ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2564

ชี้ ร่างพ.ร.ป.กสม.ขัดเจตนารมณ์ รธน. 60

58 0
ชี้ ร่างพ.ร.ป.กสม.ขัดเจตนารมณ์ รธน. 60

"ปธ.กมส."จ่อตั้ง กมธ. 3ฝ่าย พิจารณาร่างพ.ร.ป.กสม.ยันทำงานเพื่อส่วนร่วม ไม่สู้เพื่อส่วนตัว ปูดมีข้อมูล ผู้มีอำนาจไม่พอใจ กสม.บางคน เลยจ้องล้มกระดาน

          เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2560-นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) กล่าวถึงกรณีที่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในวาระ 2 และ 3ว่าตนได้รับร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อช่วงเช้าวันนี้(22ส.ค.2560)และนำเข้าที่ประชุม กสม.ซึ่งวันนี้ยังไม่สามารถพิจารณาเนื้อหาร่าง พ.ร.ป ได้ทั้งหมด แต่ยังมีเวลาอยู่ เพราะตามกฎหมายได้กำหนดให้ทำความเห็นแย้งภายใน10วัน           "แต่ในเบื้องต้นกสม.ได้ข้อยุติในมาตรา 60 ที่กำหนดให้กสม. ชุดปัจจุบันพ้นจากตำแหน่งทันที ที่กฎหมายมีผลบังคับใช้และหลังจากนั้นก็ให้อยู่รักษาการนั้น ซึ่งที่ประชุมมีมติ 4 ต่อ 2 เห็นว่ามาตราของร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ตรงตามเจตนารมณ์มาตรา 26 ในรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่กำหนดว่าการตรากฎหมายที่มีผลเป็นการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคล ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่รัฐธรรมนูญมิบัญญัติเงื่อนไขไว้กฎหมายที่ออกตามมาต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรมไม่เพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุและจะกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษยชนของบุคคลมิได้รวมทั้งต้องระบุเหตุผลความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพไว้ ประกอบด้วยมาตรา3มาตรา4ตามรัฐธรรมนูญด้วย" ประธาน กสม. กล่าว          นายวัส   กล่าวต่อไปว่า ด้วยเหตุนี้ กสม.จะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา267วรรค5ต่อไปเพื่อให้มีการตั้งกรรมาธิการร่วม3ฝ่ายระหว่าง กสม. กรธ. และสนช. ต่อไปทั้งนี้เชื่อว่าในการพิจารณาของกรรมาธิการร่วม3ฝ่ายยังสามารถแก้ไขเนื้อหาของร่างกฎหมายได้ยืนยันว่าแม้จะเป็นเพียงเสียงข้างน้อย 1 เสียงแต่ก็จะพยายามอธิบายเหตุผลให้ทราบแต่สุดท้ายที่ประชุมจะเห็นอย่างไรก็ว่ากันไปแต่หากในชั้นกรรมาธิการ3ฝ่ายยังคงยืนยันตามร่าง พ.ร.ป.เดิมและประกาศใช้ เราจะใช้สิทธิยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้นตนยังตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้นซึ่งอาจจะยื่นได้2ช่องทางคือยื่นผ่านจากผู้ตรวจการแผ่นดินและยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา213ของรัฐธรรมนูญ         “ผมเห็นว่าเหตุผลการเซตซีโร่ไม่มีน้ำหนักที่จะรับฟังได้เพราะข้ออ้างของการเซตซีโร่มีการเปลี่ยนไปอยู่เรื่อยๆทำให้เข้าใจได้ว่าการเซตซีโร่ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะกลับยิ่งจะทำให้สังคมโลกเกิดความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยทั้งที่กสม.ชุดนี้ทำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำเพื่อทำให้สถานะบีกลับมาเป็นเอทั้งที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญมากมายเพราะการพิจารณาสถานะนั้นจะมีรอบของการพิจารณาอยู่ขึ้นอยู่กับว่าเรามีความพร้อมหรือยังทั้งการแก้กฎหมายเรื่องหลักการคุ้มกันกสม.การตอบสนองต่อการละเมิดสิทธิโดยในประเด็นของการแก้กฎหมายเรื่องการสรรหาและการคุ้มกันนั้นได้มีการแก้ไขแล้วในมาตรา246และในร่างกฎหมายลูกดังนั้นคิดว่าการขอสถานะเอกลับมาจะทำได้เมื่อพร้อมไม่ใช่ว่าการเซตซีโร่กสม.ชุดปัจจุบันพ้นไปจะทำให้สถานะกสม.จากบีกลับเป็นเออย่างง่ายดายนั้นไม่มีทางเป็นไปได้”นายวัสกล่าว          นายวัส  ยังกล่าวอีกว่า ใครที่มองว่ากสม.ออกมาต่อสู้เรื่องนี้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ถ้าหากมองเฉยๆอาจจะเห็นอย่างนั้นได้แต่หากมองการทำงานของกสม.ชุดนี้ว่ามีผลงานมากมายขนาดไหนแต่ละคนมีหน้าที่การงานเป็นอย่างไรก็จะรู้ว่างานของกสม.ไม่ใช่งานที่สบายจนต้องมาต่อสู้เพื่อให้อยู่ในตำแหน่งต่อไปส่วนตัวก็อยากรู้ว่าเหตุผลจริงๆของการเซตซีโร่คืออะไรแต่มีข้อมูลว่ามีข้อต่อรองจากผู้มีอำนาจในบ้านเมืองที่ไม่พึงปรารถนาต่อการทำงานของกสม.บางคนตนก็ไม่เข้าใจว่าเหตุผลเพียงแค่นี้จะล้มกระดานทั้งหมดเลยหรือแล้วให้มีการสรรหาใหม่ซึ่งก็มีคนรอเสียบที่จะเข้ามาเป็นกสม.ซึ่งบางคนอาจจะรอไม่ได้เพราะมีอายุ60 ,67,68ปีแล้วอาจจะมีอายุเกินเพดานที่กฎหมายกำหนดเขาคงรอไม่ไหวซึ่งตนไม่เข้าใจว่าทำไมตำแหน่งนี้ถึงปรารถนากันมากมาย      เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า  การทำงานแบบไหนที่ทำให้ผู้มีอำนาจไม่พอใจและ มี กสม. กี่คนที่ผู้มีอำนาจไม่พึงปรารถนานายวัสกล่าวว่าตนก็ไม่แน่ใจไม่ยืนยันว่าเป็นเหตุผลที่แท้จริงหรือไม่สำหรับบางท่านก็อาจใช่แต่บางท่านก็อาจไม่ใช่เหตุผลนี้


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend