ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

รวบแล้ว! แก๊งอาหรับ อ้างเป็นอาสาตำรวจลุมพินี รีดเงินหนุ่มซีเรีย 6.5 แสนบาท

4.60K 658

จากกรณีนายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด ยาสเซอร์ อายุ 47 ปี ชาวซีเรีย เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) กระทรวงยุติธรรม หลังถูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลในย่านนานารีดไถ โดยอ้างตัวเป็นอาสาสมัครตำรวจ สน.ลุมพินี เรียกรับเงินจาก นายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด ยาสเซอร์ ชาวซีเรีย จำนวน 4 ครั้ง รวม 655,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่ให้ นายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด วาเอล บุตรชาย ถูกดำเนินคดีข้อหาอยู่อาศัยในประเทศไทยเกินระยะเวลาที่กำหนด

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผกก.สน.ลุมพินี และ นายอัลฮลาบิ พร้อมเจ้าหน้าที่ ร่วมกันแถลงข่าวคดีดังกล่าว หลังจากทางตำรวจออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาคดีดังกล่าว 3 คนตามหมายจับศาลแขวงพระนครใต้เลขที่ 185-187/2560 ลงวันที่ 23 ส.ค.2560 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประกอบด้วย 1.นายคาซาล วาเกียว อายุ 27 ปี สัญชาติซีเรีย 2.นายบาเซิล (ไม่ทราบนามสกุล) สัญชาติเลบานอน และ 3.นายอิสลาม อาร์เหม็ด อายุ 32 ปี สัญชาติอียิปต์ ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จับกุมนายคาซาลได้เมื่อวานนี้(23 ส.ค.)ที่ซอยสุขุมวิท 4 ส่วนนายอิสลามถูกจับกุมได้เมื่อช่วงเที่ยงของวันนี้(24 ส.ค.) ที่ลานจอดรถตรงข้ามอาคารนาซ่า เวกัส หลังจากหนีไปพัทยาก่อนกลับมาเพื่อมาหาภรรยาและลูก แต่ถูกจับกุมเสียก่อน ทางเจ้าหน้าที่คุมตัวมาสอบปากคำที่สน.ลุมพินี ส่วนนายบาเซิลนั้นยังหลบหนีอยู่

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า จากการสอบสวนทางผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ มูลเหตุดังกล่าวเกิดจากนายอิสลามผู้ต้องหาและนายอัลฮาบิลูกชายของผู้เสียหายไปติดพันหญิงสาวคนเดียวกัน ทั้ง ๆ ที่มีครอบครัวกันอยู่แล้ว ด้วยความไม่พอใจและเขม่นกันนั้น นายอิสลามจึงไปแจ้งตำรวจสน.ลุมพินีว่า นายอัลฮาบิเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทางตำรวจได้คุมตัวมาตรวจสอบไม่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่เมื่อตรวจหนังสือเดินทางพบว่าอยู่เกินกว่าระยะเวลาที่กำหนด จึงดำเนินคดีคุมตัวส่งศาลในวันที่ 1 มิ.ย. และตอนนี้อยู่ระหว่างการกักกันตัวที่สตม. ระหว่างนั้นทางนายอิสลามและพวกได้ไปบอกพ่อนายอัลฮาบิว่า สามารถช่วยเหลือได้ จึงทำการเรียกรับเงินหลอกลวงดังกล่าวพล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า คดีนี้ไม่มีตำรวจของสน.ลุมพินีเกี่ยวข้องแต่อย่างใด และกลุ่มผู้ต้องหาไม่เคยแอบอ้างว่าเป็นตำรวจ เสื้อที่ใส่ก็ไปซื้อแถวย่านข้าวสาร ไม่ใช่เครื่องแบบตำรวจ ขอยืนยันว่าล่ามของสน.ลุมพินี จะใส่เสื้อโปโล เขียนชัดเจนว่า "Translator" ไม่มีเครื่องหมายใด ๆ และต้องได้รับอนุญาตจากทางสน.ลุมพินี เป็นงานอาสาเท่านั้น เบื้องต้นยังแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงไว้ก่อน ส่วนที่อ้างว่าเป็นตำรวจนั้นต้องตรวจสอบว่าเป็นลักษณะการอ้างแบบใด ทั้งนี้แม้ผู้ต้องหาจะปฏิเสธ แต่ตำรวจมีหลักฐานเพียงพอจะดำเนินคดีตามกฎหมายได้

ด้านนายอัลฮาบิได้ยกมือไหว้ขอบคุณทาง พล.ต.ท.ศานิตย์ พร้อมกล่าวว่า ตนขอขอบคุณทางตำรวจไทย และดีใจที่ขจัดคนพวกนี้ที่ทำให้ตำรวจไทยเสื่อมเสียไปได้ ที่ผ่านมาตนเคยเห็นกลุ่มผู้ต้องหาทำการไล่จับคนต่างชาติในพื้นที่ย่านนานา แล้วปล่อยตัวไป จึงคิดว่าน่าจะช่วยเหลือได้ จึงยอมจ่ายเงินไป ในส่วนของลูกชายนั้นก็ไม่รู้ว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ไม่น่าจะถูกส่งกลับไปซีเรีย เนื่องจากมีสภาวะสงคราม ก็อาจร้องขอให้ส่งตัวไปยังประเทศที่ 3 คงต้องดำเนินการผ่านช่องทางสหประชาชาติต่อไป

ทั้งนี้กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เป็นล่ามแปลไม่ใช่ตำรวจอาสา และไม่ได้ทำงานให้กับตำรวจนานแล้ว เมื่อก่อนจะมาแปลภาษาอารบิกให้กับทางการไทย ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาได้ทำการเรียกรับเงินจากผู้เสียหายจำนวน 4 ครั้งรวมเป็นเงิน 655,000 บาท โดยครั้งที่ 1 เรียกรับเงินในวันที่ 2 มิ.ย. จำนวน 25,000 บาทนัดมารับที่ซอยสุขุมวิท 4 ครั้งที่ 2 เรียกรับเงิน 50,000 บาท โดยนายอิสลามเรียกไปรับเงินที่ข้างสน.ลุมพินี ครั้งที่ 3 เรียกรับเงินสด 280,000 บาท กับรถจยย.ตีราคาได้ 150,000 บาท โดยส่งมอบที่ซอยสุขุมวิท 4 และครั้งที่ 4 จำนวนเงิน 150,000 บาทที่ซอยสุขุมวิท 3 เบื้องต้นตำรวจจะทำการสืบสวนเพื่อตรวจสอบว่ากลุ่มผู้ต้องหาเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาก่อนหรือไม่พร้อมล่าตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


เรื่องโดย กิตติพงษ์ มณีฤทธิ์ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend