ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

 แฉแผนปล้นปิคอัพ 6 คันปูพรมทำคาร์บอมบ์!

72 0
 แฉแผนปล้นปิคอัพ 6 คันปูพรมทำคาร์บอมบ์!

 แผนประทุษกรรมของคนร้ายครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงวิเคราะห์ว่า เพื่อสร้างความปั่นป่วนครั้งใหญ่ในพื้นที่

     หากมองในมุม “ยุทธวิธี” ต้องบอกว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่สร้างความตื่นตะลึงในปฏิบัติการท้าทายอำนาจรัฐอยู่เป็นระยะ      ล่าสุดเมื่อวันพุธที่ 16 สิงหาคม ถึงกับระดมคนไปปล้นรถกระบะ 6 คัน จากเต็นท์รถในอำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา อำเภอรอยต่อกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี       รถบางคันถูกนำไปทำเป็นคาร์บอมบ์ทันที!!  ขณะที่บางคันก็หนีไม่รอดเพราะน้ำมันหมด แต่ก็มีบางคันที่ยังหาไม่พบ      แผนประทุษกรรมของคนร้ายครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงวิเคราะห์ว่าเป็นการก่อเหตุปล้นรถหลายๆ คัน เพื่อนำไปบรรทุกระะเบิด และทำคาร์บอมบ์พร้อมกันหลายๆ จุด เพื่อสร้างความปั่นป่วนครั้งใหญ่ในพื้นที่       โดยคนร้ายเตรียมระเบิดแสวงเครื่องเอาไว้พร้อมหมดแล้ว แต่แผนผิดพลาด ทำให้ก่อเหตุได้เพียงจุดเดียว คือที่อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 4 นาย      หลักฐานสำคัญที่ทำให้เชื่อได้ว่าคนร้ายมีเป้าหมายนำรถทั้งหมดไปทำคาร์บอมบ์ ก็คือของกลางที่ถูกพบในรถกระบะที่คนร้ายขับมาบริเวณบ้านเกาะหม้อแกง ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา แล้วเกิดการยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ จนคนร้ายเสียชีวิตคารถ 1 คน ปรากฏว่าเป็นวัตถุระเบิดแบบแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ถังแก๊สพร้อมใช้งาน พ่วงด้วยน้ำมันเบนซินอีก 8 แกลลอน เพื่อขยายแรงระเบิดและทำให้เกิดเพลิงไหม้       น้ำหนักดินระเบิดไม่ต่ำกว่า 80 กิโลกรัม เช่นเดียวกับระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายจุดระเบิดในรถกระบะอีกคันหนึ่งที่อำเภอหนองจิก จนรถเหลือแต่ซาก      เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงวิเคราะห์ว่า ดูจากเหตุการณ์และแผนประทุษกรรมของคนร้าย เชื่อว่ามีการวางแผนล่วงหน้ามาเป็นอย่างดี รถทุกคันเตรียมนำไปทำคาร์บอมบ์แบบทันควัน หรือไม่ก็นำไปใช้เป็นพาหนะก่อเหตุรุนแรงรูปแบบอื่นๆ สักระยะ แล้วจึงทำคาร์บอมบ์ในภายหลัง      เจ้าหน้าที่ประเมินว่า ก่อนลงมือปฏิบัติการ คนร้ายน่าจะมีการสำรวจสถานที่เป้าหมายไว้หลายแห่ง แล้วเลือกเต็นท์รถที่อำเภอนาทวี เพราะน่าจะมีการรักษาความปลอดภัยต่ำ หรืออาจเลือกเพราะเป็นเต็นท์รถของคนไทยพุทธ       ส่วนการยิงตัวประกัน น่าจะเป็นเพราะคนเหล่านั้นเห็นหน้าคนร้ายแล้ว หรือไม่ก็คนร้ายบางคนเคยทำทีเข้าไปเจรจาขอซื้อรถจากเต็นท์แห่งนี้หลายครั้ง จนพนักงานบางคนจำหน้าได้ จึงต้องฆ่าปิดปาก      แต่แม้จะวางแผนมาดี ก็ยังมีบางเรื่องอยู่เหนือการควบคุม เช่น รถบางคันน้ำมันหมด ทำให้คนร้ายต้องจอดรถทิ้ง ขณะที่เส้นทางหลบหนีหลังการปล้นนับว่าน่าสนใจ มีความเป็นไปได้ว่าคนร้ายน่าจะมีแผนนำรถที่ปล้นมาบางส่วนทำคาร์บอมบ์ทันที จึงขับไปในทิศทางใกล้เคียงกัน คือ ออกจากอำเภอนาทวี มุ่งหน้าอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ซึ่งอำเภอเทพาเป็นอำเภอรอยต่อกับอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เป็นแหล่งประกอบและซุกซ่อนระเบิดแหล่งใหญ่ของกลุ่มก่อความไม่สงบ โดยเฉพาะพื้นที่เกาะแก่งชายทะเลรอยต่อของทั้งสองอำเภอ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเคยนำกำลังเข้าทลายมาแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2559 และยึดของกลางเป็นระเบิดแสวงเครื่องมากกว่า 30 ลูก      พื้นที่รอยต่อของอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา กับอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี มีด่านตรวจใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ด่านเกาะหม้อแกง การขับรถผ่านจุดนี้เพื่อไปรับระเบิด อาจทำให้ต้องเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่และยิงต่อสู้กัน ทำให้เกิดความสูญเสีย ส่วนรถที่เหลือก็ขับหลบหนีต่อไปยังอำเภอใกล้เคียง คือ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ซึ่งก็พบรถที่ถูกปล้นไปอีก 1 คันถูกจอดทิ้งในป่ายาง ตำบลควนโนรี      การปล้นรถคราวละหลายๆ คัน หากย้อนดูประวัติศาสตร์ไฟใต้ตลอด 13 ปีที่ผ่านมา อาจกล่าวได้ว่าเพิ่งเคยเกิดขึ้นครั้งนี้เป็นครั้งแรก แต่การนำรถไปประกอบระเบิดทันทีหลังการปล้น เป็นยุทธวิธีที่คนร้ายใช้บ่อยครั้งในช่วง 1-2 ปีมานี้ เพื่อป้องกันการตั้งด่านตรวจด่านสกัดของเจ้าหน้าที่ซึ่งมีมากเป็นตาสับปะรด และแต่ละด่านยังมีภาพถ่ายรถที่ถูกโจรกรรมติดไว้อย่างชัดเจนจนเจ้าหน้าที่ประจำด่านจำได้ขึ้นใจ      ฉะนั้นรูปแบบการก่อเหตุลักษณะนี้ จึงถือเป็นยุทธวิธีของคนร้ายที่นำมาใช้ตอบโต้ระบบเฝ้าตรวจของเจ้าหน้าที่ที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพมากในระยะหลัง เพราะหากคนร้ายปล้นรถไปก่อนโดยไม่ได้ทำร้ายเจ้าของรถ แล้วนำรถไปดัดแปลง ก่อนนำมาทำคาร์บอมบ์ ซึ่งหลายกรณีใช้เวลาหลายวัน เจ้าของรถจะเข้าแจ้งความว่ารถหาย และรถคันนั้นก็จะถูกบันทึกลงในระบบเฝ้าระวังของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง สามารถสกัดจับและหาเบาะแสได้หลายคันแล้ว      เหตุคาร์บอมบ์ที่หน้าห้างบิ๊กซี ปัตตานี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นตัวอย่างปฏิบัติการของคนร้ายที่ปล้นชิงรถกระบะจาก นายนุสน ขจรคำ พ่อค้าติดตั้งผ้าใบบังแดด แล้วนำรถไปบรรทุกระเบิดเพื่อทำคาร์บอมบ์ทันที โดยไม่ดัดแปลงสภาพรถ และนำไปจอดก่อเหตุที่หน้าห้างบิ๊กซีในวันเดียวกัน      เช่นเดียวกับเหตุคาร์บอมบ์บริเวณฐานปฏิบัติการของตำรวจในอำเภอเมืองปัตตานี ห่างจากห้างบิ๊กซีราว 1 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว คนร้ายก็ฆ่าเจ้าของรถ แล้วนำรถมาบรรทุกระเบิด จากนั้นนำไปโจมตีฐานเจ้าหน้าที่ โดยใช้เวลาห่างกันไม่กี่ชั่วโมง      ไฟใต้ที่ยืดเยื้อยาวนานมากว่า 13 ปี รูปแบบการโจมตีที่ร้ายแรงที่สุดคือ “คาร์บอมบ์” ซึ่งที่ผ่านมาเกิดเหตุคาร์บอมบ์ในพื้นที่ภาคใต้มาแล้ว 52 ครั้ง แยกเป็นจังหวัดนราธิวาส 23 ครั้ง จังหวัดยะลา 12 ครั้ง จังหวัดปัตตานี 13 ครั้ง จังหวัดสงขลา 3 ครั้ง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี คือ คาร์บอมบ์สมุย 1 ครั้ง      จากปฏิบัติการสุดอุกอาจปล้นรถกระบะทีเดียว 6 คันเพื่อนำไปทำคาร์บอมบ์ แม้ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถตามรถที่ถูกปล้นไปทั้ง 6 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถที่ทำคาร์บอมบ์สำเร็จ คือ ระเบิดแล้ว 2 คัน เหลือเพียงรถกระบะมาสด้า ที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะในการปล้นอีก 1 คัน ที่ยังตามไม่พบ  งานนี้ไม่ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงก็พอจะฟันธงได้ว่า คาร์บอมบ์เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ยังไม่ใช่ลูกสุดท้าย   ย้อนเหตุตั้งด่านเถื่อนชิงรถมาสด้า! ก่อนบุกปล้นปิคอัพ 6 คัน      จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ปล้นรถกระบะ 6 คันจากเต็นท์รถใน อ.นาทวี จ.สงขลา เพื่อนำไปทำคาร์บอมบ์สร้างความปั่นป่วนในพื้นที่ชายแดนใต้ เมื่อวันพุธที่ 16 ส.ค.60 นั้น ต้องย้อนกลับไปช่วงเช้ามืดวันเดียวกัน ที่คนร้ายตั้งด่านเถื่อน ชิงรถกระบะจากชาวบ้านใน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ก่อนนำมาเป็นพาหนะไปก่อเหตุปล้นปิคอัพอีก 6 คันในเวลาต่อมา      รายงานจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.วันพุธที่ 16 ส.ค. คนร้ายจำนวนประมาณ 10 คน แต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ และมีอุปกรณ์ปิดบังใบหน้า พร้อมอาวุธสงครามครบมือ ตั้งด่านเถื่อนบนถนนสายชนบท ยะรัง-บ้านบราโอ ท้องที่หมู่ 1 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี       จากนั้นได้เรียกรถกระบะยี่ห้อมาสด้า รุ่นธันเดอร์ แบบแค็บ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บง 8378 นราธิวาส ให้จอด ทำทีเป็นการเรียกตรวจ โดยภายในรถมี นายมะกอซี แนปีแน เป็นคนขับ และมี น.ส.แมะสง เจะแต ภรรยา นั่งมาด้วยกัน ทั้งคู่มีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ขณะเกิดเหตุทั้งสองคนกำลังขับรถไปซื้อปลาที่สะพานปลาใน อ.เมืองปัตตานี      จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธสงครามจี้บังคับ นายมะกอซี และภรรยา ให้ลงจากรถ ก่อนจับมัดมือไพล่หลัง นำไปควบคุมตัวไว้บริเวณป่าข้างทาง และคนร้ายอีกชุดหนึ่งได้นำรถยนต์กระบะมาสด้าของนายมะกอซี ขับหลบหนีไป      ต่อมาเวลา 14.00 น. คนร้ายปล่อยตัวนายมะกอซีและภรรยา โดยไม่ได้ทำร้าย ทั้งคู่ปลอดภัย หลังได้รับการปล่อยตัว นายมะกอซีได้เข้าแจ้งความ แต่ขณะนั้นรถของเขาถูกคนร้ายใช้เป็นพาหนะนำไปปล้นรถกระบะอีก 6 คัน จากเต็นท์รถ “วังโต้ คาร์เซ็นเตอร์” อ.นาทวี จ.สงขลา ก่อนที่คนร้ายจะขับรถแยกย้ายกันหลบหนี บางส่วนนำไปบรรทุกระเบิดทำคาร์บอมบ์ บางส่วนนำไปจอดทิ้ง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ติดตามพบรถทั้ง 6 คันแล้ว เหลือเพียงรถกระบะมาสด้าของนายมะกอซีเพียงคันเดียวที่ยังไม่พบ  


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend