ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564

คุก 14 เดือน !! ‘ศรีสุวรรณ’ ละเมิดอำนาจศาล

59 0
คุก 14 เดือน !! ‘ศรีสุวรรณ’ ละเมิดอำนาจศาล

ศาลปกครองสูงสุดสั่งจำคุก 14 เดือน ปรับ 7 แสน ‘นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน’ เจ้าตัวสำนักผิด ศาลปรานีให้รอลงอาญา 3 ปี

               21 ส.ค. 60  เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ  ศาลปกครองสูงสุดได้อ่านคำสั่งคดีละเมิดอำนาจศาล กรณีที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากประชาชนผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงและมลภาวะทางอากาศ ในบริเวณพื้นที่โครงการสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ใช้คำและข้อความอันมีลักษณะเสียดสีการปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการศาลปกครองชั้นต้น ในการยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาคดีที่ นายศรีสุวรรณ ได้ยื่นฟ้อง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. รวม 14 คดี ซึ่งศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษายกฟ้องคดีของนายศรีสุวรรณ                โดยศาลปกครองสูงสุด ซึ่งเป็นเจ้าของสำนวนอุทธรณ์ พิจารณาแล้วเห็นว่า ถ้อยคำในคำอุทธรณ์ทั้ง 14 คดี มีลักษณะเสียดสีการปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการศาลปกครองชั้นต้น ซึ่งข้อความดังกล่าวทั้งหมดมิใช่การวิจารณ์การพิจารณาหรือการพิพากษาคดีของศาลปกครองโดยสุจริตด้วยวิธีการทางวิชาการ แต่เป็นการเสียดสีการปฏิบัติหน้าที่และกล่าวหาใส่ความให้ขาดความน่าเชื่อถือ เสื่อมเสียชื่อเสียงและถูกดูหมิ่นเกลียดชัง โดยนายศรีสุวรรณเป็นผู้จัดทำและลงลายมือชื่อในคำอุทธรณ์ดังกล่าวทั้งหมด 14 คดี จึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอันเป็นการละเมิดอำนาจศาล                แม้ในเวลาต่อมา นายศรีสุวรรณจะได้ยื่นคำแถลงว่าได้สำนึกในการกระทำ แต่ก็เป็นคำแถลงที่ได้ยื่นต่อศาลภายหลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งลงโทษนายศรีสุวรรณ กรณีละเมิดอำนาจศาลอีกคดีหนึ่งแล้ว ซึ่งนายศรีสุวรรณยอมรับว่า จะมิให้เกิดความผิดพลาดทำนองนี้อีก แต่ก็มิได้ดำเนินการแก้ไขคำอุทธรณ์ให้เหมาะสมภายหลังจากที่ทราบว่าอาจเป็นการละเมิดอำนาจศาลได้                ดังนั้น การที่นายศรีสุวรรณยื่นคำอุทธรณ์ทั้ง 14 คดี คัดค้านคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นด้วยถ้อยคำที่รุนแรงและก่อให้เกิดความเสียหายต่อศาล จึงสมควรลงโทษสถานหนักทุกคดี โดยให้เรียงกระทงลงโทษ ซึ่งองค์คณะเจ้าของสำนวนอุทธรณ์เห็นควรให้มีคำสั่งให้จำคุกนายศรีสุวรรณ ฐานละเมิดอำนาจคดีละ 1 เดือน และปรับคดีละ 50,000 บาท แต่โทษจำคุกศาลเห็นควรให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี โดยศาลให้บวกโทษจำคุกคดีเดิม เข้ากับโทษจำคุกในทุกคดีวันนี้ด้วย แต่เนื่องจากเป็นการลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาล ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ม.65 (3) ซึ่งกฎหมายกำหนดให้การสั่งลงโทษต้องให้องค์คณะอื่นที่ไม่ใช่องค์คณะพิจารณาคดีนั้นเป็นผู้สั่งลงโทษ ดังนั้น จึงได้ส่งสำนวนและความเห็นนี้ให้องค์คณะอื่นพิจารณาลงโทษ                ทั้งนี้ องค์คณะซึ่งได้รับมอบให้เป็นผู้พิจารณาและสั่งลงโทษนั้น ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ถ้อยคำในคำอุทธรณ์ดังกล่าวเป็นการเสียดสีการปฏิบัติหน้าที่ของศาลปกครองให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และถูกดูหมิ่น เกลียดชัง ถือเป็นการปฏิบัติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เป็นการละเมิดอำนาจศาล ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ ม.64 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 (1) ดังนั้น จึงมีคำสั่งให้ลงโทษจำคุกนายศรีสุวรรณ ทุกคดีรวม 14 สำนวน มีกำหนดคดีละ 1 เดือน รวมจำคุก 14 เดือน และปรับคดีละ 50,000 บาท รวมปรับเป็นเงินทั้งสิ้น 700,000 บาท                อย่างไรก็ตาม นายศรีสุวรรณ จรรยา ได้แถลงต่อศาลว่า ได้สำนึกผิดในผลแห่งการกระทำและเข็ดหลาบแล้ว จึงมีเหตุอันปรานีให้รอการลงโทษจำคุกในแต่ละคดีไว้ มีกำหนด 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.56                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 15.00 น. นายศรีสุวรรณได้รับการปล่อยตัว ภายหลังเลขานุการส่วนตัว ได้นำเงินจำนวน 700,000 บาท มาชำระค่าปรับต่อศาล ขณะเดียวกันก็มีตัวแทนชาวบ้านซึ่งทราบข่าว ได้เดินทางนำเงินมามอบให้นายศรีสุวรรณ เพื่อช่วยชำระเป็นค่าปรับด้วย โดยกรณีละเมิดอำนาจของนายศรีสุวรรณ ถือว่าเป็นคนแรกที่ถูกควบคุมในห้องควบคุมตัวของสำนักงานศาลปกครอง และเป็นคนแรกที่มีกรณีละเมิดอำนาจเยอะมากที่สุดถึง 14 คดี                ขณะที่ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ถือเป็นบทเรียนที่ได้ช่วยเหลือคดีของชาวบ้าน ซึ่งการเขียนคำอุทธรณ์ได้ไปก้าวล่วงศาลปกครองชั้นต้น โดยก่อนหน้านี้ไม่คิดว่าศาลจะมีคำสั่งลงโทษหนักขนาดนี้ จึงไม่ได้ตั้งตัวมาก่อน ทำให้ไม่สามารถที่จะนำเงินมาชำระได้ทันที จึงต้องถูกควบคุมตัวอยู่ระยะหนึ่ง ก็ใจแป้วเหมือนกัน แต่ก็ได้ญาติๆ ช่วยเหลือ และชาวบ้านที่ทราบข่าวก็ได้ขอที่จะมามีส่วนร่วมช่วยเหลือเรื่องของค่าปรับที่ต้องชำระด้วย                 อย่างไรก็ตาม นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า คงไม่ถอยเรื่องการช่วยชาวบ้าน เพราะการที่ศาลลงโทษนั้นก็เป็นตามครรลองตามอำนาจที่ศาลมี แต่ขณะเดียวกันยังมีชาวบ้านที่เดือดร้อนอีกจำนวนมาก ก็จะทำหน้าที่ช่วยเหลือต่อไป      


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend