ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2564

เมื่อ'แม้ว'เลคเชอร์ร้อน ว่าด้วยวาทะ 'มงแต็สกีเยอร์'

2.67K 271
เมื่อแม้วเลคเชอร์ร้อน ว่าด้วยวาทะ มงแต็สกีเยอร์

ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงหลังนายทักษิณ โพสต์วาทะของ "มงแต็สกีเยอ"ผ่านทวิตเตอร์ ปรากฏว่า แฮชแท็ก #มงแต็สกีเยอ ได้ขึ้นไปถึงอันดับ 1ของแฮชแท็กยอดนิยมในทวิตเตอร์

มีความเคลื่อนไหวจาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นครั้งแรกหลังจากอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หายตัวไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ไม่ได้ไปปรากฏตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองตามที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าว

ทั้งนี้มีการโพสต์ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวของนายทักษิณ คือ @ThaksinLive โดยยกคำพูดของ' มงแต็สกีเยอ' นักวิพากษ์สังคมและนักคิดทางการเมืองชาวฝรั่งเศส โดยโพสต์ข้อความเดียวกันทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย คือ"มงแต็สกีเยอ เคยกล่าว "ไม่มีความเลวร้ายใด ที่จะยิ่งไปกว่าความเลวร้ายที่ได้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายหรือในนามของกระบวนการยุติธรรม"

และผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนายทักษิณ โพสต์วาทะของ "มงแต็สกีเยอ" ผ่านทวิตเตอร์ ปรากฏว่า แฮชแท็ก #มงแต็สกีเยอ ได้ขึ้นไปถึงอันดับ 1ของแฮชแท็กยอดนิยมในทวิตเตอร์ ขณะที่ #ทักษิณ ขึ้นมาเป็นอันดับ 2และมีผู้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทวีตของนายทักษิณจำนวนมาก อาทิ

@yim_sansuk ใครเหรอ ที่ใช้อำนาจทางการเมือง อ้างเป็นเสียงข้างมาก ออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ผ่านสามวาระรวดตอนตีสี่ โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านจากประชาชน #มงแต็สกีเยอ @NR_TRnews หนังสือ The Spirit of Law ของ #มงแต็สกีเยอ ถือว่ามีอิทธิพลต่อการร่างรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 17 เป็นอย่างยิ่ง @tommachaiyo_dmc แม้ว เธอจะเอาคนในอดีตมาเกี่ยวข้องกับเรื่องน้องสาวเธอเนี่ยนะ

ขณะที่ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครองคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า มงแต็สกีเยอ แบ่งแยกอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ ออกจากกัน ไม่ให้อยู่กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ตรวจสอบถ่วงดุลย์กัน

การที่คุณทักษิณ หยิบยกคำพูดของมงแต็สกีเยอ มากล่าวอ้าง นั้นมงแต็สกีเยอ ก็คงพูดไว้เช่นนั้นจริง เพราะคำพูดของมงแต็สกีเยอ ก็มีทั่วไปทั้งที่เป็นภาษาอังกฤษและที่เป็นภาษาไทย คุณทักษิณ คงคุยกับใครหรือมีใครบอกมาหรืออาจมีคนเอามาให้คุณทักษิณ ดู หรือคุณทักษิณ ศึกษา ค้นคว้าเอง เห็นเข้าท่าก็เอามาโพสต์ แต่ผมไม่รู้ว่าคุณทักษิณ หมายถึงอะไร หรือหมายถึงใคร แต่ไม่น่าเกี่ยวกับคดีคุณยิ่งลักษณ์ เพราะศาลยังไม่ได้อ่านคำพิพากษา คุณทักษิณ จะไปรู้คำพิพากษาล่วงหน้าได้อย่างไร แต่ถ้าคุณทักษิณ คิดว่าเกี่ยวกับคุณยิ่งลักษณ์ ผมขอบอกว่าไม่เกี่ยว

แหล่งข่าว ซึ่งเป็นนักกฎหมายมหาชน ระบุว่ามงแต็สกีเยอสอนไว้ว่า อำนาจรวมศูนย์อยู่ที่คนๆเดียวหรือหมู่คณะเดียว ไม่ว่าคนนั้นๆ จะมาโดยวิธีการใด จะเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ทรัพย์สินของประชาชนดังนั้นจึงต้องแยกองค์กรผู้ใช้อำนาจรัฐออกจากกัน ซึ่งก็คืออำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ และคำสอนของ มงแต็สกีเยอ ที่คุณทักษิณ นำมาโพสต์ ก็มีอยู่จริง โดยอยู่ในหนังสือ The Spirit of LAW ของ มงแต็สกีเยอ การที่คุณทักษิณ นำข้อความดังกล่าวมาโพสต์ ก็อาจเป็นความรู้สึกของคุณทักษิณ ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรืออาจในหลายๆเรื่อง แต่นั่นก็เป็นเพียงความรู้สึกของคุณทักษิณ เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

สำหรับ มงแต็สกีเยอ เป็นนักปรัชญาชาวฝรั่งเศส เจ้าของ ทฤษฎีการแบ่งแยกอำนาจ ( Separation of Powers) ทฤษฎีนี้เริ่มต้นมีขึ้นในศตวรรษที่ 17โดยได้ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือที่รู้จักกันในนาม The Spirit of Law หรือเจตนารมณ์แห่งกฎหมาย ซึ่งทฤษฎีดังกล่าวได้มีผลต่อการร่างรัฐธรรมนูญของประเทศสหรัฐอเมริกาและของประเทศฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก มงแต็สกีเยอจึงได้ชื่อว่าเป็นผู้วางหลักการแบ่งแยกอำนาจการปกครอง โดย มงแต็สกิเยอ ได้กล่าวไว้ในหนังสือเล่มดังกล่าว สรุปได้ว่า 1. อำนาจนิติบัญญัติ คือ อำนาจเกี่ยวกับการวางระเบียบบังคับทั่วไปในรัฐ 2. อำนาจบริหาร คือ อำนาจในการใช้ หรือบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย 3. อำนาจตุลาการ คือ อำนาจในการพิจารณาวินิจฉัยอรรถคดี

โดย มงแต็สกีเยอ ตอกย้ำว่า " เมื่อใดอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหารรวมอยู่ที่คนคนเดียวหรือองค์กรเจ้าหน้าที่เดียวกัน อิสรภาพย่อมไม่อาจมีได้ เพราะจะเกิดความหวาดกลัว อาจบัญญัติกฎหมายแบบทรราชย์.....เช่นเดียวกันอิสรภาพจะไม่มีอยู่ ถ้าอำนาจตุลาการไม่แยกออกจากอำนาจนิติบัญญัติและการบริหาร หากรวมอยู่กับนิติบัญญัติ ชีวิตและอิสรภาพของคนในบังคับจะอยู่ภายใต้การควบคุมแบบพลการ เพราะตุลาการอาจประพฤติด้วยวิธีรุนแรงและกดขี่.. ทุกสิ่งทุกอย่างจะถึงซึ่งอวสาน"

เมื่อพิจารณาจากข้อความข้างต้น จะเห็นได้ว่า 'มงแต็สกิเยอ" ไม่ต้องการให้อำนาจอยู่ที่บุคคลเพียงคนเดียว เพราะตามธรรมดา บุคคลใดก็ตามซึ่งมีอำนาจอยู่ในมือ มักจะใช้อำนาจเกินเลยเสมอ ดังนั้นเพื่อจะมิให้มีการใช้อำนาจเกินขอบเขต จึงจำต้องจัดให้มีอำนาจหนึ่งหยุดยั้งอีกอำนาจหนึ่ง ตามวิถีทางแห่งกำลัง หรือที่เรามักได้ยินคำกล่าวที่ว่า อำนาจย่อมหยุดยั้งได้ซึ่งอำนาจ หรือที่เรียกว่า Power Stop Power 'มงแเต็สกีเยอ' ยังได้กล่าวต่อไปว่า การแบ่งแยกอำนาจนั้นจะมีได้แต่เฉพาะในประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น ส่วนในประเทศที่ปกครองในระบอบเผด็จการ หรือสังคมนิยม หรือคอมมิวนิสต์ อำนาจทั้งสามจะถูกรวบให้เป็นอำนาจเดียว

ดังนั้น กล่าวโดยสรุป มงแต็สกิเยอ เห็นว่า การแบ่งแยกอำนาจ คือ การมอบอำนาจอธิปไตยเป็น 3 ลักษณะ อันประกอบด้วย รัฐบาลซึ่งทำหน้าที่ด้านการบริหารบ้านเมือง ,รัฐสภาในฐานะองค์กรด้านนิติบัญญัติซึ่งจะต้องทำหน้าที่ด้านออกกฎหมายและ ยุติธรรมองค์กรด้านตุลาการ ที่ทำหน้าที่พิจารณาตัดสินคดีต่าง ๆ ภายใต้แห่งระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลซึ่งกันและกัน (Check and Balance ) ระหว่างทั้ง 3 องค์กรนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจตุลาการนั้น โดยลักษณะแล้ว สมควรเป็นอำนาจที่มีอิสระ และจะไปอยู่ร่วมกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้โดยเด็ดขาด


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend