ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2564

"ศรีวราห์" สั่ง ตร.ทั่วประเทศ ล่า "ยิ่งลักษณ์" ประสาน 190 ประเทศหาตัว

10.39K 2.54K
ศรีวราห์ สั่งตร.ทั่วประเทศล่า ยิ่งลักษณ์ประสาน 190 ประเทศหาตัว

"ศรีวราห์" สั่งการตำรวจทั่วประเทศ จัดชุดตามล่า "ยิ่งลักษณ์" สั่งตรวจกล้องวงจรปิดเช็คพิกัด พร้อมประสานงาน 190 ประเทศหาตัว ชี้อาจหลุดช่องทางธรรมชาติ แค่ขับรถได้ก็หนีรอดไม่ต้องมีใครพาหนี ระบุข้อมูลเวลา 14.00 น. ของวันที่ 23 ส.ค. ยังอยู่ในบ้านพัก เผยทูตตำรวจยันไม่พบข้อมูลเข้ากัมพูชา เร่งตามตัว "ผกก.หนุ่ย" นายตำรวจติดตาม เอี่ยวพาหนี

                        สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) - เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 28 สิงหาคม 2560 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ด้านความมั่นคง ได้เรียกประชุมตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสืบสวนติดตามจับกุม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฐานหลบหนี ไม่มารับฟังคำพิพากษา ในคดีที่ถูกกล่าวหา ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ละเลย ไม่ระงับยับยั้งปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ท่ามกลางกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีออกนอกประเทศ ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา และได้ไปพำนักในนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอเรตส์  โดยมี พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) พล.ต.ต.ภาคภูมิ สัจจพันธ์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) กองบัญชาการตำรวจสันติบาล(บช.ส.)  กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน(ตชด.) กองการต่างประเทศ กองทะเบียนประวัติอาชฐากร บก.น.4 และ สน.ลาดพร้าว และทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือ ใช้เวลาประมาณ 15 นาที                  พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ตามที่ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ที่ อม.22/2558 ของ นางสาวยิ่งลักษณ์  เรื่องความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพากษา พร้อมทั้งระบุว่า เป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน โดยศาลเชื่อว่า พฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยหลบหนี ศาลจึงออกหมายจับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ตามหมายจับ เลขที่ 29/60 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 60 ในความผิดฐาน "ความผิดต่อตาแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต" และปรับนายประกันเต็มตามสัญญา ทันทีที่ศาลออกหมายจับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ กองทะเบียนประวัติอาชญากร (ทว.) ลงประกาศ สืบจับ  ซึ่ง ทว. ลงประกาศสืบจับผ่านระบบออนไลน์ไปทั่วประเทศ ไปถึงสถานีตำรวจทุกแห่ง และด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ ทันทีตั้งแต่ 13.18 น. ของวันที่ 25 สิงหาคม                 นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามความเคลื่อนไหว ด้านการข่าว สถานการณ์และเฝ้าระวัง การเดินทางเข้า-ออกประเทศ ตามด่านตรวจ ช่องทางธรรมชาติ  สั่งการทุกหน่วยมอบหมาย รอง ผบช. รับผิดชอบงานความมั่นคง เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัว และให้มีการรายงานผลการปฏิบัติทุก 5 วัน ตามหนังสือวิทยุ ตร. ด่วนที่สุด ลับ ที่ 0001(ศปก.ตร.)/118 ลง 27 สิงหาคม 60และ สั่งการให้ กองการต่างประเทศ (ตท.) ประสานตำรวจสากล (Interpol) ซึ่งมีสมาชิกจำนวน 190 ประเทศ เพื่อหาพิกัดที่อยู่ของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ในต่างประเทศ  ทั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งของพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.               พล.ต.อ.ศรีสราห์ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจาก สน.ลาดพร้าว ที่รับผิดชอบดูแลบ้านพักของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในซอยโยธินพัฒนา 3 ว่า จากการสอบสวนพยานบุคคลในบ้าน ยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่อยู่ในบ้านหลังดังกล่าวแล้ว แต่ไม่ให้ข้อมูลว่าไปไหนตั้งแต่เมื่อไหร่ และจากการเฝ้าสังเกตุการณ์ ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม เป็นต้นมา ก็ไม่พบเห็นการเข้าออกบ้านพักของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือแม้กระทั่งการเข้าออกของรถที่ใช้ประจำแต่อย่างใด  ข้อมูลของ สน.ลาดพร้าว ระบุด้วยว่า มีการพบเห็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ครั้งสุดท้ายในบ้านหลังนี้ เมื่อเวลา 14.00น.วันที่ 23 สิงหาคม อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้ตำรวจท้องที่ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณบ้าน สืบสวนตามวิธี เพื่อหาหลักฐานยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่อยู่ในบ้านจริง นอกจากนี้ยังตรวจสอบบ้านพักทุกแห่งภูมิลำเนาตามบัตรประชาชน และที่พักอาศัย รวมถึงบ้านพักที่ จ.เชียงใหม่ ด้วย ซึ่งได้รับรายงานว่ายังไม่พบตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่อย่างใด               พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวด้วยว่า  ขณะเดียวกัน บก.น.4 ได้สั่งการให้ สน.วังทองหลาง   ไปตรวจสอบที่โรงแรมเอส ซี ปาร์ค ย่านเลียบด่วนรามอินทรา ภายหลังมีกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้าพักในคืนวันที่ 23 สิงหาคม ก่อนหายตัวไป ทั้งนี้ การจะขอหมายค้นสถานที่ใด เพื่อหาตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์  จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีข้อมูลแจ้งต่อศาลว่า พบข้อเท็จจริงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปรากฎตัว หรืออยู่ในที่นั้น แต่ตอนนี้ยังไม่พบข้อมูลจึงยังไม่ขอหมายค้นใดๆ ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่านั่งเรือออกไป หลังจากไหว้พระที่วัดระฆังโฆสิตารามนั้น ก็เป็นเพียงเรื่องเขาเล่าว่า ต้องตรวจสอบก่อน                พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวย้ำอีกว่า เมื่อมีกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ หนีออกนอกประเทศไป ก็ได้รับการยืนยันจาก สตม. ว่า ตรวจสอบด่าน ตม.ทั่วประเทศ ไม่พบการผ่านเข้าออกในช่องทางด่าน ตม. ที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็เป็นไปได้ที่จะอาศัยช่องทางธรรมชาติหลบหนีออกไป เพราะประเทศไทยกว้างใหญ่ไพศาล ก็เป็นไปได้ที่จะหลบหนี แค่ขับรถเป็นก็หนีได้แล้ว ไม่ต้องมีใครช่วยก็ได้ แต่ตอนนี้ไม่สามารถยืนยันได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ที่ใด ในประเทศ หรือนอกประเทศ ไม่สามารถสันนิษฐานได้ จะพูดได้เมื่อมีข้อมูลที่ชัดเจนกว่านี้  ทั้งนี้ ได้สั่งการให้จังหวัดที่มีพื้นที่ชายแดนตามที่มีกระแสข่าว ที่เชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะใช้เป็นช่องทางหลบหนี เช่น เกาะช้าง จ.ตราด หรือ จ.สระแก้ว ไปตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังแล้ว ว่ามีการใช้ช่องทางใดหลบหนีหรือไม่ แต่ทั้งนี้ก็ให้ตรวจสอบทั่วประเทศ เพราะเป็นไปได้หมด ถ้าจะหนี                ด้าน พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ (ผบก.ตท.) กล่าวว่า เมื่อมีกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีไปยังประเทศกัมพูชา กองการต่างประเทศ ได้ติดต่อประสานไปยัง พ.ต.อ.อนุชา สุทธยดิลก รองผู้บังคับการประจำ กองการต่างประเทศ ในฐานะผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจประจำประเทศกัมพูชาแล้ว ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ไม่พบข้อมูลว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปยังกัมพูชา แต่อย่างใด  ส่วนกรณีที่ระบุว่าไปอยู่ที่ "นครดูไบ" นั้น วันนี้จะประสานไปยังตำรวจที่ยูเออี. เพื่อให้ช่วยตรวจสอบ โดยตำรวจยูเออี เป็น 1 ใน 190 ประเทศ สมาชิกตำรวจสากล จึงมีช่องทางการประสานงานอยู่แล้ว                 "วันนี้จะรีบทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังตำรวจสากล ให้ตำรวจ  190 ประเทศสมาชิกช่วยตรวจสอบว่า พบเห็น น.ส.ยิ่งลักษณ์หรือไม่ ซึ่งกระบวนนี้ใช้เวลาพอสมควร ขึ้นอยู่กับว่าจะมีประเทศใดตอบกลับมาหรือไม่  ตามขั้นตอนหากมีประเทศหนึ่งประเทศใดตอบกลับมาว่าพบเห็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตำรวจก็จะประสานไปยังอัยการ เพื่อให้พิจารณาว่าจะออกหมายจับสากล หรือหมายแดง ให้ตำรวจสากลช่วยจับกุมหรือไม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของตำรวจสากลว่า ตีความคดีนี้อย่างไร จะออกหมายจับให้หรือไม่ด้วย                    พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตำรวจต้องรวบรวมพยานหลักฐานในการสืบสวนหาตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้ได้ชัดเจนที่สุดเพื่อชี้แจงต่อศาลฯ หากมีการนัดไต่สวน เพื่อชี้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีจริง และตำรวจได้สืบสวนแล้ว หลังจากนั้นก็จะดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ในกระบวนของศาล เมื่อจำเลยหลบหนี นับจากวันที่ศาลออกหมายจับนับไป 1 เดือน ศาลก็จะนัดอ่านคำพิพากษาลับหลังได้ ตอนนี้ในส่วนของตำรวจนอกจากสืบสวนติดตามจับกุมให้ได้ ส่วนหนึ่ง เพื่อใช้เป็นพยานในการแจงต่อศาล ตามกฎหมาย                    พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาตำรวจไม่มีอำนาจหน้าที่ไปติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะตำรวจคำนึงถึงอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ที่มีขอบเขต และไม่ละเมิดสิทธิ ตรวจสอบแล้วตำรวจไม่มีการส่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการใดตามประกบ หรือติดตามน.ส.ยิ่งลักษณ์แต่อย่างใด จากการตรวจสอบพบว่า มีเพียงการขอตัว พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย  ผู้ช่วยนายเวร (สบ.4 ) (ผู้ช่วยนายเวร พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตรองผบ.ตร.) ไปช่วยดูแลความความปลอดภัยเท่านั้น โดยมีหนังสือ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ที่ 02.800.2/23  ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2557 ขอตัวไปช่วยราชการ ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2557 จนถึง 25 สิงหาคม 2558   ซึ่งนายตำรวจคนนี้จะเกี่ยวข้องในการพาหลบหนีหรือไม่ เป็นเรื่องของตำรวจนครบาลในการตรวจสอบ และติดต่อกับ พ.ต.อ.วทัญญู รวมถึงการสืบสวนสอบสวนแพทย์ประจำตัว ว่ามีการเข้าพบ รักษาตัว เกี่ยวกับอาการน้ำในหูไม่เท่ากันหรือไม่ ขณะที่ บช.ส.กำลังตรวจสอบอีกทางว่า นายตำรวจคนนี้ยังอยู่ในราชการหรือไม่ รู้เห็นอย่างไร  นอกจากนี้ในส่วนของตำรวจมีเพียงการตั้งจุดตรวจหน้าบ้านพัก ซอยโยธินพัฒนา 3 ตั้งแต่สมัยยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็จะมีการวางกำลังรักษาความปลอดภัยตลอดเวลา ระยะหลังจุดตรวจยังอยู่ แต่มีตำรวจประจำ 1 นาย ในช่วงเวลา 06.00น. -18.00น. เท่านั้น ช่วงอื่นๆมีเพียงสายตรวจผ่านไปมา               รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจเตรียมพร้อมรับมือการดูแลความปลอดภัยมวลชนที่จะมาให้กำลังใจในวันที่ 25 สิงหาคมเท่านั้น ข้อมูลการข่าวของสันติบาลก็ไม่เคยประเมินว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะหลบหนี เพราะมาขึ้นศาลสู้คดีทุกครั้ง ส่วนตัวก็ไม่คิดว่า ท่านจะหนี ตนมีหน้าที่ดูแลความความสงบในวันพิพากษา โดยในช่วงเวลา 04.00 น.ของวันที่ 25 สิงหาคม  ตนยังไปดูแลเรื่องการวางแผงเหล็กบริเวณศาลอยู่เลย การข่าวทุกอย่างก็ประเมินตามสถานการณ์ อย่าไปมองว่าผิดพลาด นอกจากนี้ยังให้ ปอท.ไปตรวจสอบความเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดียของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆ ขณะเดียวกันก็ให้ตรวจสอบโพสต์ล่าสุดในเฟซบุ๊ก ที่บอกให้มวลชนให้กำลังใจที่บ้าน ไม่ต้องเดินทางมาศาล ว่า โพสต์ดังกล่าว ทำการโพสต์จากที่ใด  อย่างไรก็ตาม เมื่อมีหมายจับ ตำรวจก็พยายามเต็มที่ในการติดตามจับกุมตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์มาให้ได้ก่อนวันที่ 27 กันยายน  ทั้งนี้ ในการประชุมวันนี้ ยังไม่พิจารณาความบกพร่องของหน่วยงานใด เรื่องนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามจะประชุมติดตามความคืบหน้า สืบสาวจับกุมน.ส.ยิ่งลักษณ์อีกครั้งในวันที่ 1 กันยายน              เมื่อถามถึงการตั้งข้อสังเกตุว่ามีการเปิดทางให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนี โดยมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ให้การช่วยเหลือ นั้น รองผบ.ตร. กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ แต่อย่างที่บอก ประเทศไทยกว้างใหญ่ ถ้าขับรถเป็นก็หนีได้ ส่วนที่มีการกล่าวหา ไปแจ้ง ป.ป.ช.ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มีการละเลย จงใจให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีเรื่องนี้ใครมีพยานหลักฐานอะไรก็ให้เอามาแสดงที่ตนได้จะช่วยสืบสวนต่อให้  หากแค่กล่าวหาลอยๆไม่มีหลักฐานก็เข้าข่ายแจ้งความเท็จ


เรื่องโดย สุริยา ปะตะทะโย | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend