ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563

กรมสอบสวนคดีพิเศษ แจงออกหมายเรียกผู้ต้องหา ลักลอบนำเข้า-เลี่ยงภาษี 4.3 พันล้าน

2.48K 120
กรมสอบสวนคดีพิเศษ แจงออกหมายเรียกผู้ต้องหาลักลอบนำเข้า-เลี่ยงภาษี 4.3 พันล้าน

ดีเอสไอ ออกหมายเรียกผู้นำเข้ารถหรู 2 บริษัท รวม 16 คน แจงรถหรู 259 คัน เลี่ยงภาษี ศุลกากร แจ้งความเสียหาย 4,313 ล้านบาท

พ.ต.อ.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงความคืบหน้ากรณีออกหมายเรียกผู้ต้องหา 16 ราย มารับทราบข้อกล่าวหา ลักลอบนำเข้าและหลีกเลี่ยงการชำระภาษีศุลกากร ทำรัฐเสียหายกว่า 4,313 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เข้าตรวจค้นตามหมายค้นศาลอาญาเมื่อวันที่ 18 และ 24 พฤษภาคม 2560 และสามารถอายัดรถยนต์สมรรถนะสูง (SUPER CAR) ไว้เพื่อตรวจสอบจำนวน 160 คัน โดยเป็นรถยนต์หลายยี่ห้อ อาทิ ลัมโบร์กินี, โรสลอยด์, แมคคาเรน, โลตัส เป็นต้น 

รวมทั้งมีการดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในการประสานข้อมูลกับทางการประเทศต้นทางของรถยนต์เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับราคาซื้อขายที่แท้จริงเพื่อประกอบการสืบสวนสอบสวน และขอให้กรมศุลกากร ประเมินราคารถยนต์เบื้องต้น ตามเอกสารหลักฐานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ 

กระทั่งกรมศุลกากร ได้จัดส่งข้อมูลบัญชีรายละเอียดภาษีอากรขาดกลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 32 คัน พบว่ามีมูลค่าภาษีอากรขาดรวมประมาณ 673 ล้านบาท และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้เรียกกลุ่มผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 3 กลุ่มบริษัท ผู้ต้องหารวมจำนวน 16 คน 

ต่อมา กรมศุลกากร ได้จัดส่งข้อมูลบัญชีรายละเอียดภาษีอากรขาดกลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพิ่มเติมเป็นครั้งที่ 2 จำนวน 91 คัน พบว่ามีมูลค่าภาษีอากรขาด รวมประมาณ 1,165 ล้านบาท รวมมูลค่าภาษีอากรขาดทั้งสิ้น 1,838 ล้านบาท 

ซึ่งกรณีนี้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ อยู่ระหว่างดำเนินการเรียกกลุ่มผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาจำนวน 2 กลุ่มบริษัท ผู้ต้องหารวมจำนวน 16 คน 

และล่าสุด กรมศุลกากร ได้จัดส่งข้อมูลบัญชีรายละเอียดภาษีอากรขาดกลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพิ่มเติมอีกเป็นครั้งที่ 3 จำนวน 136 คัน พบว่ามีมูลค่าภาษีอากรขาดรวมประมาณ 2,473 ล้านบาท 

รวมจำนวนรถยนต์ที่กรมศุลกากร จัดส่งข้อมูลบัญชีรายละเอียดภาษีอากรขาดกลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษทั้งสิ้น 259 คัน คิดเป็นมูลค่าภาษีอากรขาดทั้งสิ้น 4,313 ล้านบาท

พ.ต.อกรวัชร์ กล่าวว่า กรณีข้างต้น เป็นการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมตามนโยบายของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่มีนโยบายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปราบปรามกลุ่มขบวนการกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรและหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร อันส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐ และสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend