืนยันว่าจะทำแบบนั้นต่อ ริทก็โอเค ริทยอม เสียเงินก็เสียเงิน ก็ยอม ไม่อยากเป็นคนที่ทำอะไรใครมากกว่า ไม่รู้ซิ วันหนึ่งอาจจะคุยกันเคลียร์กันเข้าใจก็ได้ หรือยังไงก็ไม่รู้ ริทไม่อยากคิดไปไกลกว่านี้ ริทไม่อยากทะเลาะกับใคร ไม่ชอบการทะเลาะกับใคร (มูลค่าทั้งหมดที่จะต้องเสียไป ถ้ายอมประมาณเท่าไหร่) ก็หลักล้าน ประมาณล้านสองล้านบาท ประมาณนี้ ถามว่าเสียดายเงินไหม ก็เสียดาย แต่ถ้ามันจะต้อง... ไม่รู้ซิ คือเรื่องเงินจะต้องมาทีหลัง เราอย่าเอาเงินมาเป็นตัวตั้งต้น และใช้เงินในการตัดสินปัญหาต่างๆ ริทดูโลกส่วนเนอะ เราเอาความเข้าใจคุยกันก่อน ลองคุยกันดีๆ ก่อน ครึ่งทางคืออะไร ความต้องการของเขาคืออะไร ความต้องการของเราคืออะไร แล้วค่อยไกล่เกลี่ยกันดีๆ ดีกว่า แต่ถ้ามันไกล่เกลี่ยไม่ได้จริงๆ แล้วเขาต้องการของเขาอย่างเดียวก็ ยอมได้ ถามว่ากลัวการทำธุรกิจไปเลยไหม ไม่กลัวนะ ก็เป็นบทเรียน อย่างร้านนี้ที่ทำขึ้นมา ไม่ได้กะว่าจะกอบโกยอะไรอยู่แล้ว ทำเพราะเรามีความสุข เพราะทุกคนอยากมีร้านกาแฟเองของตัวเอง มันเป็นความสนุกกว่า อย่างที่บอกว่าเราไม่ได้คุยเรื่องของเงินตั้งแต่แรก เราทำเพราะเรามีความสุข เอาสิ่งที่อยากทำมารวมกัน จนได้เป็นร้านหนึ่งร้านมา และเป็นร้านที่พวกเราภูมิใจมาก และไม่เคยคิดที่จะปล่อยมันทิ้งไป เลยจะทำยังไงก็ได้ ที่จะคุยกันให้ได้ก่อน เพื่อที่จะเอาร้านนี้อยู่ต่อ" ริทกล่าว


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend