รวบเพิ่ม 2 ผู้ต้องหา เต็นท์รถโกงประชาชน ค้านประกัน ประสานป.ป.ง. สอบเส้นทางเงิน

จากกรณี พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ทท. บก.ปคบ. กองพิสูจน์หลักฐาน กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานคุมครองผู้บริโภค เข้าจับกุม น.ส.ทัศนีย์ เช้าเจริญประกิจ อายุ 38 ปี เจ้าของเต็นท์รถยนต์มือสอง ชื่อ คาร์ ปาร์ค (Car Park) ถนนกาญจนาภิเษก ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องรวม 7 ข้อหา พร้อมตรวจยึดรถต้องสงสัยเข้าข่ายกระทำความผิดรวมทั้งสิน 83 คันไปตรวจสอบ จนทำให้มีผู้เสียหายทยอยเดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.หลักสอง จำนวนมาก ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

             ความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 24 สิงหาคม ที่ สน.หลักสอง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบก.สปพ. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท. เดินทางมาแถลงถึงความคืบหน้าคดีนี้อีกครั้ง หลังจากการสืบสวนขยายผลสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้เพิ่มอีก 2 ราย คือ นายพาทิศ ฮะกีมี อายุ 23 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร และ นายปานเดชา หรือเอ็ม รชตะวาริกุล อายุ 31 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีเลขที่ 516/2560 และ 517/2560 ลงวันที่ 23 สิงหาคม 2560 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย นั้นมีพฤติการณ์ร่วมกันกับ น.ส.ทัศนีย์ เจ้าของเต็นท์ดำเนินการฉ้อโกงเงินจากผู้เสียหายไปหลายราย ใช้กรรมวิธีหลอกลวงหลายรูปแบบ เบื้องต้นทางชุดจับกุมจึงไม่อนุญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน และแนบเรื่องขอคัดค้านการประกันตัวต่อศาล เนื่องจากเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และมีผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก
            พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้นอกจากจะจับกุมตัวผู้ต้องหาได้เพิ่ม จำนวน 2 ราย แล้วยังมีผู้เสียหายเดินทางเข้ามาแจ้งความเพิ่มเติมอีก 4 ราย รวมแล้วขณะนี้มีผู้เสียหายทั้งสิ้น 17 ราย เท่าที่ทราบยังมีอีกหลายรายทยอยเดินทางเข้ามาจากต่างจังหวัด เชื่อว่าท้ายที่สุดน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 50 ราย และเนื่องจากคดีนี้กำลังเป็นที่สนใจของประชาชน ประกอบกับได้รับการร้องทุกข์จากผู้ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.จึงมอบหมายให้ตน และ ผบก.น.9 ดูแลสำนวนการสอบสวนให้รอบคอบรัดกุม เพราะความผิดข้อหาฉ้อโกงประชาชนนี้ เป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวพันกับกฎหมายฟอกเงินและอาจนำไปสู่กระบวนการยึดทรัพย์ของผู้กระทำความผิด
            พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า จากในวันแรกที่ตรวจพบรถซึ่งมีอยู่ในเต็นท์แห่งนี้ทั้งสิ้น 83 คัน พบการกระทำความผิดเบื้องต้น จำนวน 24 คัน หลังจากนี้จะส่งรถทุกคันให้กองพิสูจน์หลักฐาน ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดูว่ารถทุกคันได้มาถูกต้องหรือไม่ มีคันใดสวมทะเบียน ตัดต่อตัวถังหรือถูกแจ้งหายไว้บ้างหรือเปล่า ที่สำคัญขณะนี้ชุดจับกุมได้ประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ป.ป.ง.ให้ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมสังเกตการณ์และทำงานควบคู่กันไปด้วยแล้ว หากพบว่ามีการขยายผลไปถึงผู้กระทำความผิดรายใดอีก จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายไปด้วยอย่างแน่นอน
              "จากข้อมูลการสืบสวนกระบวนการฉ้อโกงประชาชนของผู้ต้องหากลุ่มนี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มไฟแนนซ์ และกลุ่มเงินกู้นอกระบบ รวมถึงบรรดาผู้ประกอบการธุรกิจรับจำนำรถผิดกฎหมาย ที่อาศัยช่องทางโซเชียลมีเดียในการโพสต์ซื้อขายและรับจำนำรถ แต่เมื่อผู้เสียหายเดินทางไปดูรถกลับถูกหลอกให้วางเงินมัดจำ บางกรณีผู้เสียหายนำรถไปจำนำแล้วกลับถูกนำรถไปชำแหละแยกชิ้นส่วนขายทอดตลาดไม่สามารถนำรถตัวเองกลับคืนมาได้ เรื่องนี้ทางรัฐบาลกำลังให้ความสนใจเนื่องจากมีผู้เสียหายร้องทุกข์เข้ามาจำนวนมาก หลังจากนี้ตำรวจจึงจำเป็นต้องตรวจสอบความถูกต้องของเต็นท์รถยนต์มือสองทั่วประเทศอย่างเข้มงวด และหากมีผู้ใดได้รับความเดือดร้อนจากกระบวนการเหล่านี้ขอให้รีบแจ้งสายด่วน 191" พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว.