ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ฟอร์จูนเนอร์สต๊าฟบอลทีมชาติไทย เสยท้ายรถพ่วง ดับ2 สาหัส1

15.69K 476
ฟอร์จูนเนอร์สต๊าฟบอลทีมชาติไทย เสยท้ายรถพ่วง ดับ2 สาหัส1

สามหนุ่มควบฟอร์จูนเนอร์ เสยท้ายรถพ่วง 18 ล้อ ขณะกำลังเลี้ยวเข้ารอยูเทิร์นกลับรถ ดับ 2 ราย บาดเจ็บสาหัส 1 ราย

25 ส.ค.60 เวลา 05.50 น. ร.ต.อ.ศราวุฒิ ปัญจะวัตร รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถยนต์เก๋งแบบรถยนต์ตรวจการณ์พุ่งเข้าชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อแบบสองตอน (มีหางพ่วง) ที่บริเวณจุดกลับรถใกล้หลัก กม.51 ถ.เทพรัตน (บางนา-ตราด) ฝั่งขาเข้า กทม. เยื้องกับกลุ่มอุตสาหกรรมบางไทร พื้นที่ ม.4 ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปสอบสวนยังในที่เกิดเหตุ 

ที่เกิดเหตุ พบเพียงรถยนต์เก๋งทรงตรวจการณ์ ยี่ห้อ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์สีขาว หมายเลขทะเบียน 1กต-7848 กทม. จอดอยู่ในเลนด้านขวาสุดของถนนลักษณะเฉียงเข้าไปในตัวยูเทิร์น สภาพด้านหน้าพังยับเยินเพียงคันเดียว ส่วนรถยนต์พ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ หัวสีขาว หมายเลขทะเบียน 83-1667 ระยอง มีนายหัน บรรเทิงใจ ไม่ทราบอายุเป็นคนขับ ได้ขับออกไปจอดชิดกับขอบทางด้านซ้ายในเลนคู่ขนานแล้ว

 ส่วนภายในตัวรถยนต์เก๋งพบร่างของผู้เสียชีวิตนั่งอยู่บนที่นั่งคนขับเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อ คือ นายณัฐพงษ์ สมสินสวัสดิ์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104/6 ม.11 ซ.นพรัตน์ แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. และที่เบาะนั่งข้างคนขับด้านซ้ายพบร่างของผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นชายยังไม่ทราบชื่อ อีก 1 ราย ถูกรถกู้ชีพฉุกเฉิน รพ.บางปะกง ช่วยเหลือนำส่งไปยัง รพ.บางปะกง และที่เบาะหลังพบ นายกษิติ์เดช กล้ากลางสมร อายุ 25 ปี ได้รับบาดเจ็บไม่สาหัส มีอาการคลื่นไส้เวียนศีรษะ และจุกแน่นที่หน้าอก ได้รับการช่วยเหลือจากรถฉุกเฉินหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา นำส่งไปยัง รพ.บางปะกง ล่าสุดนายกษิดิ์เดช ที่นั่งมาด้วยเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

จากการสอบถาม ด.ต.ณัฐสิทธิ์ สายวา และ ด.ต.ปกาฐธ์พลน์ รุ่งเรีอนเงิน สังกัด สทล.1 กก.3 ตำรวจทางหลวงฉะเชิงเทรา ซึ่งกำลังขับรถยนต์ตำรวจทางหลวงผ่านมาในเส้นทางตรงกันข้ามด้านฝั่งมุ่งหน้า จ.ชลบุรี ผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ได้มีรถยนต์พ่วง 18 ล้อ มีหางพ่วงแบบสองตอนเปิดไฟเลี้ยวขวาและเข้ามาในตัวยูเทิร์นรอกลับรถ แต่ได้มีรถยนต์เก๋งฟอร์จูนเนอร์ขับมาจากทางตรงในเลนด้านขวาสุดพุ่งเข้าชนที่ด้านท้ายของหางพ่วงพอดี จนทำให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ด.ต.ปกาฐธ์พลน์ กล่าว  ด้าน ร.ต.อ.ศราวุฒิ กล่าวว่า เบื้องต้นเชื่อว่าสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ อาจจะเกิดจากคนขับรถยนต์เก๋งเมาสุราแล้วขับรถ เนื่องจากได้กลิ่นของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฟุ้งกระจายอย่างคละคลุ้งอยู่ภายในตัวรถ ในขณะที่กำลังขับมาบนเส้นทาง และมีรถยนต์บรรทุกพ่วงเลี้ยวเข้าสู่ยูเทิร์นแล้วจอดนิ่งอยู่ด้านหน้าจึงเบรคหยุดรถไม่ทัน และพุ่งเข้าชนที่ด้านท้ายของหางพ่วงที่ยื่นออกมาบนถนนในเลนด้านขวาอย่างแรง จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend