ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

เผาแล้ว!กระดูก‘น้องพลอย’

56 0
เผาแล้ว!กระดูก‘น้องพลอย’

สุดอาลัย !! แม่สวมรองเท้า ‘น้องพลอย’ ครั้งสุดท้ายวันเผา ไม่ให้ญาติ ‘อดีตสิบเอก’ ร่วมงานศพหวั่นไม่ปลอดภัย ยืนยันไม่อโหสิกรรม ขณะที่เพื่อนสมัยเรียนร่วมรำหน้าเมรุ

             จากกรณีที่ น.ส.พลอยนรินทร์ ผลิผล อายุ 28 ปี หรือน้องพลอย ซึ่งถูกนายพลกฤต วิเศษ อดีตสิบเอกทหาร บีบคอจนเสียชีวิตแล้วนำศพไปเผาทำลายในเขต อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จนเวลาผ่านมา 3 ปี ในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถติดตามจับกุมตัวมาได้ โดยยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือสังหาร เนื่องจากเกิดปากเสียงกันและเผลอลงมือบีบคอจนเสียชีวิต ซึ่งพ่อแม่และญาติยังไม่ปักใจเชื่อว่านายพลกฤต ลงมือทำเพียงคนเดียว ซึ่งล่าสุดแม่และพ่อได้นำชิ้นส่วนกระดูกของน้องพลอยมาบำเพ็ญกุศลที่วัดกลาง เขตเทศบาลตำบลท่าเรือ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วอย่างต่อเนื่องนั้น            ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 21 ส.ค. 2560 ที่ฌาปนสถานวัดกลาง เขตเทศบาลตำบลท่าเรือ นายวิฑิต ปิ่นนิกร นอภ.ท่าเรือ เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ น.ส.พลอยนรินทร์ หรือน้องพลอย โดยมี ตำรวจ และประชาชนที่รู้จักกับพ่อแม่มาร่วมจำนวนมาก ก่อนพิธีฌาปนกิจ เพื่อนๆที่เคยเรียนด้วยกันได้เดินทางมาร่วมร่ายรำหน้าเมรุ ซึ่งน้องพลอยเรียนจบการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา หันตรา เมื่อปี 2554 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงความรักและอาลัยกับน้องพลอยเป็นครั้งสุดท้าย โดยบางคนถึงกับรำไปด้วยและหลั่งน้ำตาด้วยความคิดถึง             นอกจากนี้ระหว่างการเคลื่อนหีบศพอออกจากศาลาเพื่อไปตั้งยังฌาปนสถาน นางพัชรีผู้เป็นแม่และนายวิชา พ่อได้เดินนำหน้าถือรูปของน้องมาด้วยสีหน้าเศร้าโศก โดยเฉพาะนางพัชรี ยังทำใจไม่ได้ ร้องไห้น้ำตาคลอใบหน้ามาเป็นระยะ มีหลานๆ รวมบวชสามเกณหน้าไฟ จำนวน3รูป และเมื่อตั้งรูป พ่อได้พูดขึ้นมาว่าหลับให้สบายลูกพลอยไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่ ส่วนแม่ยังได้ก้มลงไปจูบที่รูปของลูกอีกครั้ง โดยบอกกับลูกว่า แม่รักน้องพลอยมาก แม้ว่าวันนี้น้องพลอยต้องจากไปแล้ว แต่น้องพลอยยังอยู่ในใจพ่อแม่เสมอ            นางพัชรี กล่าวว่า วันนี้รู้สึกเหนื่อยและเสียใจที่เหมือนจะต้องจากกันจริงๆ ทั้งที่หลายวันที่ผ่านมา การตามหาและติดตามดำเนินคดี ยังรู้สึกว่าน้องพลอยอยู่กับแม่ตลอดเวลา โดยในวันเผาศพน้องพลอย ตนได้สวมรองเท้าคัทชูของน้องพลอยด้วย ซึ่งเป็นรองเท้าที่ลูกซื้อมาใส่เบอร์เดียวกับแม่พอดี ทำให้รู้สึกว่ามีน้องพลอยอยู่กับแม่ และก่อนหน้านี้ทางญาติๆของนายพลกฤต ก็พยายามติดต่อมาร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมศพ และจะมาร่วมในวันเผา ซึ่งตนและพ่อของน้องพลอยก็ห้ามไม่ให้มาร่วมงาน เนื่องจากญาติหลายคน รวมทั้งตัวของพ่อและแม่ยังทำใจรับกับการกระทำของนายพลกฤตไม่ได้ พูดง่ายๆว่าญาติยังมีความโกรธแค้น หากมาร่วมงานก็อาจจะเกิดความไม่ปลอดภัยได้ ในส่วนเรื่องที่ตำรวจจะมีหลักฐานดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับนายพลกฤตอย่างไร ตนยังไม่อยากที่จะพูด โดยเฉพาะคนที่เป็นพ่อแม่จะบอกว่าไม่รู้อะไรตนไม่เชื่อ เพราะสัญชาติญาณคนเป็นพ่อแม่ ไม่ว่าลูกจะผิดหรือถูกต้องช่วยเหลืออยู่แล้ว ซึ่งหลังเสร็จจากงานฌาปนกิจศพน้องพลอย ตนพร้อมด้วยทนายความจะเดินหน้าตามความคืบหน้าของการดำเนินการกับคนผิดที่เกี่ยวข้องต่อไป             ขณะที่ทุกคนอยู่ระหว่างการรอคอยร่วมฌาปนกิจศพน้องพลอย ปรากฏว่ามีผู้หญิงวัยกลางคนอายุประมาณ 45-50 ปี ซึ่งเป็นคนละคนกับคนที่เคยบอกว่าน้องพลอยเข้าสิง ได้เดินแหวกผู้คนเข้ามาจนถึงตัวของนางพัชรี แม่ของน้องพลอย ที่กำลังยืนต้อนรับแขกที่มาร่วมงาน โดยบอกกับนางพัชรีว่า เป็นร่างทรงและได้สื่อสารกับน้องพลอยได้ โดยน้องพลอยให้มาบอกกับนางพัชรีผู้เป็นแม่ว่า “ให้หยุดให้ข่าวกับสื่อมวลชนได้แล้ว ไม่เช่นนั้นจะเป็นอันตราย” นางพัชรี ถึงกับอึ้ง และเรียกให้ญาติๆมาคุยกับผู้หญิงคนดังกล่าว แต่ไม่ทัน ผู้หญิงคนดังข่าวได้วิ่งหายออกไปจากวัดทันที             นางพัชรี บอกว่า ไม่เชื่อและคิดว่าเป็นการมาเตือนให้ตนหยุดให้ข่าวมากกว่า ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ตำรวจและญาติได้ออกตามไปแต่ไม่พบตัว ซึ่งนางพัชรี บอกว่าจะไม่หยุดอะไรทั้งนั้น และไม่มีการให้อโหสินายพลกฤตและคนที่เกี่ยวข้องทุกคน            ด้าน พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเดินทางมาร่วมงาน เปิดเผยว่า ตอนนี้ทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตู้แดงไปติดที่หน้าบ้านของนางพัชรี แม่ของน้องพลอยแล้ว และเพิ่มความเข้มในการตรวจ เพื่อให้นางพัชรีและครอบครัวอุ่นใจขึ้น และหากแม่น้องพลอยจะเดินทางไปไหน ก็จะให้มีตำรวจติดตามไปด้วย ซึ่งล่าสุดแม่ของน้องพลอยได้มาให้ปากคำเพิ่มกับตำรวจ สภ.ท่าเรือ โดยมีพยานที่ยืนยันว่าเห็นคนร่วมด้วยอีก 2 คน ซึ่งขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่วิทยาการมาทำการสเกตภาพของผู้ต้องสงสัย จากนั้นก็จะให้พยานดูว่ามีลักษณะคล้ายบุคคลที่เห็นหรือไม่ ซึ่งหากมีตัวตนและยืนยันตามพยานก็จะออกหมายจับข้อหาร่วมกันก่อเหตุลักพาตัว แต่ถ้าเป็นช่วงทีเกี่ยวข้องกับการสังหารก็จะร่วมกันฆ่าต่อไป  


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend