ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

เคาะเม็ดเงิน...สปอนเซอร์พรีเมียร์ลีก 2017/18

4.50K 166
เคาะเม็ดเงิน...สปอนเซอร์พรีเมียร์ลีก 2017/18

เปิดฉากการแข่งขันไปได้ระยะหนึ่งแล้ว สำหรับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2017-2018 ซึ่งฤดูกาลนี้แต่ละทีมลงทุนไปไม่น้อยเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งเอาไว้ ซึ่งที่มาของการลงทุนนี้เองมาจากการเดินเกมนอกนอกสนาม เพื่อให้ได้เงินทุนมาสนับสนุนทีมมากที่สุดนั่นคือการจับมือทางธุรกิจกับเหล่าบรรดาสปอนเซอร์รายใหญ่ สำหรับเป็นแหล่งหาเงินทุนสำคัญในการพัฒนาทีมนั่นเอง

สปอนเซอร์คาดอกทะลุ 280 ล้านปอนด์จากผลสำรวจของสปอร์ต อินเทลิเจนซ์" สำนักข่าวกีฬาและข้อมูลด้านกีฬาของอังกฤษ ปรากฏว่า 20 ทีมของพรีเมียร์ลีก ได้เงินสปอนเซอร์คาดอกในฤดูกาลนี้รวมกันถึง 282 ล้านปอนด์ (ราว 12,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 55 ล้านปอนด์ (ราว 2,300 ล้านบาท) เป็นอัตราการเพิ่มขึนที่สูงที่สุดในรอบ 7 ปี จากฤดูกาล 2009-10 ที่มีรายได้รวมกันที่ 100.45 ล้านปอนด์ (ราว 4,200 ล้านบาท)

ซึ่งปรากฏว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คืออันดับ 1 ที่มีรายได้จากสปอนเซอร์มากที่สุดในลีก 47 ล้านปอนด์(ราว 2,000 ล้านบาท) ต่อปี มาจาก เชฟโรเลต แบรนด์รถยนต์สัญชาติอเมริกัน ส่วนอันดับ 2 คือ เชลซี ที่มีจาก โยโกฮามา ผู้จัดจำหน่ายยางรถยนต์ชั้นนำของญี่ปุ่น เป็นผู้สนับสนุนหลัก รับปีละ 40 ล้านปอนด์ (ราว 1,700 ล้านบาท) อันดับ3 คือ แมนฯ ซิตี กับ สเปอร์ส ที่รับปีละ 35 ล้านปอนด์ (ราว 1,500 ล้านบาท) จาก เอติฮัด และ เอไอเอ ตามลำดับ

 ส่วน ฮัดเดอร์สฟิลด์ กับ ไบรท์ตัน คือ 2 ทีมที่รับทรัพย์ค่าสปอนเซอร์คาดอก น้อยที่สุด เพียงปีละ 1.5 ล้านปอนด์ (ราว 60 ล้านบาท)ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสโมสรขนาดเล็กและขนาดกลางจะมีสปอนเซอร์จากบริษัทพนันฟุตบอลเป็นโลกโก้ที่อกเสื้อ ถึง 9 จาก 20 ทีม ได้แก่ เวสต์แฮม, คริสตัล พาเลซ, นิวคาสเซิล, สวอนซี, บอร์นมัธ, สโต๊ค, เบิร์นลีย์, ฮัดเดอร์สฟิลด์ และ เอฟเวอร์ตัน ที่ปีนี้แยกทางกับเครื่องดื่มช้าง และได้การสนับสนุนจาก สปอร์ตเปซา บริษัทรับพนันออนไลน์จากเคนยา และยังเป็นบริษัทสัญชาติแอฟริกันรายแรก ที่ให้การสนับสนุนทีมในพรีเมียร์ลีก

ทั้งนี้เมื่อนำมูลค่าสปอนเซอร์คาดอกในพรีเมียร์ลีกไปเปรียบเทียบกับ 5 ลีกใหญ่ยุโรป ปรากฏว่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ครองตำแหน่งทำเงินสูงสุดชนิดทิ้งห่างคูแข่งแบบเท่าตัวโดย บุนเดสลีกา เยอรมนี อยู่อันดับ 2 ทำรายได้รวมอยู่ที่ 101 ล้านปอนด์(ราว 4,200 ล้านบาท), ลา ลีกา สเปน 82 ล้านปอนด์(ราว 3,400 ล้านบาท), ลีก เอิง ฝรั่งเศส 70 ล้านปอนด์(ราว 2,900 ล้านบาท) และ กัลโช เซเรีย อา อิตาลี 61 ล้านปอนด์(ราว 2,600 ล้านบาท)

8 แบรนด์ดังในพรีเมียร์ลีกขณะที่เรื่องของแบรนด์ชุดแข่งขันของทีมในพรีเมียร์ลีกทั้ง 20 ทีมในฤดูกาลนี้พบว่ามีการเลือกใช้รวมทั้งสิ้น 8 แบรนด์  คือพูม่า, ไนกี้, อาดิดาส, โจมา, มาครอน, นิว บาลานซ์, อัมโบร และ อันเดอร์ อาร์เมอร์  โดยแบรนด์ พูม่า จากเยอรมนี ก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ที่ทีมจากพรีเมียร์ลีกเลือกใช้มากที่สุด 5 ทีม คืออาร์เซนอล, เบิร์นลีย์, เลสเตอร์, ฮัดเดอร์สฟิลด์ และ นิวคาสเซิล โดยอันดับสองเป็นของไนกี้ มี 4 ทีมคือเชลซี, แมนเชสเตอร์ ซิตี, ไบรท์ตัน และ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์

สัญญาข้อตกลงในการสนับสนุนที่น่าสนใจของไนกี้ กับบรรดาสโมสรในพรีเมียร์ลีกก็อย่างเช่นเชลซี ที่มีสัญญาระยะยาว 15 ปี มูลค่าประมาณ 60 ล้านปอนด์ (ราว 2,500 ล้านบาท) ต่อปี ขณะที่ สเปอร์ส มีมูลค่าราว 30 ล้านปอนด์(ราว 2,250 ล้านบาท)ต่อปี ซึ่งจากการที่ได้ 2 ยักษ์ใหญ่ เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ น่าจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขยายฐานการตลาด เมื่อทั้งคู่จะได้โชว์ผลงานในเวทียุโรปซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ  อันดับสามเป็นของอดิดาสจำนวน 3 ทีมคือ แมนฯยูไนเต็ด, วัตฟอร์ด และ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน แต่นี่คือแบรนด์ชุดแข่งขันที่จ่ายเงินสนับสนุนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 โดยจ่ายให้กับแมนฯยูไนเต็ด ปีละ 75 ล้านปอนด์(ราว 3,100 ล้านบาท) ตลอดระยะเวลา 10 ปี (พ.ศ. 2558-2568) นอกจากนี้ อาดิดาส ยังเตรียมแผนรองรับที่จะห่ำหั่นกับแบรนด์กีฬาคู่แข่ง ด้วยการมองความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มจำนวนทีมที่ติดตราสามแถบของพวกเขา โดย อาร์เซนอล คือเป้าหมายลำดับต้นๆ เนื่องจากเหลือสัญญาผูกมัดกับ พูม่า อีกเพียง 2 ปีเท่านั้น และมีข่าวว่าพร้อมที่จะเลือกแบรนด์ชุดแข่งที่ให้ผลตอบแทนสมน้ำสมเนื้อกว่าของเดิม ที่รับอยู่เพียง 30 ล้านปอนด์(ราว 1,300 ล้านบาท)ต่อปี

ขณะที่แบรนด์อื่นๆที่เหลือคือ อัมโบร 3 ทีม คือบอร์นมัธ, เอฟเวอร์ตัน และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, มาครอน (Macron) แบรนด์กีฬาสัญชาติอิตาเลียน 2 ทีม คือคริสตัล พาเลซ และ สโต๊ค ซิตี  ส่วน โจมา, นิว บาลานซ์ และ อันเดอร์ อาร์เมอร์ มีแบรนด์ละ 1 ทีม คือสวอนซี ซิตี, ลิเวอร์พูล และ เซาธ์แฮมป์ตัน ตามลำดับ

โดยเมื่อเทียบกับซีซั่นที่แล้ว นอกจากการขับเคี่ยวของแบรนด์ยักษ์ใหญ่ ข้อแตกต่างอีกสิ่งที่ชัดเจน คือ การหายไปของแบรนด์ชุดแข่ง 2 เจ้า จากฤดูกาลก่อนที่มีถึง 10 ราย เมื่อ ดรายเวิลด์ (Dryworld) แบรนด์กีฬาสัญชาติแคนาดา ล้มละลาย ทำให้ วัตฟอร์ด ต้องเปลี่ยนไปใช้ อาดิดาส และ บอร์นมัธ เลือกใช้บริการ อัมโบร แทนที่ เจดี สปอร์ต (JDSports)

ปัจจุบันพรีเมียร์ลีกถือเป็นลีกที่เม็ดเงินสะพัดมากที่สุดในโลกนอกจากเม็ดเงินจากสปอนเซอร์แล้ว ยังมีเม็ดเงินจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่แต่ละทีมได้รับส่วนแบ่งไปอย่างสมน้ำสมเนื้อ ซึ่งด้วยปัจจัยด้านการเงินแบบนี้นี่เองทำให้ลีกอังกฤษกลายเป็นขุมทองที่นักฟุตบอลอยากจะเข้าไปโกยเงิน รวมไปถึงบรรดาทีมต่างๆในยุโรปอยากจะเสนอขายนักเตะให้กับทีมในอังกฤษเนื่องจากสามารถโก่งราคาได้ดีกว่าลีกอื่นๆในยุโรป แบรนด์ชุดแข่งในทีมพรีเมียร์ลีก จำนวน(ทีม)พูม่า              5ไนกี้               4อาดิดาส               3อัมโบร                  3มาครอน               2โจมา                    1นิว บาลานซ์          1อันเดอร์ อาร์เมอร์          1


เรื่องโดย ธนรัชต์ คูสมบัติ | ภาพโดย AFP
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend